บททบทวนธรรม

เพื่อการสร้างจิตวิญญาณให้ผาสุกที่สุดในโลก

เป็นคัมภีร์ชีวิตที่จะทำให้ชีวิตพ้นทุกข์

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)

  1. เรื่องการเข้าใจผิดของเรากับผู้อื่น

เราต้องระลึกรู้ว่า

มันคือวิบากกรรมเขา วิบากกรรมเรา

แก้ไขได้ด้วยการทำดีไม่มีถือสาไปเรื่อย

แล้ววันใดวันหนึ่งข้างหน้า ในชาตินี้ หรือชาติหน้า หรือชาติอื่นๆ สืบไป

ความเข้าใจผิดนั้นก็จะหมดไปเอง

  1. เราต้องรู้ว่า

แต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน

เราจึงควรประมาณการกระทำให้เหมาะสมกับฐานจิตของเราและฐานจิตของผู้อื่น

คิดดี พูดดี ทำดีไว้ก่อนดีที่สุด

  1. การกระทำเดียวกัน

มีเหตุผลในการกระทำกว่าล้านเหตุผล

ต้องระวังอคติ หรือ ความเข้าใจผิด จากการคาดเดาที่ผิดของเรา

  1. สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา

ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับ โดยที่เราไม่เคยทำมา

  1. ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่น

แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง

  1. เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา

ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ

เพราะเราเคยทำเช่นนั้นมามากกว่านั้น

เมื่อได้รับแล้วก็หมดไป เราก็จะโชคดีขึ้น

  1. เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่างให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

เท่าที่จะพึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย

ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับไปเท่านั้น

  1. เราทำดีด้วยการช่วยไม่ให้คนอื่นทำผิดได้ก็ช่วย

แล้ววางให้เป็นไปตามวิบากดีของเขา

ช่วยไม่ได้ก็วางให้เป็นไปตามวิบากร้ายของเขา

เมื่อเขาเห็นทุกข์จนเกินทน จึงจะเห็นธรรม

แล้วจะปฏิบัติธรรมสู่ความพ้นทุกข์

  1. สิ่งที่มองไม่เห็น

ที่ทำหน้าที่สร้างสิ่งที่มองเห็น และสิ่งที่เป็นอยู่ทุกอย่างในชีวิตของคน

คือ พลังวิบากดีร้ายที่เกิดจากการกระทำทางกาย หรือวาจา หรือใจของผู้นั้น

ในอดีตชาติและชาตินี้ สังเคราะห์กันอย่างละหนึ่งส่วน

  1. เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา

โลกนี้ไม่มีใครผิดต่อเรา เราเท่านั้นที่ผิดต่อเรา

คนอื่นที่ทำไม่ดีนั้น เขาผิดต่อตัวเขาเองเท่านั้น

และเขาก็ต้องได้รับวิบากร้ายนั้นเอง

เขาจึงไม่ได้ผิดต่อเรา แต่เขานั้นผิดต่อตัวเขาเอง

ถ้าเรายังเห็นว่าคนที่ทำไม่ดีกับเราเป็นคนผิดต่อเรา

แสดงว่า เรานั่นแหละผิด

อย่าโทษใครในโลกใบนี้

ผู้ใดที่โทษผู้อื่นว่าผิดต่อตัวเราจะไม่มีทางบรรลุธรรม

นี่คือคนที่ไม่ยอมรับความจริง

เพราะไม่เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนได้รับล้วนเกิดจากการกระทำของตนเองเท่านั้น

เมื่อรับผลดีร้ายจากการกระทำแล้ว ผลนั้นก็จบดับไป

และสุดท้ายเมื่อปรินิพพาน ทุกคนก็ต้องสูญจากทั้งดีและร้ายไป

ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใคร เพราะสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องดับไป

จึงไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น ไม่ต้องทุกข์กับอะไร

  1. การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเรา

เป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส

คือ ความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา

และ ทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา

  1. ถ้าใครมีปัญหาหรือความเจ็บป่วยในชีวิต

ให้ทำความดี 4 อย่างนี้

ด้วยความยินดี จริงใจ

จะช่วยให้ปัญหาหรือความเจ็บป่วย ลดลงได้เร็ว

  • สำนึกผิด หรือยอมรับผิด
  • ขอรับโทษ เต็มใจรับโทษ หรือขออโหสิกรรม
  • ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น
  • ตั้งจิตทำความดีให้มาก

คือ ลดกิเลสให้มาก

เกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มาก

  1. การพิจารณาเพื่อปราบมาร

คือ ความกลัว เวลาเจ็บป่วย

หรือ พบเรื่องร้าย

จะทำให้ดับทุกข์ใจ ทุกข์กาย และเรื่องร้าย ได้ดีที่สุด คือทำใจว่า

รับเต็ม หมดเต็ม

เจ็บก็ให้มันเจ็บ

ปวดก็ให้มันปวด

ทรมานก็ให้มันทรมาน

ตายก็ให้มันตาย

เป็นไงเป็นกัน

รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น

เพราะสุดท้ายทุกอย่างก็ดับไป

ไม่มีอะไรเป็นของใคร

จะทุกข์ใจไปทำไม ไม่มีอะไรต้องทุกข์ใจ

เบิกบาน แจ่มใส ดีกว่า

  1. เทคนิคทำใจให้หายโรคเร็ว คือ

อย่าโกรธ อย่ากลัวเป็น

อย่ากลัวตาย อย่ากลัวโรค

อย่าเร่งผล อย่ากังวล

  1. วิธีการ 5 ข้อ

ในการแก้ปัญหาทุกปัญหาในโลก คือ

1) คบและเคารพมิตรดี

2) มีอริยศีล

3) ทำสมดุลร้อนเย็น

4) พึ่งตน

5) แบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์

  1. ตัวชี้วัดว่า

วิธีนั้นถูกกันกับผู้นั้น ทำให้สุขภาพดี

คือ สบาย เบากาย มีกำลัง เป็นอยู่ผาสุก

ตัวชี้วัดว่า

วิธีนั้นไม่ถูกกันกับผู้นั้น ทำให้เสียสุขภาพ

คือ ไม่สบาย ไม่เบากาย ไม่มีกำลัง

ไม่ผาสุก หรือทุกข์ทรมาน

  1. ตัวชี้วัดว่า

อาหารที่สมดุลร้อนเย็น เป็นประโยชน์

จะทำให้มีโรคน้อย มีทุกข์น้อย คือ

เบาท้อง สบาย เบากาย มีกำลัง อิ่มนาน

ตัวชี้วัดว่า

อาหารที่ไม่สมดุลร้อนเย็น เป็นโทษ

จะทำให้มีโรคมาก มีทุกข์มาก คือ

หนักท้อง ไม่สบาย ไม่เบากาย

ไม่มีกำลัง หิวเร็ว

  1. หลักการทำดีอย่างมีสุข 6 ข้อ

1) รู้ว่าอะไรดีที่สุด

2) ปรารถนาให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด

3) ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น

แล้วลงมือทำให้ดีที่สุด

4) ยินดีเมื่อได้ทำให้ดีที่สุดแล้ว

5) ไม่ติดไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ดีที่สุด

6) นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด

  1. ทำดีให้มาก

เพื่อจะให้ดีชิงออกฤทธิ์แทนร้าย

ที่เราเคยพลาดทำมาในชาตินี้หรือชาติก่อน

จะได้มีดีไว้ใช้ในปัจจุบันและอนาคต

ในชาตินี้และชาติอื่น สืบไป

  1. ยึดอาศัยดี

ที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง” “นั้นดี

แต่ยึดมั่นถือมั่นว่า

ต้องเกิดดีดั่งใจหมาย

ทั้ง ที่องค์ประกอบเหตุปัจจัย เวลานั้น

ไม่สามารถทำให้ดีนั้นเกิดขึ้นได้จริง

นั้นไม่ดี

  1. จงทำดีเต็มที่

เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่

ไม่มีอะไรคาใจ

ไม่เอาอะไร

คือสุดยอดแห่ง

ความอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส

สาธุ….