กลุ่มปัญหามะเร็ง เนื้องอก


       ตัวอย่างที่ ๒ ชาย อายุ ๔๗ ปี (อาจารย์นงคราญ ก่อคุณ) ที่อยู่ ๙๓ ม.๑๐ บ.ไผ่ใหญ่ ต.ไผ่ใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลฯ ผู้ป่วยมาที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อวันที่ ๕ ก.ค.๒๕๔๙ ให้ข้อมูลว่า มีอาการปวดออกร้อนสะบักด้านขวา ร้าวมาที่ราวนม จึงได้ไปตรวจสุขภาพที่คลินิกแพทย์ ในจังหวัดมหาสารคาม พบเนื้องอกที่ตับ จึงไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลฯ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น แพทย์ก็ยืนยันว่าพบเนื้องอกที่ตับเช่นเดียวกัน ผู้ป่วยสมัครใจใช้แนวธรรมชาติบำบัดในการรักษา เช่น กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำใบเตยและปรับสมดุลด้วยหลัก ๘ อ.อาการเริ่มทุเลาลงตามลำดับ (วันหนึ่งไปกินข้าวแดงซึ่งเป็นอาหารฤทธิ์ร้อน อาการออกร้อนที่สะบักก็กลับมาเป็นอีก พอหยุดข้าวแดง อาการดังกล่าวจึงหายไป) หลังจากที่ปฏิบัติตัวต่อเนื่อง สภาพร่างกายก็ดีขึ้นตามลำดับ จนเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ ได้ไปตรวจร่างกาย ด้วยการอุลตร้าซาวด์ ที่โรงพยาบาล พบเนื้องอกฝ่อเล็กลง
        ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า อาการจะแย่ลงถ้ากินปลา ไข่ หรือยาเม็ดวิตามินต่างๆ ผู้เขียนเองเก็บข้อมูลผู้ป่วยมะเร็ง ในขณะรักษาถ้ากินปลาหรือไข่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิต ประมาณ ๗๐ % มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไป ประมาณ ๓๐ % ถ้ากินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆยิ่งแย่กว่าคือ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ๙๐ % มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนัก หรือยืดอายุออกไป ไม่ถึง ๑๐ % ส่วนคนที่กินพืชโดยไม่กินเนื้อสัตว์เลย มีโอกาสรอดตายหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไป มีมากถึงกว่า ๘๐ % ดังนั้น สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ผู้เขียนมีความเห็นว่า ถ้าเป็นไปได้ควรงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ถ้าไม่สามารถอดทนต่อการกินอาหารสุขภาพซึ่งไม่มีเนื้อสัตว์ซ้ำปรุงรสไม่จัด ก็กินอาหารมังฯหรือเจที่ปรุงรสจัดอร่อยสลับกับการกินอาหารสุขภาพก็ได้ เพราะทำให้มีโอกาสรอดตายสูงหรือทรมานไม่มากนักหรือยืดอายุออกไปได้มาก ส่วนผู้ที่ป่วยด้วยโรคอื่นๆนั้น จะอดเนื้อสัตว์ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังพอถูพอไถเพราะยังไม่เสี่ยงตายมากนัก อย่างมากก็แค่ทรมานมากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนวิตามินและอาหารเสริมต่างๆนั้น ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ชัดว่าขาดก็ไม่ควรกิน เพราะผู้เขียนพบความจริงว่าผู้ป่วยจำนวนมากเมื่อปรับสมดุลจนมีสุขภาพดีขึ้นแล้ว พบว่ามักจะมีสภาพร่างกายทรุดโทรมย่ำแย่ไปกว่าเดิมหลังจากที่กินวิตามินหรืออาหารเสริมต่างๆ


       ตัวอย่างที่ ๓ หญิง อายุ ๕๑ ปี (อาจารย์กรองทอง รัตนจันทร์ ) ๗๗๑/๑ ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ให้ประวัติว่า มีอาการ ปวดไหล่ แขนไม่มีกำลัง ร้อนในมาก นอนไม่ค่อยหลับ ปัสสาวะบ่อย เส้นตึงแข็งไปทั้งตัว เสียงแหบ ออกเสียงลำบาก ตรวจที่โรงพยาบาลพบเนื้องอกที่คอ มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่างนาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลด้วยหลัก ๘ อ. หลังจากปฏิบัติได้ครบ ๕ วัน อาการปวดไหล่ลดลง แขนขามีกำลังขึ้น อาการร้อนในลดลง หลับได้สนิทขึ้น ปัสสาวะได้ดี ไม่กระปิดกระปรอย อาการตึงแข็งทั้งตัวทุเลาลง อาการทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ เริ่มออกเสียงได้ตามปกติ พอปฏิบัติได้ ๙ เดือน ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์บอกว่าไม่พบก้อนเนื้องอก


       ตัวอย่างที่ ๔ หญิง อายุ ๖๕ ปี (เป็นอาจารย์สอนธรรมะ) จังหวัดนครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า พบเนื้องอกที่เต้านม มีอาการอ่อนเพลีย ออกร้อนตามเนื้อตัว แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งและนัดผ่าตัด ผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด เพราะอายุมากแล้ว จึงมาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วยหลัก ๘ อ. หลังจากปฏิบัติตัวได้ ๕ วัน ก้อนแข็งของเนื้องอกที่เต้านมก็อ่อนตัวและเริ่มยุบเล็กลง อาการออกร้อนและอ่อนเพลียก็หายไป


       ตัวอย่างที่ ๕ ชาย อายุ ๓๗ ปี (คุณปฏิภาณ ถิระรัตน์) ที่อยู่ ๑๓ ม.๔ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา

ให้ข้อมูลว่า ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งต่อมทอนซิล ลุกลามไปที่โคนลิ้นและต่อมน้ำเหลือง เป็นมา ๑ ปี มีอาการปวดในคอและปวดตรงต่อมน้ำเหลืองที่บวมข้างคอซ้าย ปวดเหมือนโดนเข็มแทง เคล็ด เมื่อย คอแข็ง เวลาหันคอต้องหันไปทั้งตัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน อาการโดยรวมดีขึ้นมาก อาการปวดเคล็ดและปวดเหมือนเข็มแทงหายไป สามารถหันหน้าหันคอ ได้โดยที่ไม่ต้องหันทั้งตัว อาการบวมแข็งเป็นก้อนที่ใต้คางก็ยุบลงอย่างเห็นได้ชัด จากขนาดเท่าลูกมะนาว ลดลงเท่าลูกแก้วเล็กๆ อาการอ่อนเพลียหายไป รู้สึกสดชื่นและมีเรี่ยวแรงกำลังมากขึ้น


       ตัวอย่างที่ ๖ หญิง อายุ ๕๐ ปี ที่อยู่ ๒๐๗ ถ.ธำรงค์ประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นครพนม

ให้ข้อมูลว่า มีเนื้องอกที่เต้านมด้านขวา ขนาดประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร ปวดมาก เป็นมาได้ ๒ เดือน ในช่วงนั้น ตนมีภาวะร้อนเกิน แต่กลับกินอาหารฤทธิ์ร้อนในปริมาณมาก โดยเข้าใจว่าจะช่วยบำรุงสุขภาพของตน เช่น ขมิ้นแคปซูล งา ถั่วลิสงต้ม จมูกข้าวสาลี ข้าวโอต เป็นต้น และตนก็ชอบกินอาหารเค็มจัด เผ็ดจัดอยู่แล้ว มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๐ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน อาการเริ่มทุเลาลง พอปฏิบัติตัวได้ ๒ สัปดาห์ อาการปวดก็หายไป เนื้องอกก็อ่อนตัวและเล็กลง


       ตัวอย่างที่ ๗ หญิง อายุ ๗๔ ปี (นางปราณี ชาลี) ชุมชนหินผาฟ้าน้ำ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ให้ข้อมูลว่า เป็นมดลูกหย่อน ไปตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แพทย์นัดผ่าตัดมดลูก แต่ก่อนผ่าแพทย์ตรวจสุขภาพละเอียด พบจุดขาวๆที่ปอด แพทย์จึงให้กินยารักษาวัณโรค แล้วตรวจอาการละเอียดอีกครั้ง ผลออกมาแพทย์แจ้งว่าเป็นมะเร็งที่ปอดและนัดผ่าตัดปอด อาการที่มีก็คือ ไม่ค่อยมีกำลังและหายใจไม่โล่งเป็นบางครั้ง ผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน รู้สึกเบากาย มีกำลัง หายใจโล่งขึ้น มดลูกที่เคยหย่อนลงมาก็ยุบตัวคืนสู่ภาวะปกติ


       ตัวอย่างที่ ๘ หญิง อายุ ๖๗ ปี ๒๙ ม.๒ ต.นาแต้ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ให้ข้อมูลว่า มีอาการปวด ออกร้อนท้องและบั้นเอว ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งตับ กินยาระงับปวดที่โรงพยาบาลให้มา อาการก็ทุเลาลงชั่วคราวพอหมดฤทธิ์ยาแล้วก็ปวดอีก แพทย์นัดผ่าตัด ผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน อาการปวดออกร้อน ก็ทุเลาลง ได้หยุดยาแผนปัจจุบัน และปฏิบัติตัวอย่างต่อเนื่อง ได้ ๓ เดือน อาการก็ทุเลาลงตามลำดับ มีอาการปวดร้อนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเดิม


       ตัวอย่างที่ ๙ หญิง อายุ ๗๐ ปี บ้านโนนค้อทุ่ง ต.โพนเมืองน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ให้ข้อมูลว่า มีอาการจุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ปวดเอว ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งที่ตับระยะสุดท้าย และแพทย์บอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน ๑ เดือน ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อต้นปี ๒๕๔๙ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน อาการดังกล่าวหายไป หลังจากปฏิบัติตัวได้ ประมาณ ๒ เดือน ได้ไปฉีดยาวิตามิน อาการก็กำเริบขึ้นมาอีกอย่างรุนแรง จึงมาถอนพิษที่สวนส่างฝัน อาการก็ทุเลาลง ภายใน ๓ วัน ผู้ป่วยก็ปฏิบัติตัวมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน (มิถุนายน ๒๕๕๐) ผ่านมาได้ ๑ ปี กว่าๆ ผู้ป่วยก็ยังมีชีวิตอยู่


       ตัวอย่างที่ ๑๐ หญิง อายุ ๔๘ ปี ที่อยู่ ๒๗๔ ธำรงค์ประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นครพนม ให้ข้อมูลว่า ตรวจพบก้อนเล็กๆที่เต้านมด้านขวา รู้สึกวิตกกังวลมาก มีอาการโคลงเคลงเหมือนอยู่ในเรือ บางครั้งก็มาก บางครั้งก็น้อย ปวดตามเส้นด้านขวา ปวดที่ตา หลังและเท้า เฉพาะนิ้วหัวแม่เท้าด้านขวา มีอาการชาอย่างมาก ในท้องมีแก๊สเยอะ หลังอาหารเย็นต้องเดินช่วยย่อย บางครั้งต้องออกกำลังกายยกแขน เพื่อช่วยให้เรอออกทางปากจึงจะนอนได้ ใต้ซี่โครงด้านซ้ายจะมีอาการชาตลอดและบางครั้งเวลาเข้าห้องน้ำจะมีอาการปวดมวนในบริเวณนี้ด้วย บางทีถ้าผายลมออกได้ อาการมึนนี้ก็จะเบาลง มักปวดท้อง ปวดแบบมีการระบม ประมาณช่วง ตี๑-๒ มักลุกปัสสาวะกลางดึก ประมาณ ๑-๒ ครั้ง บริเวณจมูกจะแห้งมาก มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน อาการทุกอย่างทุเลาลงมาก หลังจากปฏิบัติตัวต่อเนื่องได้ ๒ เดือน ก้อนเนื้องอกก็ยุบหายไป


       ตัวอย่างที่ ๑๑ หญิง อายุ ๓๖ ปี (คุณจารุวรรณ ช่วงอรุณ) ที่อยู่ ๘๐๒/๙๑๓ ม.๑๒ ต.คูคด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ให้ข้อมูลว่า ประมาณ เมื่อ พ.ค.๔๙ ตรวจพบก้อนที่เต้านมด้านขวา ก้อนลักษณะอุ่นๆ ร้อนๆ ประมาณเท่าข้อนิ้วก้อย เมื่อ ส.ค.๔๙ แพทย์นัดผ่าตัด นำชิ้นเนื้อส่งตรวจและตรวจร่างกายโดยละเอียด แล้วแพทย์ก็วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายและกระจายไปที่ตับ ผู้ป่วยกินอาหารฤทธิ์เย็น ฝึกคลายเครียดและถอนพิษร้อนตามแนวธรรมชาติบำบัดอย่างเคร่งครัด ต่อเนื่อง ๔ เดือน สภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้นตามลำดับ หลังจากนั้นก็กินมังสวิรัติธรรมดาทั่วไป เมื่อ เม.ย.๕๐ ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่าไม่พบเซลล์มะเร็ง
        ผู้ป่วยให้ประวัติว่ามักกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง เนื้อทอด บะหมี่ซอง กาแฟ น้ำอัดลมเป็นประจำ เคร่งเครียดกับการงานมาก เป็นคนมุ่งมั่นและปักมั่นทำสิ่งใดก็ต้องให้สำเร็จ นอนดึก มักทำงานล่วงเวลาเสมอๆ ทั้งหมดเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคร้ายขึ้น พอปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคให้ถูกต้อง ร่างกายและจิตใจก็ดีขึ้น


       ตัวอย่างที่ ๑๒ หญิง อายุ ๓๕ ปี ๕๙ ม.๗ ต.ดอนโอง อ.โพธ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า มีอาการปวดแสบ ปวดร้อนในช่องท้องและชายโครงด้านขวา คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งลุกลามมาจากเต้านมที่เป็นมะเร็ง ที่ได้ผ่าตัดออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้ทดลองรักษาด้วยการกินวิตามินและอาหารเสริมต่างๆ อาการก็ไม่ทุเลาลง ทดลองกินอาหารและสมุนไพรรสเผ็ดร้อน อาการก็ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก ได้มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๐ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน มีอาการดีขึ้น ไม่มีอาการปวดแสบร้อน ท้องไม่ผูก รู้สึกสดชื่นแจ่มใส แข็งแรงขึ้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
       ปฏิบัติตัวต่อเนื่องอย่างมีสุขภาพที่ดีมาได้ประมาณ ๕ เดือน ก็ทดลองกินมะม่วงสุก (มีฤทธิ์ร้อนมาก) และผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ไข ่(มีฤทธิ์ร้อนมาก) ซึ่งแสลงต่อโรค ทำให้อาการกลับกำเริบมาอีกครั้ง ผู้ป่วยรู้สึกตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อ เสียกำลังใจและอ่อนแรง ได้โทรมาหาผู้เขียน ผู้เขียนจึงได้ให้ข้อมูลในทำนองว่า คนเป็นมะเร็งจะรอดหรือไม่ อยู่ที่ปากและใจ คือ ปากสามารถกินอาหารที่สมดุลต่อร่างกายได้ ส่วนจิตใจก็ปล่อยวางความติดยึดในเรื่องต่างๆ ปล่อยวางความกลัว ความวิตกกังวลให้ได้มากที่สุด ทำใจให้สบาย มีศรัทธา กำลังใจและมั่นใจในการปฏิบัติ มีความสุข และเห็นคุณค่าของการปฏิบัติ อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกบำเพ็ญเมตตาบารมี บำเพ็ญลดกิเลสอันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทรมาน ก็เป็นบุญเป็นกุศลในชีวิต จะได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้น้อยลงทั้งในชาตินี้และชาติหน้า การฝึกกระทำดังกล่าว จะทำให้มีโอกาสฟื้นได้มากที่สุดหรือเป็นผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด
        ผู้ป่วยหลายคนที่พอมีอาการทรุดหน่อย ก็ท้อถอยหมดกำลังใจ ก็ยิ่งจะทำให้อาการแย่ลงเร็ว อย่าว่าแต่ผู้ป่วยเลย ขนาดนักกีฬา ที่ฝึกร่างกายจนแข็งแรง เวลาแข่งขันแล้วเกิดพลาดท่า เสียแต้มเสียคะแนน แล้วตกใจ ใจเสีย ใจฝ่อ กำลังใจตก ยังส่งผลให้หมดเรี่ยวหมดแรง หมดสมรรถนะในการต่อสู้ ทำให้ต่อสู้ได้ไม่ดี ส่วนบางคนแม้จะเป็นรอง แทบจะไม่มีทางชนะ แต่มีกำลังใจต่อสู้โดยไม่มีความกดดัน ไม่วิตกกังวลอะไรเพราะเขาทำใจว่า แพ้ก็ได้ ชนะก็ได้ จึงสบายใจในการต่อสู้ กลับมีเรี่ยวแรง มีสมรรถนะที่ดีในการต่อสู้ และได้ผลออกมาดีเพราะเขามีความสุข มีความยินดีที่ได้ทำดีที่สุดในการต่อสู้ นั่นคือเราได้ประโยชน์ที่มนุษย์ควรได้แล้ว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรามีความสุขกับการทำดีที่สุด โดยผลที่ออกมาไม่สามารถทำร้ายจิตใจเราได้ เรามุ่งหมายและลงมือทำให้เกิดสภาพที่ดีที่สุด ให้เกิดสภาพทุเลาเบาบางจากโรคภัยไข้เจ็บให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามองค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น ถ้าปรับสมดุลให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ก็ทำ ถ้าทำดีที่สุดแล้วได้ผลดีที่สุดเท่านั้นขนาดนั้น ก็พอใจเต็มใจในผลที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้จริง ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้จริงตามองค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น อาจจะแพ้ก็ได้ ชนะก็ได้ หายก็ได้ ไม่หายก็ได้ ตายก็ได้ ไม่ตายก็ได้ และฝึกทำใจในใจว่าเมื่อเราได้ยินดีเพ่งเพียรปรับสมดุลอย่างดีที่สุดที่เราจะทำได้แล้ว องค์ประกอบเหตุปัจจัยจัดสรรให้ร่างกายมันตั้งอยู่ก็ให้มันตั้งอยู่ จัดสรรให้ร่างกายมันเสื่อมไปก็ให้มันเสื่อมไป หรือจัดสรรให้โรคภัยไข้เจ็บทุเลาเบาบางได้มากที่สุดเท่าไหร่ก็พอใจเท่านั้น รู้จักพอใจในผลและรู้จักวางใจไม่ยึดผลนั้นว่าเป็นตัวเราของเราถาวร เพราะไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร มันก็จะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ตามฤทธิ์แรงของเหตุและดับไปเป็นธรรมดาเมื่อหมดฤทธิ์แรงของเหตุนั้น เราอาศัยผลนั้นอยู่ชั่วคราวเท่านั้นเอง เป็นสภาพปล่อยวางจากแรงกดดันของผล (ถ้าเรามีความวิตกกังวลติดยึดกับสิ่งอื่น ก็ควรจะปล่อยวางโดยการพิจารณาทุกข์โทษภัยของการติดยึดด้วย จะทำให้เราวางใจได้เพราะถ้าเราวางใจได้ก็จะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายและจิตใจเรา) และเราก็ได้เรียนรู้ว่าทำเหตุอย่างนี้ เกิดผลอย่างนี้
       เรามีสิทธิและหน้าที่ในการยินดีเพียรทำเหตุที่ดีและยินดีตรวจสอบผล แต่เราไม่มีสิทธิและหน้าที่ใจร้อนเร่งผลหรือทุกข์กับผล เพราะผลไม่ได้เกิดจากการใจร้อนเร่งผล แต่ผลเกิดจากการทำเหตุ ทำเหตุได้ดีได้สมดุลเท่าไหร่ ผลก็จะเกิดตามองค์ประกอบเหตุปัจจัยและความเพียรที่เราทำเท่านั้นๆ ถ้าเราเปลืองพลังเปลืองเวลาไปใจร้อนเร่งผลหรือทุกข์กับผล จะทำให้เราทั้งเครียดและเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์ ซ้ำยังเป็นโทษบั่นทอนจิตใจและร่างกายด้วย สิ่งสำคัญก็คือเราควรมีความผาสุกทางใจ มีความยินดีในการทำกุศล ในการทำต้นเหตุของการลดทุกข์ ในทุกๆเวลา ถึงแม้จะต้องสิ้นชีวิตก็ตามเพราะทั้งชาตินี้และชาติหน้าเราจะได้ทุกข์ทรมานน้อยที่สุด นั้นแหละคือกิจที่เราควรทำ เป็นการกระทำที่ผลของการกระทำไม่สามารถกดดัน ให้เรามีความหวาดกลัววิตกกังวล เป็นสภาพกระทำเหตุที่ดีด้วยความยินดีพอใจเต็มใจ และตรวจสอบผลอย่างยินดีพอดีเต็มใจแล้วปล่อยวางไม่ทุกข์ร้อน ก่อให้เกิดความผาสุกทางจิตใจและเกิดผลดีต่อสุขภาพกายของเรามากที่สุด เรา ควรเพียรสร้างเหตุแต่ไม่ควรใจร้อนเร่งผล เพราะการใจร้อนเร่งผลนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นอภิชปา(ตัณหาล้ำหน้า) นอกจากจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ยังเป็นผลเสีย ทำให้เคร่งเครียด บั่นทอนกำลัง บั่นทอนสุขภาพทั้งกายและใจ เนื่องจากเป็นการสร้างความอยากในสิ่งที่เกินความเป็นไปได้จริง ทำให้ร่างกายผลิตพลังงานขึ้นมาเพื่อผลักดันให้ทำตามความต้องการที่เป็นไปไม่ได้จริงนั้น ยิ่งความต้องการที่ไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักพอมากเท่าไหร่ ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตพลังงานเผาทำร้ายเซลล์เนื้อเยื่อของตนเองมากเท่านั้น
       การยึดติดเคร่งเครียด การวิตกกังวลหวาดกลัว การท้อแท้ท้อถอย ตกใจ ใจฝ่อ เสียกำลังใจ จะเกิดผลเสียต่อร่างกายและจิตใจเรา อย่ากลัวตาย ก็ในเมื่อหายจากโรคก็ต้องตาย ไม่หายจากโรคก็ต้องตาย ไม่ผู้ใดที่ไม่ตาย ความตายไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วจะต้องกลัวตายให้ขาดทุนให้เกิดผลเสียต่อกายใจทำไม อย่ากลัวไม่หายโรค เพราะการกลัวไม่ได้ช่วยให้หายโรค ต่อให้เรากลัวได้มันก็เป็นสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้ว ซ้ำร้ายความกลัวกลับทำให้โรคกำเริบรุนแรงยิ่งขึ้น การยอมรับความจริง การไม่กลัวและการลงมือสร้างปรับสมดุลสุขภาพต่างหากที่จะทำให้หายโรคหรือทำให้โรคภัยไข้เจ็บทุเลาเบาบาง คุณจะกลัวหรือไม่กลัว โรคมันก็หายอยู่แล้ว เพราะในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเที่ยง ไม่หายตอนนี้ก็หายตอนหน้า ไม่หายตอนเป็นก็หายตอนตาย กลัวให้ขาดทุนทำไม อย่าเสียพลังเสียเวลาไปกลัวเลย เอาแรงพลังและเวลาที่ใช้ในการกลัวมารักษาตัวเองดีกว่า เราไม่มีเวลาจะไปกลัวอีกแล้ว มีแต่เวลาลงมือทำสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ทุกวินาที
         ผู้ป่วยรายนี้ก็เริ่มกลับมามีกำลังใจ เริ่มกินอาหารสุขภาพและปรับสมดุลใหม่อีกครั้ง อาการก็ค่อยๆทุเลาลงตามลำดับ


       ตัวอย่างที่ ๑๓ หญิง อายุ ๗๘ ปี ๔๑/๒ ม.๑ ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ให้ข้อมูลว่าไปตรวจที่โรงพยาบาลพบเนื้องอกที่ตับแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับและถุงน้ำดี มีอาการปวดท้อง กินอาหารแล้วไม่ย่อย ท้องอืด ปวดตามขาเหมือนเส้นเอ็นยึด เริ่มมีอาการเมื่อ สิงหาคม ๒๕๔๘ มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๙ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วัน ตัวเบาขึ้น หายท้องอืด ผายลมได้สะดวก ไม่มีอาการปวดขา เส้นเอ็นที่ขาคลายตัวไม่ตึง เมื่อ เมษายน ๒๕๕๐ ผู้ป่วยมาให้ข้อมูลกับผู้เขียนที่ศีรษะอโศก(ผู้เขียนไปทำค่ายสุขภาพที่นั่น) บอกว่าร่างกายปกติดี อาการไม่สบายต่างๆหายไปหมดแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ตรวจไม่พบเนื้องอก
        ผู้เขียนพบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ที่ใฝ่ในธรรม โรคภัยไข้เจ็บมักจะทุเลาเบาบางหรือหาย ได้เร็ว ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ใฝ่ในธรรม  ผู้ป่วยท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นผู้ที่เพ่งเพียรปฏิบัติธรรมมานาน ผู้เขียนเคยได้รับความเมตตา ได้รับอาหาร ได้อาศัยที่พัก จากผู้ป่วยท่านนี้อยู่เสมอ ในตอนที่ท่านยังไม่เจ็บป่วย และนับเป็นบุญของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสตอบบุญแทนคุณท่านบ้าง


       ตัวอย่างที่ ๑๔ ชาย อายุ ๖๒ ปี ที่อยู่ ๑๓๗ ม.๕ ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า เมื่อ ปี ๒๕๔๐ ปัสสาวะเป็นเลือด แต่ไม่มีอาการเจ็บเลย แต่ถ้าเป็นได้ ๓ วัน เลือดไม่หยุด จะเป็นลิ่มและปัสสาวะไม่ออก ต้องใช้สายสวนออก ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์ส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ วินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้าย รักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียค่าใช้จ่ายประมาณ ๕ หมื่นบาท พอปี ๔๗ กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง เป็นๆ หายๆ ไม่ได้ไปหาแพทย์อีก รักษาด้วยตนเองด้วยการกินหญ้าปักกิ่ง  ปลายเดือน มิถุนายน ๒๕๔๙ ในขณะที่เดินทางมาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ผู้ป่วยได้ติดต่อมาที่ผู้เขียน ผู้เขียนได้แนะนำให้หาเครื่องดื่มหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นกิน ผู้ป่วยจึงหาน้ำเฉาก๊วย ซึ่งมีฤทธิ์เย็นมาดื่ม และกินฟ้าทะลายโจรแคปซูล ปัสสาวะเริ่มใสขึ้นเรื่อยๆ เลือดหยุดไหลและหายเป็นปกติภายใน ๔ ชั่วโมง หลังจากมาเข้าค่ายสุขภาพได้ ๕ วัน ซึ่งใช้อาหารฤทธิ์เย็น ดื่มน้ำย่านาง กายบริหารและปรับสมดุลด้วยหลัก ๘ อ. อาการดีขึ้นมาก นานๆจะมีเลือดออกมาเพียงเล็กน้อย แล้วก็หยุดไป เมื่อ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๙ ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ารู้สึกแข็งแรงขึ้นมาก เวลาทำงานก้มๆเ งยๆ ไม่รู้สึกปวดเมื่อยเหมือนเดิม


       ตัวอย่างที่ ๑๕ หญิง อายุ ๓๖ ปี ที่อยู่ พุทธสถานปฐมอโศก ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม ให้ข้อมูลว่า เป็นไวรัสตับอักเสบบี มา ๑๐ กว่าปี เมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา มีอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้งบ่อย ปวดคอมานานหลายปี เป็นเริมบ่อย ลมหายใจร้อนและเป็นก้อนที่เต้านม เมื่อ ๑-๒ เดือนที่ผ่านมา มีอาการใจสั่น เหนื่อย ปวดประจำเดือนและก้มกราบพระได้ยาก มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากครบ ๕ วันและปฏิบัติตัวต่อเนื่องได้ ๑ เดือน ทำให้เก็บปัสสาวะได้มากขึ้น ปัสสาวะน้อยครั้งลง อาการคอแห้ง ปวดคอ เริม ลมหายใจร้อน ปวดประจำเดือนและการก้มกราบพระได้ยาก อาการดังกล่าวหายไป ขนคิ้วมากขึ้น ก้อนที่เต้านมเริ่มเล็กลง ส้นเท้าแตกน้อยลง อาการใจสั่นและเหนื่อยน้อยลง


       ตัวอย่างที่ ๑๖ หญิง อายุ ๓๖ ปี ที่อยู่ ๓๗ ม.๑๐ ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลว่า เมื่อปี ๒๕๔๗ ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่า ที่มดลูกเป็นเนื้องอกระยะก่อนมะเร็งระยะที่ ๓ มีอาการอ่อนเพลีย เป็นตกขาวออกเหลือง คันบริเวณช่องคลอด รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยการจี้ด้วยขดลวดไฟฟ้า หลังจากจี้อาการเป็นปกติ แต่พอปี ๒๕๔๘ อาการกลับมาเป็นอีก คือ ตกขาว คันที่ช่องคลอด น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย ปวดขึ้นไหปลาร้า รักษาด้วยการจี้อีกครั้ง หลังจี้จะมี อาการตัวร้อน ปวด อ่อนเพลีย มีก้อนแข็งที่เต้านม มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ มิถุนายน ๒๕๔๙ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากเข้าค่ายอบรม ๕ วัน อาการปวดเมื่อย ตัวร้อนและตกขาวทุเลาลง หลังจากกลับไปปฏิบัติตัวต่อเนื่อง อาการก็ทุเลาตามลำดับ วันใดที่ออกนอกกรอบ คือไปกินอาหารฤทธิ์ร้อน เคร่งเครียดหรือใจร้อน อาการทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นอีก พอปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด อาการทุกอย่างก็จะทุเลาลง


       ตัวอย่างที่ ๑๗ หญิง อายุ ๕๘ ปี ที่อยู่ ๑๗/๑ ม.๗ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมดลูก เป็นมา ๔ ปีแล้ว เคยเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯ สวนส่างฝัน ปฏิบัติตัวตามแนวทางธรรมชาติบำบัดนี้มาตลอด สภาพร่างกายดีขึ้น ดำเนินชีวิตได้เหมือนคนปกติ มาเข้าค่ายสุขภาพอีกครั้งที่ศูนย์ฝึกฯแก่นอโศก เมื่อ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหาร และปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ.หลังจากเข้าค่ายอบรมได้ ๕ วัน อาการจุกแน่นท้องและอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนได้หายไป รู้สึกเบากายสบายใจดี


       ตัวอย่างที่ ๑๘ หญิง อายุ ๔๙ ปี ที่อยู่ ๖๙/๗๑๗ ม.๖ หมู่บ้านกราบดิน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ให้ข้อมูลว่า มีอาการครั้งแรกเมื่อ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ ชักและหมดสติอยู่ประมาณ ๕ วัน แพทย์จึงได้เอกซ์เรย์และตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า วินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในสมองซีกซ้าย เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เซนติเมตร ความดันโลหิตสูงกินยาลดความดันมาประมาณ ๑ ปี หลังกินยาลดความดันวัดค่าได้ ๑๓๐/๙๐ มิลลิเมตรปรอท เป็นแผลสะเก็ดเงินมาประมาณ ๔ ปี อารมณ์ผันผวนโดยไม่มีสาเหตุวันละ ๒-๓ ครั้ง ความคิดไม่ปะติดปะต่อ ร้อนวูบวาบตามตัว มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากเข้าค่ายอบรมได้ ๕ วัน แผลสะเก็ดเงินหายสนิท แม้ไม่ต้องกินยาลดความดันโลหิต ก็วัดค่าได้ ๑๓๐/๙๐ มิลลิเมตรปรอท ซึ่งปกติถ้าไม่กินยาความดันโลหิตก็จะมากกว่านี้ อาการอารมณ์ผันผวนและอาการร้อนวูบวาบหายไป สมองสามารถคิดปะติดปะต่อได้ดีขึ้นมาก


       ตัวอย่างที่ ๑๙ หญิง (อาจารย์สรรพร) หมู่บ้านศรีษะอโศก ต.กระแชง อ.กัณทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ให้ข้อมูลว่า มีอาการคอบวมโต ออกร้อนตามตัว ปวดในช่องท้อง ถ้ากินอาหารฤทธิ์ร้อน เช่น น้ำมันรำข้าว อาการออกร้อนจะเป็นมากขึ้นและคอก็จะบวมโตมากขึ้น ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นคอพอกเป็นพิษ ตรวจอุลตร้าซาวด์พบเนื้องอกในมดลูก แพทย์จึงนัดผ่าตัดทั้งคอพอกและเนื้องอกมดลูก ผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด จึงมาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ปี ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากเข้าค่ายได้ ปฏิบัติตัวอย่างต่อเนื่อง ๓ เดือน คอที่พองโตยุบลงเป็นปกติ ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่า ตรวจไม่พบคอพอกเป็นพิษและไม่พบเนื้องอกที่มดลูก


       ตัวอย่างที่ ๒๐ ชาย อายุ ๕๓ ปี (ว่าที่ร้อยตรีพิเชษฐ์ กมลศิลป์) อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

       ให้ข้อมูลว่า ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภูมิแพ้ มีอาการเหนื่อยเพลีย มักมีเสมหะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เป็นมา ๒๗ ปี มีโรคที่แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมก็คือ มีเอนไซม์เกี่ยวกับตับหลั่งสูงกว่าปกติ ตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งตับระยะสุดท้าย(แพทย์แจ้งเมื่อ ๑๗ พ.ค.๕๐) มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯ แก่นอโศก เมื่อ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากเข้าค่ายอบรมได้ ๕ วัน อาการจามไอและมีเสมหะในช่วงกลางคืนลดลง แต่ในช่วงเช้ายังมีเหมือนเดิม คือมีเสมหะและน้ำมาก มาอุดตันหลอดลมเป็นบางช่วง อาการบวมที่ขาทั้งสองข้างซึ่งเป็นเรื้อรังมานาน กินยาแผนปัจจุบันและสมุนไพรมาตลอดก็ไม่หาย แต่พอมาเข้าค่ายสุขภาพได้ทดลองหยุดยาทุกอย่าง และปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด อาการบวมลดลงประมาณ ๙๐ % แต่เดิมลุกปัสสาวะ คืนละ ๗-๘ ครั้ง ลดลงเหลือเพียงคืนละ ๑ ครั้ง ร่างกายมีพลัง ไม่เหนื่อย หายใจอิ่มตลอด รู้สึกเบากายสบายตัว


        ตัวอย่างที่ ๒๑ หญิง อายุ ๕๘ ปี ที่อยู่ พุทธสถานสีมาอโศก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า มีก้อนเนื้องอกที่เต้านม มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. หลังจากเข้าค่ายอบรม ๑ เดือน เนื้องอกก็ยุบหายไป


       ตัวอย่างที่ ๒๒ หญิง อายุ ๔๒ ปี พุทธสถานทักษิณอโศก อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อปี ๒๕๒๖ ให้ข้อมูลว่า ประจำเดือนมา ๑๕ วัน ปี ๒๕๓๖ ประจำเดือนมา ๒๘ วัน หยุด ๒ วัน มาอีก ๑๕ วัน ปี ๒๕๔๗ ประจำเดือนมา ๘๗ วัน ปี ๒๕๔๘ ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะ ๒ ได้รักษาด้วยการกินอาหารเสริม วิตามินเสริมทั้งของจีนและยุโรปจำนวนมาก มีอาการช๊อคเลือด จากการสูญเสียเลือดประจำเดือนจำนวนมากติดต่อกัน ๖-๗ ชั่วโมง รับเลือดที่โรงพยาบาล แพทย์นัดผ่าตัดและนัดให้เคมีบำบัด ผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะใช้วิธีดังกล่าว มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกฯสวนส่างฝัน เมื่อ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ใช้ธรรมชาติบำบัด กินอาหารฤทธิ์เย็น กินน้ำย่านาง โยคะ-กายบริหารและปรับสมดุลสุขภาพด้วย หลัก ๘ อ. ผลก็คือ ประจำเดือนเลื่อนระยะออกไป ๔ สัปดาห์ ภายในเดือนแรก ปริมาณลดน้อยลงกว่าเดิมสูญเสียเพียง ๖-๗ วัน ช่วงห่างของประจำเดือนห่างนานถึง ๗ สัปดาห์ ในช่วง ๗เดือนที่ปฏิบัติตัวตามแนวทางของค่ายสุขภาพ ประจำเดือนมาเพียง ๔ ครั้งๆละ ๖-๗ วัน รู้สึกสุขภาพดีขึ้นมาก