ยกเลิกการจัดค่ายอบรม ปี 2563 ยกเลิกการจัดค่ายอบรม ปี 2563
Select Page

รักษาโรคต้อ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน หายด้วยปัสสาวะบำบัด (คุณธนพร ต้นจาน)

ประสบการณ์จากคุณธนพร ต้นจาน ผู้ช่วยแพทย์แผนไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์
ป่วยเป็นโรคต้อ ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตาจนหาย
ใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรคต้อ หยอดต่อเนื่องจนกระทั้งหาย และได้เผยแพร่ต่อให้สมาชิกในครอบครัว น้ำปัสสาวะยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวได้อีกด้วย

ต้อลม เหล็กทิ่มเท้า เลือดออกในลำไส้

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม
ต้อลม เหล็ก ทิ่มเท้า เลือดออกในลำไส้อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี
ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิทน้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

โรค วุ้น ตา เสื่อม

ประสบการณ์ใช้น้ำปัสสาวะ สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด โรควุ้นสายตาเสื่อม ตาบอดเฉียบพลัน ใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา ลืมตาในน้ำปัสสาวะ
เช้า เที่ยง เย็น และใช้ ดินสอพองผสมน้ำปัสสาวะ ทาหน้า เพื่อช่วยระบายพิษออกทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตาเกิบบอดหายด้วย ยา 9 เม็ด

คุณทรงกลด นาคอร่าม
ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2557 พร้อมแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลสุขภาพตาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ภาพถ่าย. 2557 กันยายน 10

“เริ่มต้นด้วยประมาณปี 2544 ประสบอุบัติเหตุรถชนกันปรากฏว่าหน้าของเราตรงบริเวณดั้งจมูกได้ไปฟาดกับรถอีกคันหนึ่ง ทำให้ดั้งจมูกหักยุบเข้าไปด้านใน หมอก็ผ่าตัดแล้วก็ยกจมูกขึ้นมาให้เท่าเดิมนะครับ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเราก็จะกลายเป็นคนที่เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดแพ้อากาศได้ง่ายมากนะครับ ตอนนั้นรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลใหญ่ที่จังหวัด เราก็ทำตามที่หมอบอกทุกอย่าง ถึงเดือนก็ไปพบหมอรับยาทำไปทำมา 3-4 เดือนต่อมาเรากลายเป็นคนที่มีไขมันสูง ปวดหัวบ่อย ปรากฎว่า ความดันโลหิต 200 มิลลิเมตรปรอทหมอก็เลยให้ทานยา ทานยาไปก็ดีเฉพาะตอนที่
มีฤทธิ์ยาอยู่ พอหมดฤทธิ์ยาเราก็เป็นอีก ตรวจเลือดดูก็ปรากฏว่าไขมันเยอะ หมอก็ให้ยาลดไขมัน กินอยู่เรื่อย เป็นประมาณ 5-6 ปีครับ จนเราไม่รู้ว่าเราได้ก่อโรคใหม่ขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว นั่นก็คือเป็นโรคหัวใจแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกใจเจ็บแปล๊บ ๆ แต่เราก็ไม่ได้บอกหมอ หมอบอกเราเป็นไขมันพอกตับจากที่เรากินยาลดไขมันครับ แล้วก็เป็นเนื้องอกที่ถุงน้ำดี พร้อมกับมีนิ่วในถุงน้ำดีขนาดใหญ่กว่าเม็ดถั่วเหลือง 3 เม็ดอยู่ในนั้นครับ

ต่อมาเมื่อประมาณเดือนเมษายนปี 2553 ในขณะที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าอยู่ ๆ มันมีเหมือนคล้าย ๆ เราเอาวาสลีนไปป้ายไว้ที่ดวงตาเราด้านซ้ายผ่านไปประมาณ 3 สัปดาห์ปรากฏว่ามันไปเป็นที่ตาขวาอีกข้าง เหมือนวาสลีนบาง ๆ ที่ตาขวาอีกข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันตาเราก็เริ่มมองได้แคบลงเดินก็เตะนู่นชนนี่ เข้าโรงพยาบาลจังหวัดอยู่ 6 เดือน หมอแนะนำว่าคุณควรที่จะไปหาโรงพยาบาลที่มันใหญ่ ๆ นะ ผมก็เลยไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่ในกรุงเทพ หมอก็ทำการตรวจทุกอย่าง ส่องกล้องส่องเข้าไปในลูกตาเราตลอด พร้อมกับให้ยามาด้วย เราก็ทานยาตามที่หมอบอกนะครับ แล้วสุดท้ายก็ได้รับคำตอบจากคุณหมอว่า คุณรอวันตาบอดนะ คุณไม่มีสิทธิ์หายถ้าคุณดวงดีคุณก็ได้อยู่แค่ตรงนี้ คือมันได้อยู่แค่นี้จะไม่มืดไปกว่านี้นะ แต่ว่าประมาณ 80% นี่คุณรอวันตาบอดนะ ฟังคำตอบจากหมอนี้เราก็ใจฝ่อเลยนะ แต่ทำใจดีสู้ครับ

ผมได้เดินทางมาที่สถานที่สวนป่านาบุญแห่งนี้นะครับ เช้ามาหมอบรรยายบอกว่า
ควรจะกัวซา ควรจะดีท็อกซ์ ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล กินอาหารของค่าย เราก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง ความอัศจรรย์มาเกิดขึ้นในวันที่ 4 ของค่าย ขณะกัวซาไปเอ๊ะ.ตามันสว่างขึ้นมาทันที มันเป็นไปได้ยังไงเรางงแต่ก็ดีใจที่ตามันสว่างขึ้น แล้วเราก็บอกหมอว่าตามันสว่างขึ้นเลยนี่ หมอก็ประทับใจว่า สิ่งที่หมอบอกไว้นี่มันทำได้ผลจริง ๆ นะ เราก็ดีใจว่า นี่เราทำได้เรามาถูกทางแล้ว ตอนแรกที่เราว่า อย่างนี้มันจะรักษาเราหายไหม กลับกลายเป็นว่าด้วยวิธีแบบนี้นีที่รักษาเราหาย ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ผมก็ไม่คิดว่ามันจะหาย

หลังจากเข้าค่ายทุกค่ายที่ออกไปนับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2553 เป็นต้นมา คือวันแรกที่เข้ามาที่นี่นะครับ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ได้ใช้ชีวิตในแนวทางแห่งค่ายหมอเขียวมาตลอด อาหารมังสวิรัติ เจ ตลอดนะครับ มีแต่ผัก ไม่มีเนื้อสัตว์นะ มีแต่ผักกับเกลือนะครับ
ทานไปเรื่อย ๆ ทานไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัว เทคนิค 9 ข้อใช้ทั้งหมด โดยเฉพาะหัวข้อธรรมะ ที่สำคัญก็คือ อย่ากลัวตาย อย่ากลัวโรค อย่าเร่งผล แล้วก็อย่ากังวล ตัดออกให้หมดความกังวลทุกเรื่อง
ความกังวลทุกเรื่องตัดมันไปบ้าง ถ้าเราตัดไม่ได้มันก็จะมาฆ่าเรา ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราจิตใจของเรา ถ้าตั้งมั่นอยู่นี่เราสามารถที่จะดำเนินต่อไปได้ ผมแหกค่ายมาเป็นแบบหมอเขียวทั้งหมด
จนทุกวันนี้ก็อยู่อย่างนี้ ใครจะชวนกินอะไรก็กินไป แต่เราก็บอกตัวเองเสมอว่า เราสบายเบากาย เป็นอยู่ผาสุก นั่นคือคำตอบที่ดีที่สุด อย่างที่หมอเขียวท่านบอก”

ทรงกลด นาคอร่าม สัมภาษณ์ 2557 กันยายน