Taking too long? Close loading screen.

ซุบผักปั่นเสริมภูมิต้านทานและปรับสมดุล

วัตถุดิบ

  • ฤทธิ์เย็น
    • ฟักเขียว 2 ถ้วย
    • หัวไชเท้า 1 ถ้วย
    • ผักอ่อมแซบ 1 ถ้วย
  • ฤทธิ์ร้อน
    • ฟักทอง 1 ถ้วย
  • เครื่องปรุง
    • เกลือ

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อใส่น้ำ ใช้ไฟปานกลาง นำผักอ่อมแซบไปลวก พักไว้
  2. ตั้งหม้อใส่น้ำ ใช้ไฟปานกลาง พอเดือดใส่หัวไชเท้า ต้มจนสุกแล้วใส่ฟักเขียวและฟักทองตามลำดับ ต้มจนสุกปรุงด้วยเกลือ
  3. นำซุบที่ต้มสุกแล้วกับผักที่ลวกมาใส่โถปั่น ปั่นรวมกันให้ละเอียด เสร็จแล้วเทใส่ถ้วย เสิร์ฟ

หมายเหตุ

  1. ผักที่จะลวก ให้ล้างแล้วลวกทั้งก้านแช่น้ำเย็นทันที แล้วค่อยเด็ดเฉพาะใบ จะได้ใบที่เขียวสด (บีบน้ำออก) น้ำที่ลวกผักก็นำมาปั่นกับน้ำซุบได้เช่นกัน
  2. น้ำซุบก่อนปั่นควรทิ้งให้เย็นหรือนำไปวางบนน้ำเย็น เพื่อให้คลายความร้อนก่อนปั่น
  3. อาหารชนิดนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยรวมทั้งผู้ป่วย ดื่มแล้วให้พลังชีวิตสดชื่นดีมาก
  4. ถ้าไม่มีผักอ่อมแซบให้ใช้ผักใบเขียวอย่างอื่นแทน เช่น ตำลึง ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน กวางตุ้ง เป็นต้น
  5. ฟักทองอ่อนมีฤทธิ์เย็น ฟักทองแก่มีฤทธิ์ร้อน

สรรพคุณของฟักเขียว

  1. การรับประทานฟักเขียวเป็นประจำช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการโรคมะเร็ง (ผล)
  2. ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในเส้นเลือด ด้วยการใช้เนื้อฟักและเปลือกนำมาต้มเป็นชาดื่มแทนน้ำเป็นประจำ (ผล, เปลือก)
  3. ผลใช้รับประทานมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ (ผล)
  4. ช่วยลดขนาดของเซลล์ไขมัน จากการวิจัยกับหนูทดลองในประเทศจีนพบว่า หนูทดลองมีเซลล์ไขมันที่ลดลงและมีค่าดรรชนีความอ้วนต่ำลงด้วย (ผล)
  5. ในประเทศเกาหลีมีการใช้ฟักเขียวเพื่อรักษาโรคเบาหวาน (ผล)
  6. ช่วยเพิ่มกำลังวังชา (ผล, เมล็ด)
  7. ช่วยบำรุงผิวพรรณ (เมล็ด)
  8. ช่วยแก้ธาตุพิการ (ผล)
  9. น้ำคั้นจากผลฟักใช้รักษาโรคเส้นประสาท (ผล)
  10. สารสกัดจากเมล็ดสามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและมะเร็งได้ เนื่องจากสารสกัดจากเมล็ดมีสารต้านออกซิเดชันของกรดไลโนเลอิก ช่วยลดอัตราการออกซิเดชันของไขมันเลว (LDL) และยังช่วยยับยั้งฤทธิ์ของเอนไซม์สร้างแอนจิโอเทนซิน (angiotensin-converting enzyme ACE) ได้มากกว่าส่วนอื่นของผล เพราะมีสารประกอบฟีนอลและมีฤทธิ์เอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทสมากกว่าส่วนอื่น ๆ มันจึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและโรคมะเร็งได้ (ผล, เมล็ด)
  11. สารสกัดจากเมล็ดสามารถช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงและช่วยรักษาอาการอักเสบได้ดีกว่าส่วนอื่น ๆ (ผล, เปลือก, เมล็ด)
  12. สารสกัดจากเมล็ดฟักเขียวสามารถช่วยลดการแบ่งตัวของเซลล์และการสร้างหลอดเลือดชนิดที่ต้องการสร้างสารกระตุ้นการเจริญจากไฟโบรบลาสต์ (Basic Fibroblast growth factor bFGF) โดยแปรผันตามความเข้มข้นของสารสกัด โดยไม่มีพิษต่อเซลล์ปกติ และยังช่วยยับยั้งการสร้างหลอดเลือดชนิดที่ต้องการ bFGF ในสัตว์ทดลองได้อีกด้วย (เมล็ด)
  13. ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ (ผล)
  14. ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ผล)
  15. ช่วยแก้อาการตะครั่นตะครอหรืออาการครั่นเนื้อครั่นตัว สะบัดร้อนสะบัดหนาว เวลาเริ่มจะเป็นไข้หรือคล้ายจะเป็นไข้ (ผล)
  16. เมล็ดช่วยรักษาวัณโรค (เมล็ด)
  17. ผลช่วยรักษาโรคปอด ส่วนเมล็ดช่วยบำรุงปอด (ผล, เมล็ด)
  18. ช่วยรักษาโรคหอบหืด (ผล)
  19. น้ำคั้นจากผลฟักใช้รักษาอาการโรคชัก ด้วยการนำฟักเขียวปอกเปลือกออก เอาแต่เนื้อนำมาคั้นเอาน้ำสด ๆ แล้วใช้ดื่มเป็นประจำ (ผล)
  20. รากช่วยแก้ไข้ ส่วนเมล็ดช่วยลดไข้ หากมีไข้สูงให้ใช้เถาสดในการรักษา (เมล็ด, ราก, เถาสด)
  21. ช่วยแก้อาการไอ (ผล, เมล็ด)
  22. ผลช่วยขับเสมหะ ส่วนเมล็ดช่วยละลายเสมหะ (ผล, เมล็ด)
  23. ฟักเขียวมีฤทธิ์เป็นยาเย็น เหมาะที่จะรับประทานในช่วงอากาศร้อน และช่วยแก้อาการร้อนในได้เป็นอย่างดี (ผล, ใบ, ไส้ในผล)
  24. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ คอแห้ง ช่วยทำให้ชุ่มคอ (ผล, ใบ, ราก, เมล็ด, ไส้ในผล)
  25. ช่วยแก้ท้องเสีย (ผล, เปลือก)
  26. ช่วยแก้โรคบิด (ผล, ใบ)
  27. ช่วยแก้อาการอืดแน่นท้อง (ผล)
  28. เมล็ดช่วยรักษาลำไส้อักเสบ (เมล็ด)
  29. ผลและเมล็ดใช้เป็นยาระบาย (ผล, เมล็ด)
  30. เมล็ดหรือน้ำมันจากเมล็ดมีฤทธิ์ช่วยขับพยาธิได้ (เมล็ด)
  31. เถาสดมีรสขมเย็น ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร หรือจะใช้เมล็ดก็ได้ (เถา, เมล็ด)
  32. ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (เมล็ด)
  33. ช่วยขับปัสสาวะ (ผล, เปลือก, เมล็ด)
  34. ช่วยรักษาอาการขัดเบา (อาการเริ่มต้นของทางเดินปัสสาวะอักเสบ) ด้วยการใช้ฟักเขียวนำไปตุ๋นกับปลาใช้รับประทาน (ผล)
  35. ช่วยหล่อลื่นอวัยวะเมือก (เมล็ด)
  36. น้ำต้มกับรากใช้รักษาโรคหนองในได้ หรือจะใช้เมล็ดหรือไส้ในผลสดของฟักก็ได้ (ผล, ราก, ไส้ในผล, เมล็ด)
  37. ช่วยแก้ไตอักเสบ (เมล็ด)
  38. ช่วยแก้พิษจากเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา (ผล)
  39. ผลและเมล็ดช่วยแก้อาการบวมน้ำ ส่วนเปลือกช่วยบำบัดอาการบวมน้ำ (ผล, เปลือก, ไส้ในผล)
  40. ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ใบ)
  41. ใบช่วยรักษาบาดแผล (ใบ)
  42. เถ้าเปลือกนำมาใช้ใส่แผล (เถ้าเปลือก)
  43. ช่วยลดอาการอักเสบ (เมล็ด)
  44. ช่วยแก้อาการบวม อักเสบ และมีหนอง (ผล,ใบ, เปลือก, ไส้ในผล)
  45. ช่วยรักษาแผลมีหนองตกสะเก็ด ด้วยการใช้เมล็ดที่ตากแห้งและล้างสะอาดแล้วประมาณ 9-30 กรัม นำมาบดเป็นผงหรือต้มกับน้ำ ใช้ทาหรือชะล้าง (เมล็ด)
  46. รากช่วยในการถอนพิษ (ราก)
  47. ใบช่วยแก้พิษจากการถูกผึ้งต่อย (ใบ)
  48. ไส้ในผลสด 30-60 กรัม นำมาต้มหรือคั้นเอาแต่น้ำ ใช้ลบเลือนรอยด่างดำบนในหน้า (ไส้ในผล)

สรรพคุณหัวไชเท้า

  1. ประโยชน์ของหัวผักกาด สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทองเชื่อว่ามีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวลเหมือนคนหนุ่มสาว
  2. เป็นผักสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นหวัด มีอาการไอ คออักเสบเรื้อรัง และมีเสียงแหบแห้ง ด้วยการนำหัวไชเท้าสดมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ไว้ในขวดแก้ว หลังจากนั้นโรยน้ำตาล 2-3 ช้อนโต๊ะ ปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน แล้วรินน้ำดื่มเป็นประจำ
  3. คั้นเป็นน้ำดื่มดับกระหาย ด้วยการนำหัวไชเท้าสดมาคั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำขิง น้ำตาลทรายขาวพอหวาน แล้วนำมาต้มให้เดือดแล้วจิบบ่อย ๆ
  4. มีส่วนช่วยในการนอนหลับ
  5. มีส่วนช่วยแก้โรคประสาท
  6. ช่วยลดความดันโลหิต
  7. หัวผักกาดมีสารลิกนิน (Lignin) ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการเสื่อมของเซลล์ และมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้
  8. หัวไชเท้ามีสารเควอร์เซทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยต่อต้านมะเร็ง
  9. ช่วยระงับอาการหอบ (เมล็ด)
  10. ช่วยในการเจริญอาหาร (ใบ, ทั้งต้น)
  11. ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย
  12. ช่วยขยายหลอดลมและหลอดเลือด
  13. ช่วยบำรุงโลหิต (ราก)
  14. ช่วยทำให้หายใจโล่งขึ้น
  15. แก้อาการปวดศีรษะข้างเดียว (ราก)
  16. สรรพคุณหัวไชเท้า ช่วยในการขับและละลายเสมหะ
  17. แก้อาการไอหอบ มีเสมหะมาก (เมล็ด)
  18. ช่วยเรียกน้ำลาย (ราก)
  19. แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด กระอักเลือด (ราก)
  20. ช่วยรักษาอาการต่อมน้ำนมบวม น้ำนมคั่ง (ใบ, ทั้งต้น)
  21. ช่วยในการกระตุ้นน้ำย่อย ช่วยในการย่อยอาหาร
  22. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย (ใบ, ทั้งต้น)
  23. ชาวจีนเชื่อว่าหัวผักกาดมีผลต่อการเคลื่อนตัวของพลังชี่ ซึ่งมีผลต่อกระเพาะอาหารและระบบย่อย
  24. ใช้เป็นยาระบาย (เมล็ด)
  25. ช่วยรักษาอาการท้องร่วง บิด
  26. ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
  27. ช่วยชำระล้างผนังกระเพาะอาหารและลำไส้
  28. ช่วยสมานลำไส้ (ราก)
  29. มีส่วนช่วยให้ปัสสาวะใส ไม่ขุ่น
  30. ช่วยบำรุงม้าม (ราก)
  31. ประโยชน์ของหัวไชเท้า ช่วยส่งเสริมการทำงานของตับ จึงช่วยกำจัดพิษและของเสียในร่างกาย
  32. แก้อาการผิวหนังเป็นผื่นคัน มีน้ำเหลือง ด้วยการใช้ใบสดนำมาคั้นเอาน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นผื่นคัน
  33. ชาวจีนสมัยก่อนนำหัวผักกาดมาใช้รักษาโรคหัดในเด็ก
  34. ในญี่ปุ่นมักนำหัวไชเท้าดิบมาขูดเป็นฝอยลงในซีอิ๊วใช้เป็นน้ำจิ้ม
  35. มีการนำมาแปรรูปเป็นหัวไชโป๊ดองเค็ม ตากแห้งเพื่อรับประทาน
  36. ในตำราอาหารญี่ปุ่นแนะนำว่าให้ต้มปลาหมึกตัวสดกับหัวไชเท้า ว่ากันว่าจะช่วยทำให้เนื้อปลาหมึกนุ่มมาก
  37. หัวไชเท้ารักษาฝ้า กระ ด้วยครีมหัวไชเท้า วิธีทําครีมหัวไชเท้า อย่างแรกให้นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นบาง ๆ หลังจากนั้นนำไปปั่นพอละเอียดแล้วใส่น้ำมะนาว 1 ช้อนแกง แล้วปั่นในโถอีกครั้งเป็นอันเสร็จ วิธีพอกหน้าด้วยหัวไชเท้า ให้นำมาทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก หากทำเป็นประจำจะช่วยลดฝ้า กระให้จางลงได้
  38. หัวไช้เท้าพอกหน้า การรักษาหน้าด้วยหัวไชเท้าอีกสูตร วิธีพอกหน้าด้วยหัวไชเท้า อย่างแรกให้นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาดไม่ต้องปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงไปในโถปั่น แล้วใส่จมูกข้าวสาลีตามลงไป 1 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วปั่นจนละเอียดเป็นอันเสร็จ แล้วนำมาพอกบริเวณใบหน้า หรือพอกตามตัวเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีแล้วจึงล้างออก ควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง (สำหรับบางคนการใช้ในช่วงระยะแรกอาจจะมีอาการแสบแดงบ้างเล็กน้อย ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติ หากทำไปสักระยะก็จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น)

สรรพคุณของอ่อมแซบ

  • อ่อมแซบ เป็นผักฤทธิ์เย็น รับประทานเพื่อถอนพิษร้อนในร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงสายตา ยอดอ่อนและใบ รสจืด เย็น ใช้เป็นส่วนผสมหนึ่งในการทำน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด

Credit : สรรพคุณของฟักเขียว หัวไชเท้า และฟักทอง นำมาจาก เว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

เรื่องน่าสนใจ