เรื่องเล่ามะเร็ง โดย...คุณต้นหลิว
ตอนที่ 1..ประสบการณ์ตรงค่ะ


      เรื่องที่เราจะแบ่งปันประสบการณ์การรักษาโรคมะเร็งต่อจากนี้เป็นประสบการณ์ตรงของเราเองท่านมีสิทธิที่จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ เพราะการตัดสินใจรักษาแผนใด ขึ้นอยู่กับการใช้ข้อมูลไตร่ตรองความจริงว่า สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษต่อตนเอง ญาติพี่น้อง ครอบครัวและบุคคลที่ท่านเคารพรักอันที่จริงว่าจะเริ่มเขียนวันอาทิตย์นี้ แต่เนื่องจากพี่ๆ เพื่อนๆ หลายคน มีญาติพี่น้องที่ป่วย เลยให้ข้อมูลไปเบื้องต้นแล้วเริ่มเขียนเลยวันนี้ หลิว รักษาโรคมะเร็ง(เยื่อบุโพรงมดลูก ระยะที่ 3 ใช้ทั้ง แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนจีน และแพทย์ทางเลือก มีคนไข้ที่หายจากมะเร็งจากการรักษาแผนเดียวจากสามแผนนี้ หรือใช้ร่วมกัน และมีคนไข้ที่กลับมาเป็นอีก จากการรักษาทั้งสามแผนทั้งที่รักษาหายแล้ว เนื่องจากคนไข้ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการก่อโรคของตนเอง

จากประสบการณ์ของตัวเอง
แผนที่ใช้การรักษามะเร็งแล้วคนไข้
ได้รับความทุกข์ทรมานที่สุดคือแผนปัจจุบัน
แผนจีนถึงแม้ยาจีนจะมีกลิ่นแรงรสขม
แต่ก็ไม่ได้สร้างผลข้างเคียงอะไร
แผนทางเลือกแผนนี้ถูกจริตกับเรามาก
ปรับอาหารและปฏิบัติธรรมไปพร้อมกัน
แต่คนไข้ต้องมีวินัยในการปฏิบัติมาก

ท่านจะเลือกใช้แผนใด ลองอ่านข้อมูลจากประสบการณ์
ที่เริ่มขั้นตอนรักษา 10 เดือนต่อจากนี้

ปล.ขอบคุณหมอเอ ที่ช่วยอ่านผลให้ด้วยนะ
ทำให้ทุกคนเข้าใจง่ายขึ้น ^___^

บันทึก : วันที่ 5 มกราคม 2559
ลิงค์แบ่งปันประสบการณ์ คุณต้นหลิว
https://www.youtube.com/watch?v=IGnNjlf85iA

****************************************************
#เมนูสุขภาพ_โดยต้นหลิว
อากาศกลับมาร้อนอีกแล้ว วันหยุดนี้เราทำน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพกันดีกว่าคะ
ผลไม้ที่ใช้วันนี้
แก้วมังกร แอปเปิ้ล แคนตาลูป สัปปะรด เนื้อมะพร้าวอ่อน น้ำมะพร้าว


เครื่องปรุง ดอกเกลือเล็กน้อย
วิธีทำ หั่นผลไม้ ใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำมะพร้าวอ่อน เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย เติมดอกเกลือ เสร็จ พร้อมทานจ้า

รูปภาพของ แบ่งปันประสบการณ์หมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวเราเอง

เรื่องเล่ามะเร็ง โดย..คุณต้นหลิว
ตอนที่ 2 ..สังเกตุตัวเอง
พฤษภาคม 2557


      ขณะที่ทำงานปกติ สังเกตุตัวเองว่า มีเลือดหยดออกมาทางช่องคลอด ใจตอนนั้นคิดว่า น่าจะเป็นอาการของคนตั้งท้องหรือเปล่า เพราะแต่งงานมาได้สองปีแล้ว ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หมอบอกว่าไม่ใช่อาการของคนตั้งครรภ์ และให้ยาปรับฮอร์โมนมากิน แล้วอาการเลือดหยดที่ผิดปกติก็หายไป

พฤศจิกายน 2557 เดือนนี้มีอาการผิดปกติที่สังเกตุได้คือ ตกขาวเยอะมาก แต่ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นอาการปกติก่อนการมีประจำเดือนไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่ง ตื่นมาเช้าวันนึงเลือดไหลเป็นน้ำและไม่ใช่รอบเดือน ไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งเดิมเล่าอาการให้หมอฟัง หมอให้ไปตรวจที่ห้อง ultrasound นั่งมองผ่านอุปกรณ์กับหมอ เห็นเป็นจุดเล็กๆ เต็มไปหมด ที่มดลูก หมอทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก และขอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ สองวันต่อมาหมอโทรมาบอกว่าผลชิ้นเนื้อไม่ค่อยดีให้กลับมาที่โรงพยาบาล พอไปถึงหมอบอกว่าผลชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นมะเร็ง แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ หมอขอส่งให้ หมอสูตินรีเวชที่ดูด้านมะเร็งโดยตรง หมอที่ดูด้านมะเร็งบอกว่าไม่ต้องกังวล อาจจะไม่ใช่มะเร็งก็ได้ หมอนัดขูดมดลูก การขูดมดลูก หมอจะวางยาสลบ ให้คนไข้งดน้ำงดอาหาร หลังเที่ยงคืน ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง พอฟื้นขึ้นมา ก็ปวดท้องหน่วงๆ เหมือนคนเป็นประจำเดือนไม่ได้ปวดท้องมาก หมอบอกว่าเท่าที่ดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรคงไม่ใช่เนื้อร้าย

      อีกสองวันให้มาฟังผล วันที่มาฟังผลหมอสรุปว่าชิ้นเนื้อที่ตัดออกไป ผลเป็นมะเร็ง เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะที่สอง ปกติมะเร็งชนิดนี้จะเกิดกับสตรีวัยหมดประจำเดือน แต่เราเป็นก่อน ร้องไห้กับสามีต่อหน้าหมอ หมอบอกว่า มีคนไข้หมอที่เป็นแล้วหายได้ แต่ต้องกินยาที่ราคาค่อนข้างสูง ตอนนั้นคิดว่าถ้าจะรักษาขอย้ายจากเอกชนไปโรงพยาบาลรัฐที่ทำประกันสังคม เพราะคิดว่าถ้าจะรักษามะเร็งค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเอกชนสูงมากคงสู้ไม่ไหว เลยขอหมอย้ายโรงพยาบาล

1 ธันวาคม 2557 วันกิดครบรอบ 33 ปี วันที่เริ่มกระบวนการรักษามะเร็งอย่างเต็มรูปแบบ คุณหมอสอบถามรายละเอียด และดูประวัติ หันมาบอกเราว่า วันนี้วันเกิดคนไข้นี่ สุขสันต์วันเกิดนะครับ เผอิญหมอไม่ได้ดูด้านมะเร็ง ขอส่งต่อให้คุณหมออีกคนนะ กว่าจะได้คุยกับหมอที่ดูต้านมะเร็งก็บ่ายสอง

หมอสอบถามอาการและบอกว่าให้คนไข้ทำ MRI แล้วเอาผลมาให้หมออาทิตย์หน้านะ แต่โรงพยาบาลไม่มี MRI ช่องท้องต้องส่งไปโรงพยาบาลสังกัดประกันสังคมที่อื่น วิ่งไปวิ่งมาระหว่างชั้น 10 และชั้น 2 เป็นคนไข้ที่โคตรสตรองมากทำเองทุกอย่าง นี่ยังไม่เริ่มรักษาเลยนะ

ตกเย็นโทรไปบอกแม่ แม่เราซึ่งเป็นพยาบาลบอกว่าให้ไปขอยกเลิก MRI ที่โรงพยาบาลจะส่งไปให้ทำเพราะกว่าจะได้คิวคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า สามอาทิตย์แต่หมอจะเอาผลอาทิตย์หน้า ให้ไปทำ MRI ที่โรงพยาบาลเอกชนแทน ตื่นเช้าก็ต้องรีบไปโรงพยาบาลแจ้งเจ้าหน้าที่และไปทำ MRI ที่โรงพยาบาลเอกชนแทน MRI คืออะไร ต้องทำยังไงบ้าง

#เมนูสุขภาพ_โดยคุณต้นหลิว
อาหารถอนพิษไข้ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนอาจจะทำให้หลายคนเป็นไข้ได้ง่าย อย่างที่เคยแนะนำไป เมื่อร่างกายเจ็บป่วยจะเกิดกรดในร่างกายมาก ต้องเติมด่างเข้าไปช่วยลดความร้อนในร่างกาย อาหารที่ถอนพิษไข้ได้ดีคือ ผักลวกและข้าวต้มใส่เกลือ ข้าวที่ใช้คือ ข้าวไร้สารพิษ อีกเมนูคือ ส้มตำสุขภาพ นอกจากมะละกอ มะเขือเทศ ก็ใส่ผักบุ้งจีน หรือใบอ่อมแซ่บ ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง มะนาวครึ่งซีก ตามภาพ ทานแบบนี้ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว อาหารเป็นยานะค่ะทุกคน

 

ต้นหลิว.jpg

 

เรื่องเล่ามะเร็ง โดย คุณต้นหลิว
ตอนที่ 3 ขอแวะแนะนำผู้ป่วยก่อน
13 มกราคม 2559
หากจะเล่าไปถึงตอนที่พบหลักการกินที่ถูกต้องมหากาพย์เรื่องมะเร็งมันจะช้าไป เพราะตัวเองตอนที่รู้ก็ปาไปคีโมเข็มที่ 5 แล้วตอนเด็กๆ เราคงเคยได้ยินปู่ย่าตายาย พ่อแม่เรา สอนว่า เป็นไข้ห้ามกินฝรั่ง เป็นประจำเดือนห้ามกินน้ำมะพร้าว แล้วเป็นมะเร็งห้ามกินอะไร เราจะมาแนะนำกันค่ะ หลักการกินนี้สามารถใช้กับผู้ป่วยโรคอื่นๆ และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพได้นะคะ
เมื่อเราเจ็บป่วยจะทำให้เกิดกรดในกระแสเลือดเยอะ
ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารดังนี้
- เนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว หมู เป็ด ไก่ เมื่อสัตว์ตาย จะปล่อยเอนไชน์ที่มีพิษออกมา เพื่อย่อยเนื้อสัตว์ให้เน่า ทำให้เนื้อสัตว์มีพิษ และร่างกายก็ย่อยยาก และเนื้อสัตว์เป็นอาหารที่มะเร็งชอบ หากยังละไม่ได้ก็กินปลาเพราะเนื้อปลาย่อยง่าย คนเป็นมะเร็งควรกินโปรตีนธรรมชาติจากถั่ว โดยเฉพาะถั่วเขียว ส่วนตัวเราเองไม่ได้กินเนื้อสัตว์หรือปลาเลยเข้าเดือนที่ 7 แล้ว สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี#คำแนะนำจากแพทย์ทางเลือกอาจารย์หมอเขียว
- อาหารทะเลทุกชนิด ไม่ควรทาน เมื่อเป็นมะเร็งภูมิต้านทานจะต่ำมาก และถ้าผู้ป่วยให้คีโม ภูมิต้านทานก็ต่ำลงไปอีก ควรงดอาหารทะเล เพราะถ้าแพ้จะแพ้หนักมาก และอาหารทะเลถ้าจะสดก็จะเป็นแหล่งที่ติดกับทะเล บางแห่งอาจแช่สารปนเปื้อนที่เป็นพิษได้ ไม่ควรทาน#คำแนะนำจากแพทย์จีนธีรพงศ์
- อาหารที่ทำให้เกิดกรดในเลือดที่ไม่ควรทาน ของหมักดองทุกชนิด นม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู น้ำอัดลม อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูปทุกชนิดไม่ควรทาน ขนมหวานที่หวานมากๆ ปลาดิบ (อดกินซูชิล่ะ) มะเร็งชอบมาก อย่ากิน#คำแนะนำจากแพทย์แผนปัจจุบัน
เมื่อป่วยเกิดกรดในกระแสเลือดเยอะทำอย่างไร ง่ายมาก เติมด่างเข้าไปให้ร่างกายสมดุล ผู้ป่วยควรทานอาหารดังนี้
- ผักผลไม้สด มีความเป็นด่างสูง แต่ก็จะแบ่งเป็นผักฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็นอีก
ผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น มะม่วงดิบ มะละกอดิบ พุทรา แอปเปิ้ล ชมพู่ แตงโม กล้วยน้ำว้า กระท้อน แตงไท สตอร์เบอรี่ มังคุด ส้มโอ ส้มเช้ง แก้วมังกร ลางสาด มะพร้าวอ่อน สัปปะรด ฯลฯ
ผักฤทธิ์เย็น เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้ง ตำลึง ผักหวาน สายบัว หัวปลี แตงร้าน แตงกวา ฟักเขียว บวบ มะรุม บรอกโคลี ผักกาดขาว กะหล่ำดอก มะเขือเทศ ข้าวโพดอ่อน ข้าวโพดหวาน ย่านาง ใบเตย ใบอ่อมแซ่บ ฯลฯ
ลำดับการกิน
1 ควรกิน น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นก่อน เช่น ย่านาง ใบเตย ผักบุ้ง หรือปั่นรวมกันก็ได้ กินก่อนกินข้าว 15-20 นาที
2 กินผลไม้ เพราะร่างกายจะดูดซึมวิตามินจากผลไม้ได้ดีกว่าทานผลไม้หลังทานข้าว
3 กินผักสด
4 กินข้าวพร้อมกับข้าว (เมนูอาหารบางอย่าง มีอยู่ใน FB หลิวแล้วสนใจเพิ่มให้ไปเข้าค่ายหมอเขียวนะคะ )
5 กินถั่วหรือธัญพืช
6 น้ำซุปหรือน้ำแกง
เวลารับประทานอาหารควรเคี้ยวช้าๆ เพื่อเพิ่มความเป็นด่างให้กับอาหาร การเคี้ยวให้ละเอียดทำให้ร่างกายดูดซึมง่าย อาหารเป็นหนึ่ง อาหารเป็นยารักษาโรค เราได้หลักการกินจากการไปเข้าค่ายสุขภาพของหมอเขียว อันนี้เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้น
ถ้าไปค่ายจะได้ทราบรายละเอียดที่ลึกกว่านี้ ได้ความรู้และธรรมะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย แนะนำให้ไปค่ายสุขภาพคะ
ดูรายละเอียดค่ายปีนี้ได้ที่
http://morkeaw-course2559.blogspot.com/
หมู่มิตรดี สหายดี คือทั้งหมด ทั้งสิ้นแห่งการพ้นทุกข์
ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง

ลิงค์แบ่งปันประสบการณ์โดยคุณต้นหลิว
https://www.youtube.com/watch?v=IGnNjlf85iA

**********************************************
#เมนูสุขภาพ_ครัวแสงอรุณ
อาหารถอนพิษไข้ ใครอยากซดน้ำแกงตอนไม่สบายเป็นไข้ นำเสนอ แกงอ่อมสุขภาพ
วัตถุดิบ
บวบ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง ใบแมงลัก
เครื่องปรุง ดอกเกลือ
วิธีทำ
ตั้งไฟพอน้ำเดือด ใส่ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ดฟาง บวบ และ เห็ดเข็มทอง พอพักเริ่มสุก ใส่ดอกเกลือ ชิมรส จะได้รสหวานจากผัก และกลมกล่อมจากดอกเกลือ ปิดไฟใส่ใบแมงลักเพิ่มกลิ่นหอม พร้อมทานจ้า อาหารเป็นยานะคะทุกคน

รูปภาพของ แบ่งปันประสบการณ์หมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวเราเอง

เรื่องเล่ามะเร็ง โดย คุณต้นหลิว
ตอนที่ 4 ขั้นตอนก่อนผ่าตัด
หลังจากไปจัดการนัดโรงพยาบาลเอกชนเพื่อขอทำ MRI ต้องงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืนได้คิวตอน 10 โมงเช้าเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาให้เซ็น และกรอกแบบสอบถาม หนึ่งในคำถามคือ "กลัวที่แคบไหม" เราไม่รู้ว่ามันแคบขนาดไหน เคยดูในละครเครื่องก็ออกจะใหญ่เนาะ พอไปถึงห้อง เจ้าหน้าที่ให้เราเจาะหลังมือเพื่อใส่สายฉีดยา ให้นอนโดยเอาแขนสองข้างแนบศรีษะ เอาแผ่นอุปกรณ์รัดที่ท้องและให้เราไปอยู่ในเครื่องที่เป็นเหมือนกับท่อ เข้าไปข้างในหน้ากับท่อห่างกันแค่คืบเดียว เข้าใจล่ะว่าทำไมถึงถามว่ากลัวที่แคบไหม

" จากนั้นอุปกรณ์ก็เริ่มทำงาน ระหว่างนั้นก็จะได้ยินเสียงคลื่นแม่เหล็กวิ่งไปมารอบตัว พอหยุด เจ้าหน้าที่ที่อยู่อีกห้องก็บอกให้หายใจเข้า หายใจออก กลั้นลมหายใจ ทำซำ้ไปซ้ำมานานมาก สักพักก็ฉีดสีเพื่อดูการทำงานของตับ แล้วเขาก็บอกแบบเดิม หายใจเข้า หายใจออก กลั้นลมหายใจ เริ่มอึดอัด มันนานไปล่ะนะ ออกมาจาก MRI เวียนหัวและมึนยา ต้องกินน้ำให้มากๆ เพื่อให้ยาที่ฉีดสีดูการทำงานของตับออกให้หมดอย่าให้มันอยู่กับเรานาน วันต่อมาไปเอาผลและส่งต่อไปโรงพยาบาลประกันสังคม

หมออ่านผลแล้วบอกว่า เห็นติ่งเนื้อเล็กๆตรงคอช่องคลอด ไม่ลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง นัดเข้ารับการผ่าตัดวันที่ 16 มกราคม 2558 แต่ให้เข้ามารอเตรียมตัวก่อนสองวัน เลือกผ่าตัดแบบส่องกล้องเพราะจะได้ไม่เสียเลือดมากและจะได้ฟื้นตัวเร็วจาก การผ่าตัด จากนั้น พยาบาลก็เรียกให้ไปเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นหัวใจ เอ็กซ์เรย์ปอด อยู่โรงพยาบาลทั้งวัน และต้องมีญาติหรือคนมาบริจาคเลือดอย่างน้อยสองคน จะเป็นกรุ๊ปเดียวกันหรือคนละกรุ๊ปเลือดก็ได้เพื่อเก็บสำรองในคลังเลือด และเปลี่ยนเป็นเลือดกรุ๊ปเดียวกันกับผู้เข้ารับการรักษาหากต้องใช้เลือด สำรอง เตรียมไว้ก่อนวันผ่าตัด

ตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งไม่ได้บอกใครมาก เพื่อนกลุ่มแรกที่รู้คือ เพื่อนที่เป็นหมอ พยาบาล ขอบคุณเพื่อน หมอหนุ่ย และพยาบาลอ้อย ที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี ครอบครัวใหญ่บริษัทอินรา ทุกคนให้คำแนะนำให้กำลังใจเราเป็นอย่างดี เราทุกข์โศก ก็มีแต่ครอบครัวนี้ที่เห็น เจ้านาย พี่แอ๊ว คุณโชติมา ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ให้คำแนะนำและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ด้วย เราเป็นมะเร็งแต่ก็ไปทำงานได้ปกติจนถึงวันที่จะผ่าตัด ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าผ่าตัดแล้วคงหาย ก่อนจะผ่าตัด เจ้านายบอกว่า "เราเป็นคนดี หายไวๆนะ" เท่านั้นล่ะบ่อน้ำตาแตก บอกเจ้านายว่าสู้ค่ะสู้ เตรียมตัวผ่าตัดในลำดับต่อไป

1.3 การพักฟื้นหลังผ่าตัด
เข้าห้องผ่าตัดเวลา 9.30 ออกจากห้องผ่าตัดอยู่ห้องพักฟื้นตอนบ่ายสามีบอกว่าฟื้นจากยาสลบก็ประมาณบ่าย สองระหว่างที่เราผ่าตัด แม่ขาวเพื่อนแม่ก็แนะนำสามีให้ไปติดต่อขอห้องพิเศษรวม ที่ไม่เอาห้องพิเศษเดี่ยวเพราะต้องมีญาติมาเฝ้า 24 ชั่วโมง อยู่พิเศษรวมดีกว่าครื้นเครงดีไม่เหงาด้วย พอออกจากห้องพักฟื้นจึงย้ายจากห้องสามัญไปพิเศษรวม รู้สึกมึนๆจากยาสลบเห็นเพื่อนๆมาเยี่ยมก็ได้แต่มองหน้า แล้วก็หลับไป ตกดึกไม่ได้นอนเลย พยาบาลมาวัดไข้และความดันทั้งคืนฉีดยาแก้ปวดเข็มแรกตอนสามทุ่ม เข็มที่สองตอนตีสาม ตื่นเช้ามาเห็นอุปกรณ์ที่ท้องสองข้างเป็นลักษณะกลมๆลูกเล็ก เพราะเราผ่าตัดแบบส่องกล้อง พยาบาลพาเรียกลูกระเบิด เป็นอุปกรณ์ช่วยระบายเลือดและน้ำเหลืองหลังผ่าตัด มีสายยูเรียให้ฉี่ยังไม่สามารถลุกเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้
เข้าวันที่สองยังกินได้แต่อาหารอ่อนๆ รู้สึกเจ็บที่เพดานปากเพราะตอนผ่าตัดหมอใส่ท่อช่วยหายใจจึงมีแผลที่เพดานปาก ด้วย ยังมีอาการท้องตึงลมในท้องเยอะ ท้องแข็งปั๊ก สักพักพยาบาลเอาสายยูเรียออก และให้พยายามเดินเพื่อให้อวัยวะภายในเข้าที่ พยาบาลบออกว่าต้องผายลมให้ได้แล้วมันจะดีขึ้น แต่ก็ยังทำไม่ได้ ลุกเดินไปมาได้สักพักก็อาเจียน วันนี้อาเจียนทั้งวัน เพื่อนก็มาเยี่ยม เราก็พัก เพื่อนกลับก็อาเจียนอีก ตุ้ย เพื่อนเราคนนี้จบสาธารณสุขบอกว่า แกต้องตดให้ได้นะแล้วมันจะดีชึ้น สักพักพี่วรรณาหัวหน้างานเราก็มาเยี่ยมและบอกว่า หลิวกินน้ำขิงนะให้มันขับลมและระบายท้อง กินนำ้ขิงก็อาเจียนอีกตอนสามทุ่ม ดึกๆหน่อยพี่พยาบาลเอาเจลใสกลิ่นหอม พี่พยาบาลก็พาเรียกเจลเย็นเย็น มาทาที่ท้องช่วยรู้สึกอุ่นๆที่ท้อง แล้วก็ตดได้ สบายท้องขึ้นมาก การตดได้หลังผ่าตัดมันดีอย่างนี้นี่เอง
เช้าวันที่สามวันนี้วันพระ พยาบาลบอกว่าจะมีพระมาบิณฑบาตนะ ห้องพิเศษรวมนี้มี 6 เตียง เตียงตรงข้ามเรา คือยายสุมาลี อายุ 70 ปี ป่วยโรคเดียวกันกับเรา ถัดออกไปเป็นคนไข้ป่วยเป็นมะเร็งมดลูก สองคนนี้มาจากชุมพร ถัดออกไปอีก พี่สาว ป่วยเป็นมะเร็งมาจากอยุธยา พี่สาวมาอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เดือนธันวาคม และให้คีโม เกิดภาวะไตวายจึงต้องฟอกไตด้วย สามีของพี่สาวบอกว่าตั้งใจจะไปเที่ยวอเมริกากันเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วแต่ เขามาป่วยก่อน พอพระมาถึงคุณยายสุมาลีอยากใส่บาตรมากแต่ไม่มีของเลยคนไข้เตียงข้างๆจึงให้ ยืมเงินก่อน ไอ้เราก็พยายามประคองตัวเองและลูกระเบิดน้อยสองลูกไปใส่บาตรกะเขาด้วย พระท่านก็อวยพรขอให้ทุกคนหายป่วยเร็วๆ ให้สุขภาพแข็งแรง วันนี้พี่ๆน้องๆที่บริษัทส่งตัวแทนมาเยี่ยมทุกแผนก ตั้งแต่เช้าจดเย็นเลยพูดคุยเฮฮาลืมป่วยกันไปสักพัก
เช้าวันที่สี่ พยาบาลเอาป้ายมาติดแต่เช้าให้เรางดน้ำงดอาหารเพื่อรอไปใส่ห่วงกันผังพืดกว่า เตียงจะมารับก็ 11 โมงถึงหน้าห้องผ่าตัดรอหมอขึ้นเตียงเรียบร้อย หมอโทรมาบอกเจ้าหน้าที่ว่ายังไม่ถึง เจ้าหน้าที่ก็เอาเราลงจากเตียง ระหว่างนั้น ป้าพยาบาลคนนึงถามอาการเรา ก็เล่าให้ฟัง แกบอกว่าจะเก็บไว้ทำไมมดลูกน่ะ เราน่ะเป็นมะเร็งนะ เข้าใจไหม ไม่มีลูกน่ะดีแล้ว พอเราฟังแล้วก็รู้สึกช่างมันตัดสินใจไปแล้ว สักพัก เราก็ขึ้นเตียงไปอีกรอบ หมอบอกว่าใส่ห่วงรูปตัว S กันพังผืด ตอนใส่ห่วงไม่มียาชา และเราเพิ่งผ่าตัดมา เจ็บมากๆๆๆๆ นึกถึงแม่คลอดลูกนี่เจ็บที่สุดในชีวิตผู้หญิง แม่เราคงเจ็บกว่านี้ ออกมาจากห้องผ่าตัดได้ทานข้าว เห็นน้องๆ นักศึกษาพยาบาลสระผมให้คุณยายสุมาลี เลยขอให้น้องๆ สระให้ด้วย เป็นอุปรณ์สระผมเล็กอ่างสระผมและไดร์เป่าผม รู้สึกดีมากตั้งแต่ผ่าตัดเพิ่งได้สระผม วันนี้ได้ถ่ายท้องตอนเข้าห้องน้ำทำให้ร่างกายปรับตัวขึ้นได้ดี แต่ก็เจ็บตอนกลับมาจากใส่ห่วง
เช้าวันที่ห้า ตื่นเช้าทำภารกิจส่วนตัวได้ตามปกติ หมอมาเอาลูกระเบิดออกและบอกว่ากลับบ้านได้ให้มาฟังผลวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558


บทที่ 2 คีโม บางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นสิ่งที่ผลักให้เราไปสู่เส้นทางความเป็นและความตาย

ระหว่างรอฟังผล ตั๊กกี้น้องสาวคนเล็กอยู่ในช่วงเปลี่ยนงานและกำลังหางานใหม่น้องจึงอาสามา ดูแลเราด้วยความที่น้องสาวจบคหกรรม อยากกินอะไรน้องทำได้หมด น้องสาวทำเก่งมาก พยายามเดินช้าๆ ก็ค่อยๆดีขึ้น เจ้าแพน น้องสาวคนกลางก็แวะเวียนมาช่วยดูแลพี่ถ้าวันไหนหยุดงาน แม่ส่งหนังสือหมอเขียวมาให้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด อ่านดูมีวิธีทำน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น น้องเลยคั้นน้ำย่านางให้กินผสมน้ำมะพร้าวก็พอกินได้ ช่วงนี้ยังกินปกติ แต่ก็เพิ่มตรงน้ำย่านางกินบ้าง ยังมีอาการเลือดหยดหลังจากใส่ห่วงสิ้นเดือนอาการนี้ก็ค่อยๆหายไป หลังจากไปตัดไหม
2 กุมภาพันธ์ 2558 วันนี้ไปฟังผลชิ้นเนื้อ หวังให้เป็นข่าวดีไปโรงพยาบาลแต่เช้ากว่าหมอเจ้าของไข้จะมาและได้ตรวจก็ตอน เที่ยงครึ่ง หมอบอกข่าวร้ายว่ามดลูกที่เราพยายามจะเก็บไว้เพื่อให้มีลูกนั้นเก็บไม่ได้ เพราะมีมะเร็งกระจายออกไปสองจุด จากที่ดูตอนทำ MRI จึงจำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งทั้งหมด แต่เพิ่งผ่าตัดมา ต้องรอสักระยะอย่างน้อยสามเดือน ช่วงนี้หมอจะทำการรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดและฉายแสง เรานั่งฟังจากที่หมอว่าผ่าตัดอย่างเดียว มะเร็งที่เราเป็นจากระยะสองเป็นระยะที่สาม ออกจากห้องที่พบหมอ นั่งรอเอกสารที่จะต้องทำคีโม ระหว่างที่สามีออกไปซื้อน้ำ นั่งน้ำตาไหลตรงหน้าห้อง เห็นใจทุกคน พ่อแม่ น้องสาว สามี ที่จะต้องเสียเวลาพาเราไปหาหมอ ยังไงก็ต้องสู้ จนกว่าจะหาย พ่อบอกเราไว้ว่า "อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดขอให้มีใจสู้" ปาดน้ำตาสู้ต่อ ระหว่างนั้น line ไปเล่าเหตุการณ์ที่หมอบอกให้เจ้านายทราบ หมอสั่งให้คีโมในวันพรุ่งนี้
3-4 กุมภาพันธ์ 2558 การทำคีโม เข็มแรกหมอจะให้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูว่าคนไข้มีอาการแพ้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่รอเตียงว่าง แม่เราซึ่งเป็นพยาบาลไม่อยากให้ทำคีโมเลย พ่อกับแม่บอกให้ไปรักษากับพระ เราพิจารณาดูแล้ว เข้าใจว่าท่านเป็นห่วงแต่วิธีการที่ท่านแนะนำมาเราไม่เห็นด้วย ตอนนั้นไม่ได้บอกใครว่าเป็นมะเร็ง เพราะรู้ว่ามีคนหวังดีกับเรามากและเราจะต้องมาปวดหัวกับการแนะนำอันหลากหลาย อย่างแน่นอน แม้ใจจริงเราเองก็ไม่อยากทำเลย เข้าไปบอกหมอว่าไม่ทำได้ไหม หมอที่คำณวนยาคีโมต่อว่าเรา ไม่ทำได้ยังไงนี่มันระยะที่สามแล้วนะ สุดท้ายก็ทำได้เตียงด้วย เตียงว่างไม่ได้รอยากเหมือนวันผ่าตัดเลย --" เข้าห้องผู้ป่วยพยาบาลให้กินยาแก้แพ้ตอน 5 ทุ่ม และตื่นอีกทีกินตอน 6โมงเช้า แม่โทรมาบอกว่าเราแพ้นำ้เกลือสูตรอะไรสักอย่างให้บอกหมอด้วย (มาเข้าใจภายหลังว่าแม่ไม่อยากให้ทำเลยหาวิธีแต่ไม่สำเร็จ)
10 โมง พยาบาลเริ่มมาให้น้ำเกลือโดยเริ่มให้ยาแก้แพ้ก่อนจะให้ยาคีโม เริ่มให้ยาคีโม ตอนเที่ยง การให้คีโม เหมือนกับการที่หมอให้น้ำเกลือยาคีโมเป็นน้ำ พี่พยาบาลบอกว่า ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก รู้สึกอยากอาเจียน แสบร้อนบริเวณท้องน้อย หรืออวัยวะเพศให้บอกทันที ฉีดยาคีโมไปสัก 10 นาที อาการที่พี่พยาบาลกล่าวยังไม่มา กว่าจะให้ยาคีโมเสร็จ 5โมงเย็นต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีกคืน
5 กุมภาพันธ์ 2558 ออกจากโรงพยาบาล พี่พยาบาลบอกว่าวันนี้ปกติดียังไม่แพ้หรอกอีก 1-2 วันยาจะออกฤทธิ์ พี่คนไข้เตียงตรงข้ามเคยให้คีโมมาบอกว่าให้กินน้ำเยอะๆ กินเป็นลิตร ออกจากโรงพยาบาลเกือบเที่ยง พี่แอ๊วเจ้านายเรา line มาบอกว่าให้ไปหาแพทย์แผนจีนที่สมิติเวชไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายพี่แอ๊ว จัดการให้ แพทย์จีนอยู่โรงพยาบาลวันพฤหัสกับวันอาทิตย์ วันนี้วันพฤหัส คงไปไม่ทัน บอกเจ้านายว่าจะเข้าไปวันอาทิตย์
6 กุมภาพันธ์ 2558 คีโมออกฤทธิ์แล้ว อาการที่เราเป็นคือ ลิ้นชา กินอะไรไม่ค่อยได้ กินอาหารได้น้อยมากก ปวดร้าวไปทั้งตัว อาการที่พี่พยาบาลบอกมาหมด แน่นหน้าอก อาเจียน แสบร้อนบริเวณท้องน้อย และอวัยวะเพศ ร้อนไปถึงหนังหัว เหมือนมีไฟกำลังเผาเราอยู่ ชามือ ชาเท้า แค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำก้าวขาก็เจ็บไปทั้งตัวต้องให้สามีประคอง เหมือนคนธาตุไฟแตก เกิดความสงสัยว่านี่เป็นยาที่ใช้รักษาหรือฆ่าคนกันแน่ สั่งเสียสามีไว้ก่อน ถ้าตายจะใส่ชุดนี้นะ โน่นนี่ เพราะเข็มแรกก็เกือบจะตายแล้ว
7 กุมภาพันธ์ 2558 วันนี้มีกีฬาสีบริษัทแล้วก็งานเลี้ยงปีใหม่ด้วยเจ้านาย พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงาน ส่งรูปมาให้ดูเป็นระยะทุกคนจัดเต็มมากพอให้ได้หายเหงา อาการโดยรวมยังเหมือนเมื่อวาน พยายามกินให้ได้ ตั้งแต่ฉีดยาคีโมมายังไม่ได้่ถ่ายท้องเลย การขับถ่ายเป็นการระบายพิษออกของร่างกาย เหมือนเราอมพิษและได้รับพิษทรมานมาก วันนี้ปวดร้าวกว่าเมื่อวาน พรุ่งนี้จะต้องไปพบแพทย์แผนจีน ต้องรวบรวมกำลังกายที่เหลืออยู่ไปให้ได้

2.1 คีโมกับแพทย์แผนจีน และความทุกข์ของผู้ป่วย

ลางเนื้อชอบลางยา หากจะรักษาแผนใดเพิ่มเติมจากแผนปัจจุบันถ้าพิจารณาแล้วเป็นประโยชน์ ทำแล้วคนไข้รู้สึกสบายและมีกำลังก็ให้ทำเถิด

8 กุมภาพันธ์ 2558 วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปพบแพทย์แผนจีนที่โรงพยาบาลสมิติเวช เดินเองไม่ได้ต้องให้สามีประคอง แค่กระเป๋าสะพายของผู้หญิงยังสะพายไม่ได้มันเจ็บมันร้าวไปทั้งตัว ไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ แปดโมงเช้าทำบัตรเสร็จ ก็ไปทานข้าว ยังกินอะไรไม่ลงมันชาที่ลิ้นและขมที่ปากตอนนี้ในปากและลำคอมีแผลพุพองเพราะ ฤทธฺ์ยาคีโม ที่โรงพยาบาลมีเปียโนด้วย คงจะเป็นลักษณะดนตรีบำบัดฟังแล้วก็รู้สึกดี สิ่งรอบตัวอะไรที่พอบรรเทาทุกข์ได้หยิบจับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เจ้านายไม่ได้ดูแลเราแค่คนเดียว ยังมีพี่หมึกซึ่งมาฝังเข็มที่นี่นานแล้ว พี่หมึกบอกว่าหลิวไม่ต้องกังวลนะลูกพี่แอ๊ว(เจ้านาย)จะจัดการให้ทุกอย่าง พี่แอ๊วชอบช่วยเหลือคน เจ้านายจึงฝากเราให้พี่หมึกช่วยดูแล คุณหมอมาถึง เก้าโมงครึ่ง ไปชั่งน้ำหนักแค่ สี่วันที่รับคีโมน้ำหนักหายไปวันละหนึ่งกิโลเพราะกินอะไรไม่ได้ คุณหมอธีรพงศ์ ตั้งอร่ามวงศ์ จับชีพจรที่ข้อมือซ้ายและขวา แล้วให้นอนบนเตียง ฝังเข็มให้ที่หน้าท้อง หัว แขน และเท้า ทั้งหมด 19 เข็ม เราไม่รู้สึกอะไรเพราะมันชาไปทั้งตัว นอนพัก 20 นาทีพยาบาลก็มาเอาเข็มออก และคุณหมอก็สั่งยาต้มและบอกว่าต้องมาหาหมออาทิตย์ละสองวันคือวันพฤหัสกับวัน อาทิตย์ กลับมาถึงห้องต้องถ่ายออกให้ได้ 6 วันแล้วที่ยังไม่ได้ถ่าย กลับมากินมะขามแล้วกินน้ำมากๆๆๆ สักพักปวดท้องถ่ายพอได้ระบายของเสียร่างกายก็ดีขึ้น
ต่อมายาจีนก็มาถึงพร้อมหม้อต้มมียา 7 ห่อ ต้มวันละห่อ ต้มหนึ่งห่อกินเช้าและเย็น กลิ่นยาต้มแรงมากแต่ถ้าจะให้เทียบกะคีโม ขอกินยาจีนดีกว่า เกรงใจเจ้านายและพี่ๆที่ทำงาน ขอเจ้านายไปทำงาน เจ้านายบอกว่าให้ห่วงตัวเองก่อน พักตามที่หมอสั่ง วันพฤหัสที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 นัดคุณหมอฝังเข็มตอนบ่ายสอง วันนี้พี่แอ๊วมาด้วย เรียกเรามาคุยว่าเป็นยังไงบ้างก็เล่าอาการให้เจ้านายฟัง บอกเจ้านายขอไปทำงานเพราะเกรงใจมาก พี่แอ๊วบอกว่างานไม่เยอะไม่ต้องห่วงให้ดูแลตัวเอง เข้าไปฝังเข็มรอบนี้มีสติกว่าครั้งแรก ถามคุณหมอว่า ยาหม้อที่คุณหมอให้กินมีผลอะไรกับยาคีโมหรือไม่ คุณหมอตอบว่า ไม่ ยาหม้อช่วยบำรุงร่างกายและช่วยล้างพิษ และถามคุณหมอว่า ต้องฝังเข็มกับคุณหมอนานแค่ไหน คุณหมอบอก 1 ปี ฟังระยะเวลาแล้วความเกรงใจต่อการช่วยเหลือของเจ้านายยิ่งมีมากขึ้น ไปคุยกับเจ้านายอีกครั้งและบอกว่าวันที่ 17 กุมภาหมอแผนปัจจุบันนัดเจาะเลือด เจ้านายบอกว่าให้ผลเลือดออกมาก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน
17 กุมภาพันธ์ 2558 อาการต่อมาของคีโมเช้าวันนี้น้องสาวหวีผมให้น้องเราบอกว่าพี่หลิวผมร่วงจัง เริ่มมาเป็นลำดับฤทธิ์คีโม T T ไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลเพื่อดูค่าเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือด เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอสองชั่วโมง ระหว่างที่รอนึกถึงพี่สาวที่เป็นมะเร็งจากอยุธยา เลยขึ้นไปเยี่ยม ซื้อสตอเบอรี่ของชอบแกไปด้วย ไปถึงห้องผู้ป่วย สภาพพี่สาวที่เราเห็นคือ ท้องโต ตาคล้ำ และเพ้อ หายใจติดขัด สามีของพี่สาวอยู่ข้างๆ และพูดกับเราว่า ลุงอยากให้มีปาฏิหาริย์เหลือเกิน เราเอื้อมมือไปจับมือของพี่สาว มือเย็นมาก สักพักพี่สาวลืมตาตื่น เราถามว่าจำเราได้ไหม แกบอกจำได้ ประโยคต่อมาที่พูดกับเรา สู้ๆนะ สู้ พี่สาวเขาแย่กว่าเรายังบอกให้เราสู้ เราจะไม่สู้ได้ไง ลาคุณลุงและขอให้พี่สาวหายป่วยไวๆ ไปเอาผลเลือด ค่าเม็ดเลือดขาวของเราก่อนผ่าตัดมี 8,800 ค่าปกติขั้นต่ำคือ 4,500 ฉีดคีโมไปเข็มเดียวเหลือ 2,400 พี่พยาบาลบอกว่าร่างกายอ่อนแอมากช่วงนี้ห้ามเป็นไข้เด็ดขาดไม่งั้นจะช็อค กลายเป็นเรื่องเครียด รายงานผลให้เจ้านายทราบ เจ้านายบอกว่าให้พักรักษาตัวจนกว่าค่าเม็ดเลือดขาวจะขึ้น นั่นหมายความว่าเจ้านายให้รักษาตัวจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการรักษามะเร็ง ท่านเมตตาเรามาก ให้เรารักษาตัวแต่ยังคงสถานะพนักงานบริษัทและพาไปหาแพทย์แผนจีนอีก ฉันต้องหายจะมาตายไม่ได้ เจ้านายช่วยขนาดนี้แล้ว

2.2 การเกิดใหม่และจากไปของเพื่อนร่วมชะตากรรม
20 กุมภาพันธ์ 2558 ผมร่วงชนิดที่เรียกว่าจับออกมาได้เป็นกำมือเอามือสางผมก็หลุด ยิ่งเห็นยิ่งจิตตก ไม่ได้ล่ะอยู่แบบนี้ยิ่งแย่ ตัดสินใจไปที่ร้านบอกให้ช่างโกนผมให้ พอโกนเสร็จช่างทำผมคงไม่รู้ว่าจะชมอะไร บอกเราว่าหัวสวยดี
22 กุมภาพันธ์ 2558 ไปฝังเข็มที่โรงพยาบาลสมิติเวช แพทย์จีนธีรพงศ์ เจอเราในสภาพหัวเหม่ง บอกคุณหมอว่าผมร่วงเยอะเห็นแล้วจิตตกก็เลยโกน คุณหมอพูดกับเราว่า "มันเป็นไปตามอาการของคีโม ต้องยอมรับและเข้าใจ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคง คิดดูว่าตอนเราเกิดมาเราก็ไม่มีผม ให้มองว่าเหมือนเราเกิดใหม่นะ" ประโยคนี้สร้างกำลังใจให้กับเราได้อย่างดี ถ้าไม่ได้เจ้านายเราคงไม่ได้พบคุณหมอที่เก่งและจิตใจดีแบบนี้ คำพูดของคุณหมอเตือนสติเราได้มาก คุณหมอแนะนำต่อว่า อาหารทะเลทุกอย่างตอนนี้ห้ามกินเด็ดขาด เพราะเราอยู่ในช่วงที่คีโม ร่างกายอ่อนแอมาก ถ้าแพ้จะแพ้หนักมากแล้วอีกอย่างอาหารทะเลอาจจะมีสารปนเปื้อนทำให้เราท้อง เสีย หมอแนะนำว่าห้ามกินเด็ดขาดนะ
6 มีนาคม 2558 One day Chemo การทำคีโมโดยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล คนไข้ต้องกินยาแก้แพ้ ตอนเที่ยงคืน และหกโมงเช้า นับรวมกันทั้งหมด 20 เม็ด ต้องตื่นแต่เช้าไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลต้องรีบไปแต่เช้า เพราะผลเลือดต้องออกก่อนที่จะให้หมอคำณวนยาคีโม รอหน้าห้องคนไข้ที่เป็นมะเร็งมีเยอะมากกก ต่างคนต่างเล่าเรื่องที่ตัวเองเจอมา ที่น่าขำสุดคือเวลาผมร่วงผมดำมักไปก่อนแต่ผมขาวนี่ติดแน่นทนมากไม่ร่วงเลย เรามาสังเกตุก็จริงอย่างที่พี่เขาว่า เข้าไปพบหมอคำณวนยาคีโม เม็ดเลือดขาวจาก 2400 เพิ่มขึ้นเป็น 3300 เพราะรักษาควบคู่กับแพทย์แผนจีนเลยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น รับเอกสารไปที่ห้องประกันสังคมเอาเอกสารให้พยาบาลที่ห้องคีโมเซ็น ต้องขอใบรับรองแพทย์ฉบับเต็มจากหมอที่คำณวนยาคีโมให้ทางห้องคีโมด้วยไม่งั้น คนไข้ต้องเดินข้ามตึกหรือให้ญาติกลับไปเอามาใหม่ ห้อง One day chemo มีเก้าอี้นั่งคล้ายเก้าอี้นวดประมาณ 8 ตัว มีเตียง 1 เตียง ญาติต้องรอข้างนอกจนกว่าจะให้ยาคีโมเสร็จ พี่พยาบาลบอกว่าให้ยาคีโมตอนเที่ยง บ่ายสามก็กลับบ้านได้ ตั๊กกี้น้องสาวเราเดินผ่านห้องคนไข้บอกเราว่าพี่สาวจากอยุธยาไม่อยู่แล้ว พอน้องคล้อยหลังไป เรานั่งร้องไห้อยู่ในห้องคีโมรู้อยู่ในใจว่าพี่สาวจากไปแล้ว สะเทือนใจตรงที่ คนที่ใกล้จะสิ้นใจบอกให้เราสู้ และนั่นคือประโยคสุดท้ายที่พี่สาวพูดกับเรา "สู้ๆนะ สู้" พอให้คีโมเสร็จเราเดินไปถามพี่พยาบาลว่าพี่สาวจากอยุธยาเป็นอย่างไรเราเพิ่ง มาเยี่ยมเมื่ออาทิตย์ก่อน พี่พยาบาลบอกว่าหลังจากที่เรามาเยี่ยมหลังจากนั้นสองวันพี่สาวก็สิ้นใจ เราจึงตั้งใจไว้ว่าถ้ามีหนทางอื่นหรือทำอะไรก็ตามที่คนไข้สามารถหายได้โดย ไม่ต้องคีโม เราจะแนะนำคนไข้ที่เป็นมะเร็ง เพราะไม่อยากให้ใครมาทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็นแบบเรา และเพื่อนเราที่จากไปเพราะทนพิษของคีโมไม่ไหวแบบนี้อีก

โปรดติดตามตอนต่อไป

ลิงค์แบ่งปันประสบการณ์ คุณต้นหลิว
https://www.youtube.com/watch?v=IGnNjlf85iA

****************************************************

 

Share