#การศึกษาของสถาบันวิชชาราม สังกัดมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่เราจะศึกษาด้วย “อธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา” ที่พระพุทธเจ้าสอนด้วย#อปริหานิยธรรม ๗ ซึ่งท่านก็ตรัสว่า

-ให้หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์
-พร้อมเพียงกันประชุม
-พร้อมเพรียงกันเลิก
-พร้อมเพรียงกันช่วยทำกิจ
-ให้เชื่อฟังคำตรัสของพระพุทธเจ้า ให้เชื่อฟังผู้นำที่มีคุณธรรม ที่ลดกิเลสได้ และให้พากันพากเพียรลดกิเลสโลภโกรธหลงด้วย “อธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา” สัจจะเป็นอย่างนี้
-จัดสรรองค์ประกอบของป่าให้เป็นประโยชน์ คนดีมีศีลธรรม มาทำดีร่วมกันอย่างผาสุก

อันนี้ก็คือ #อปริหานิยธรรม ๗” ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นธรรมที่เจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเลย

เราก็เห็นว่าการศึกษาควรจะทำแบบนี้แหละ จึงจะเกิดความเจริญขึ้น นี้คือการศึกษาที่เจริญที่สุดในชีวิตมนุษย์ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

เราก็จะทำการศึกษาแบบนี้แหละ เสนอรูปแบบการศึกษาแบบนี้ให้กับทางภาครัฐ

ซึ่งเราทำมา ๒๒ ปี ทางแพทย์วิถีธรรมเรา จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเรา ก็ได้ไปช่วยเหลือเกื้อกูลผู้คนกว่า 200,000 คนแล้ว มีงานวิจัยออกมาหลายประเด็นว่า เป็นประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ต่อเราเองและประชาชน

เราคิดว่า เรามีข้อมูลว่า การศึกษาที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทุกวันนี้ มีข้อบกพร่อง ก็คือ ไม่มีคุณธรรมถึงระดับอริยธรรม คือ การลดกิเลสได้
คือ ขาดกระบวนการ “อธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา” ด้วยอปริหานิยธรรม ยังขาดตรงนี้อยู่

เราก็ไปเสนอว่าการศึกษาควรจะมีสิ่งเหล่านี้เข้าไป เพราะเราเชื่อมั่นว่า การศึกษาที่เป็นประโยชน์ที่สุด ต่อเราและมวลมนุษยชาตินั้น คือ

#การศึกษาที่ต้องสร้างนักเสียสละที่ใจบริสุทธิ์จากกิเลสเป็นลำดับๆ ด้วย “อธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา” โดยกระบวนการอปริหารธรรม ๗
ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้

เพราะ จะทำให้เกิดการเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจที่เป็นสุข มีการพึ่งตนและช่วยคนให้พ้นทุกข์

#การศึกษาที่ดีนั้นต้องก้าวไปสู่ ต้องมีเป้าหมาย หรือว่ามีประสิทธิภาพ ไปสู่
#ชีวิตที่พอเพียงเรียบง่าย
ร่างกายที่แข็งแรง
จิตใจที่ดีงาม จิตใจที่เป็นสุข”

นี่คือการศึกษาที่ดี ต้องก้าวไปสู่

#ชีวิตที่พอเพียงเรียบง่าย ร่างกายที่แข็งแรง
จิตใจที่ดีงาม จิตใจที่เป็นสุข โดยกระบวนการของอธิศีลอธิจิตอธิปัญญา ในอปริหานิยธรรม ๗

หรือทั้งหมดนี้เรียกว่า
#มรรคมีองค์แปด” อันเป็นทางเอกสายเดี่ยวสู่ความพ้นทุกข์
โดยย่อข้อเดียว ก็คือว่า

#คนดีมาทำสิ่งดีร่วมกันไปด้วยลดกิเลสไปด้วย
มาทำสิ่งดีร่วมกัน คือ การช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อให้ได้รับประโยชน์ ตัวเราเองก็ลดโลภโกรธหลง ลดกิเลสของเราไปด้วย ด้วยอธิศีลอธิจิตอธิปัญญา

นี้เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
#เป็นธรรมที่เจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเลย

องค์ความรู้นี้นั้น ที่ยังไม่มีในระบบการศึกษาปกติ เมื่อยังไม่มีในระบบการศึกษาปกติ เราก็เห็นว่า การแก้ปัญหาทุกปัญหาในโลก หรือการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่างๆ ในโลก จะมีประสิทธิภาพสูงสุดได้เมื่อการศึกษานั้นสามารถสร้างนักเเสียสละที่ใจบริสุทธิ์จากกิเลส เป็นลำดับๆ ทุกสาขาอาชีพ ด้วยอธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา โดยกระบวนการอปริหานิยธรรม ๗ คือคนดีมาทำสิ่งดีร่วมกัน มาช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ พร้อมกับลดกิเลสโลภโกรธหลงในตัวเองไปด้วย

นี้คือการศึกษาที่ดีที่สุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ มากที่สุด…

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
พาเหล่าพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม
#ปฏิรูปการศึกษา โดยยื่นหนังสือ ขอเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาแบบอัธยาศัย สถาบันวิชชาราม ในระดับอุดมศึกษา ปัญญาตรี ปัญญาโท ปัญญาเอก
ที่ ตึก กพร.สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล
และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศีกษาธิการ
เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๐
เวลาประมาณ ๘.๐๐ – ๑๐.๐๐ น.

โดย อ.หมอเขียว และเหล่าพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่เป็นนักศึกษาสถาบันวิชชาราม ได้ร่วมรวมพลังกันที่สนามม้านางเลิ้ง ตั้งแต่ก่อนเวลา ๗ นาฬิกาเช้า ก่อนส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือทั้งสองแห่ง และหลังยื่นหนังสือได้ร่วมกันร้องเพลงสถาบันวิชชาราม ณ สนามม้านางเลิ้งกันก่อนแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่เพื่อมวลมนุษยชาติกันต่อไป

600609 แพทย์วิถีธรรมสัญจรปฏิรูปการศึกษา สถาบันวิชชาราม