ตัวชี้วัดการศึกษาที่ผิดพลาดก็คือสังคมเดือดร้อนมากขึ้น

 ตัวชี้วัดการศึกษาที่ผิดพลาดก็คือสังคมเดือดร้อนมากขึ้น
เรียนแบบไหนก็ตาม พอไปทำงานที่ไหนก็ตามสังคมเดือดร้อนมากขึ้น แปลว่าการศึกษาผิดพลาด มันจะไม่พลาดได้ไงสังคมเดือดร้อนมากขึ้นมันก็ผิดแล้ว ถ้าสังคมอยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้นมันถูก แต่ละท่านก็เคยศึกษาแบบก่อนๆนั้นมาแล้ว ตกลงโรคมันหายมั้ย ? มันลดลงมั้ย ?
แล้วมันดียังไง โรคไม่หาย ศึกษาไปแล้วเป็นโรคมากขึ้น ทุกข์หลายอย่างก็เป็นมากขึ้น ทุกข์สารพัดเรื่อง ทุกข์กายทุกข์ใจ เรามาศึกษาแบบนี้ เราเป็นคนดีมากขึ้น เราก็ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้นกว่าเดิมมิใช่หรือ
การศึกษาแบบนี้มันทำให้เราเป็นคนมีน้ำใจ ให้กับคนในสังคม เป็นคนมีน้ำใจให้กับผู้อื่น อย่าว่าแต่กับผู้อื่น ให้กับสัตว์ด้วย เราเลิกกินสัตว์ ลดลง เลิกทำร้ายสัตว์ เราเป็นมิตรที่ดีต่อคนต่อสัตว์ ก็เป็นการศึกษาที่ดี ชีวิตเราก็อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น แต่ก่อนหอบแต่เงินไปให้หมอ เดี่ยวนี้ไม่รู้จะหาเงินไปทำอะไรแล้ว เงินก็ไม่ได้ใช้แล้ว กินข้าวกับเกลือ การศึกษาแบบอื่นเรายังทุกข์อยู่ แต่การศึกษาแบบเรามันทุกข์น้อยลง อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น เราจะเอาการศึกษาที่ยอดเยี่ยม ไม่เอาการศึกษาที่เลว ไม่มีสาระของความดี ดีแล้วเก่งมันไม่ยากหรอก แต่เก่งแล้วมาดี ยากโคตรๆเลย ไปดูได้ คนในโลกใบนี้ คนเก่งกร่าง อวดดี ยากนะที่จะมาอ่อนน้อมถ่อมตนจะมาเสียสละ มาแบ่งปัน เขาติดกิเลสที่ต้องการเสพ สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็ต้องมากอบโกย เราจะสร้างคนดีให้กับสังคม สร้างการศึกษาที่ยอดเยี่ยมกว่าการศึกษาทั้งหลาย

ดร.ใจพชร กล้าจน(หมอเขียว)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

วันที่ 18 เมษายน 2559

Share