สำรวจความต้องการ 1. เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า กดที่นี่  2. ชุดไฟแดด กดที่นี่

1. บันทึกการสัมภาษณ์กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างจาก ผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธสำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีพุทธ 5-7 วัน

ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธทั่วโลก

ระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2558

(ประเภทข้อมูลที่ 7 การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้แพทย์วิถีพุทธ ผ่านสื่อออนไลน์ยูทูบประเภทข้อมูลที่ 9 แบบบันทึกสัมภาษณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้แพทย์วิถีพุทธ และ ประเภทข้อมูลที่ 12 แบบสอบถามประสบการณ์การใช้แพทย์วิถีพุทธ เทคนิค 9 ข้อ)

ภาคผนวก ก ของวิทยานิพนธ์การศึกษาตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

ของ นายใจเพชร กล้าจน

กรณีศึกษาที่1.59
ชื่อคุณภาพร (นามสมมติ)
เพศหญิง
อายุ44 ปี
จังหวัดยโสธร
โรคไตวาย
วันสัมภาษณ์24 กรกฎาคม 2556

จิตอาสา: ก็วันนี้จะได้มาสัมภาษณ์ผู้ป่วยเป็นโรคไตวายนะคะ เพศหญิงค่ะอายุ 44 ปี เดี๋ยวเชิญแนะนำตัวเลยนะคะ

ภาพร: ดิฉันนางภาพร นามสมมติ อายุ 44 ปีค่ะ อยู่จังหวัดยโสธร ประวัติความเจ็บป่วยปี พ.ศ. 2549 ช่วงเดือนธันวาคมแล้วประมาณต้นเดือนมกราคม ปี 2550 เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้ SLE หรือว่าโรคพุ่มพวงที่คนรู้จักกันดีแต่เป็นชนิดที่เขาเรียกว่ารุนแรงค่ะเรียกว่า Butterfly ทีนี้ประมาณเดือนหนึ่งอาการก็เริ่มเพียบค่ะหมอบอกว่าเป็นแบบรุนแรงแล้วก็เริ่มให้ยาหนักขึ้น ๆ ค่ะ ต่อจากนั้นก็มีอาการบวมค่ะและมีอาการเยี่ยวไม่ออก ผลออกมาก็ปรากฏว่าไตวายจากนั้นก็ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์เขาก็ทำการสวนน้ำปัสสาวะอยู่ 10 วัน แล้วติดตามมาด้วยอีกโรคหนึ่ง ก็คือโรคนิ่วในท่อไตที่ต้องทำการผ่าตัดออก รอบนี้เขาจะทำการตัดชิ้นเนื้อไตไปตรวจว่ามันวายระดับไหนตามมาด้วย 2 โรคตัวเองกำลังใจก็หมด เพราะความดันก็ขึ้นไปอยู่ที่ 180 มันก็ย่ำแย่ทุกอย่างก็ตกลงกับสามีว่าจะไม่ผ่าตัดไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ขอกลับไปที่บ้านก็โดนหมอด่าทุกวันล่ะค่ะ เพราะว่าไม่ปฏิบัติตามเขาต่อจากนั้นพอ 10 วันเขาก็ทำการจำหน่ายให้ออกจากโรงพยาบาลก็ไปรักษาต่อแบบงู ๆ ปลา ๆ ก็ตามสภาพร่างกายก็เมื่อย อ่อนล้า อ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่ก่อนมาหมอ เขาก็ให้เคมีร่วมด้วย ที่หลอดเลือดดำแล้วก็ลดปริมาณยา จากวันละ 25 เม็ดเหลือวันละ 18 เม็ดพานิซิโลนเหลือวันละ 4 เม็ด นอกจากนั้นไม่ทราบว่ายาอะไรต่อมิอะไรค่ะ จากนั้นอาการก็ร่อแร่ ๆ แต่ ณ ที่วันนั้นที่ไปนอนอยู่ที่ศรีนครินทร์ 10 วัน สามีแกเดินลงไปกินข้าวไปเจอพยาบาลตั้งโต๊ะที่จำหน่ายหนังสือของอาจารย์หมอเขียว ก็ด้วยความที่ตังค์หมด ไม่มีตังค์ด้วยสามี ก็เลยเลือกที่ราคาที่ถูกที่สุด คือถอดรหัสสุขภาพเล่มแรก และหนังสือย่านางของอาจารย์หมอเขียวเล่มเขียว ๆ เล็ก ๆ จากนั้นมาถึงบ้านก็ยังไม่มีบุญค่ะ อาการก็ยังย่ำแย่ยิ่งทรุด ๆ ลงไปเรื่อย ๆ ทีนี้สามีก็เลยบอกว่าเปิดใจหน่อย เธอลองอ่านหนังสือนี้ดูมั๊ยลองศาสตร์อื่นดูมั๊ย ก็บอกไม่เอาหรอก เพราะตัวเองตอนป่วยแรก ๆ ก็กินเห็ดหลินจือหมดไปประมาณหมื่นกว่าบาท ยิ่งกินก็ยิ่งเลวร้าย อาการก็ยิ่งกำเริบ และที่มาเรียนศาสตร์อาจารย์หมอเขียว ถึงได้รู้ว่าเห็ดหลินจือเป็นตัวกระตุ้นทำให้โรคเรากำเริบ เพราะว่าเขาร้อนมาก

จิตอาสา: (พูดเสริม) เขามีฤทธิ์ร้อนมาก

ภาพร: ทีนี้ตัวเองก็เลยไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น มีความรู้สึกว่าเอาหมออย่างเดียว เพราะลูกสาวก็กำลังเรียนแพทย์อยู่ และอีกอย่างหมอบอกว่า ถ้าอยากมีอายุยืนยาว ก็ต้องใช้ศาสตร์แพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว ไม่ให้ไปกินอะไรทั้งสิ้น ก็วางไว้ที่หัวที่นอน ทีนี้มันเหนื่อย มันล้า มันย่ำแย่ไปเรื่อย ๆ แฟนก็เลยบอกว่าลองเปิดใจหน่อยไหมเธอ มีสถานีคลื่นวิทยุของวัดสวนธรรม เขาเอาเทปของหมอเขียวที่เจอในหนังสือ ลองฟังดูมั๊ย เอ้าลองฟังดูก็ได้ ทีนี้ก็เริ่มบุญเริ่มเกิดหรืออะไรก็ไม่ทราบ ก็มากัวซานั่งอยู่ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีแรงกัวซาตัวเองก็ทำผิด ๆ ถูก ๆ เสร็จแล้วก็ลองทำ Detox รู้สึกว่ามันสบายตัวขึ้นค่ะ มีพลังขึ้นกินข้าวก็กินข้าวได้จากที่เคยจับช้อนแล้วมือสั่นก็เริ่มมีพละกำลัง เริ่มมีเรี่ยวแรงที่อ่อนแรงก็เริ่มมีกำลังขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่เยอะ แต่น้ำย่านางก็ยังไม่กินค่ะ เพราะเห็นว่ามันเขียว มันสกปรก มันเหมือนเป็นตัวที่นำเชื้อโรค เพราะว่าโรคของเรานี้ภูมิต้านทานอ่อนแอ เขาห้ามทุกอย่างทีนี้ก็นานเหมือนกันค่ะ เข้าเคมีมันก็เครียด ๆ มันปวดแสบปวดร้อน ถ่ายก็ไม่ถ่าย ขับปัสสาวะก็ไม่ขับ มีอาการร้อนรน กินข้าวก็ไม่ได้ จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ แต่นับมาประมาณ 6 เดือน แล้วทีนี้ก็มาโอ้ยไม่ไหวแล้ว บอกลาสั่งเสียสามีว่าไม่ไหวแล้วล่ะ ยังไงก็จะตายแล้ว ขอแหวกแนวแพทย์แผนปัจจุบันก็แล้วกัน จะลองน้ำย่านางดูซิลองคั้นให้กินหน่อย เพราะว่ามันหายใจไม่ออก

สามีก็ได้แต่คะยั้นคะยอว่าไปหาหมอเถอะ เพราะเห็นการหายใจของเธอต้องใช้ออกซิเจน เธอต้องพึ่งหมอแล้ว เธอเหนื่อยมาก ไม่ไม่เอา มันเจ็บมันปวดมันทรมาน ถ้าตายก็ขอตายตรงนี้แหล่ะ แต่ก่อนตายก็ขอดื่มน้ำย่านางก่อน ลองดู ทีนี้แฟนก็เลยไปทำให้กินแก้วใหญ่ แกอยากให้กินนานแล้ว แกก็รีบไปทำให้กินแก้วหนึ่งข้น ๆ แกทำมาให้กิน พอกินเข้าไปตกถึงท้องปุ๊ป มันมีอาการผะอึดผะอม มวนท้อง อยากเข้าห้องน้ำ จากที่ไม่ถ่ายมา 7-8 วันมันปวดท้องมาก จนมันเข้าห้องน้ำไม่ทันค่ะ ราดลงเลยพรวดออกแล้ว ทีนี่มันรู้สึกโล่ง แต่ตอนออกมานะเหม็นมาก กลิ่นนี้รับไม่ได้เลยค่ะมันมึน มันเหมือนมีตะกรันหรือตะกอนพลั๊วออกมากับอุจจาระของเรา แต่รู้สึกว่าโล่งและเริ่มหายใจอิ่มขึ้น เริ่มรู้สึกว่าไม่สั่น ไม่เหนื่อยอะไร เริ่มมีพลังขึ้นมาบ้าง ก็เอ้อลองดูอีกซิวันนั้นทั้งวันเลยค่ะ กินทั้งวันก็ถ่ายออกมาทุกที ขับถ่ายออกมาแบบพรวด ๆ แต่มันไม่เหนื่อยค่ะ มันยิ่งขับถ่าย ก็ยิ่งรู้สึกว่าพลังชีวิตของตัวเองมันขึ้นมา ๆ เรื่อย ๆ มันไม่เหนื่อย มันหายใจอิ่มขึ้น แล้วรู้สึกอาการต่าง ๆ มันเริ่ม ๆ หายแล้วทีนี้ก็กินมาได้ 3 วันอยากทำกับข้าวแล้วทีนี้มันเหมือน ๆ คนปกติแล้วเริ่มอยากกินข้าว แล้วเริ่มหิวข้าว สามีไม่ให้ทำก็เริ่มปกติแล้วทีนี้ก็กินมาเรื่อย ๆ ค่ะมี Detox มีกัวซาแล้วก็มีน้ำย่านาง ก็ทำมาประมาณ 6 เดือนมา พบกับพี่พยาบาลคนหนึ่ง แกเป็นมะเร็งเต้านมแล้วมาค่าย อาจารย์หมอเขียวแกบอกแค่มาคอร์สแรกก้อนเนื้อที่เต้านมแกมันฝ่อ มันคล้าย ๆ ว่าไม่มีเลย แกก็มาคอร์ส 2 นี่ ๆ ก็ยิ่งดีมากเลยก็บอกว่าแล้วพี่จะไปยังไงล่ะ เพราะไม่รู้จักค่ายอาจารย์หมอเขียวแล้วก็ไม่มีตังค์ด้วยจะไปยังไง พี่ก็เลยบอกว่าพอดีเลยโรงพยาบาลเขาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปศึกษาดูงานเรื่องนี้ แต่ว่าพี่ไม่ได้ไปด้วยนะ ไม่เป็นไร หนูขอติดรถโรงพยาบาลไปได้มั๊ย ได้ เดี๋ยวเธอไปเลย ทีนี้มาก็มากับลูกสาวคนเล็กแกขาดโรงเรียนมา มาปุ๊ปก็มาฟังอาจารย์อยู่วันแรกก็ยังกินยาอยู่ ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ มันเริ่ม ๆ หายแล้ว ทีนี้ก็กินมาได้ 3 วัน อยากทำกับข้าวแล้วทีนี้มันเหมือน ๆ คนปกติแล้วเริ่มอยากกินข้าวแล้วเริ่มหิวข้าว

จิตอาสา: วันนั้นเป็นวันที่เท่าไหร่ของการเข้าค่ายคะ

ภาพร: วันที่ 3 ค่ะของการเข้าค่ายจะมีอาการปวดนิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะแต่ไม่เยอะ

จิตอาสา: ก็คือการที่หักดิบนะคะไม่กินยานะคะแต่กินฉี่แทน

ภาพร: รู้สึกว่าสบายตัวแล้วตื่นเช้ามาก็บอกลูกว่ามันโล่งแล้ว ไม่เอายาแล้วเอายาไปทิ้งขยะให้แม่หน่อยลูกสาวว่าแม่เอาไว้ก่อน ๆ เผื่อมันเป็นอะไร แล้วเอามากินทีหลังก็ไม่เป็นอะไรเราก็เอ้อเอาไว้ในกระเป๋าก็ได้ ก็กลัวเขาไม่สบายใจด้วยทางสามีก็โทรไปบอกเขา ๆ ก็ว่าทำไมมันจะสุดโต่งขนาดนั้นก็เอา 2 ทางสิเอาทางใดทางหนึ่งถ้าเกิดเป็นอะไรมาจะทำอย่างไรล่ะไปกับลูก ๆ ก็ยังเล็กอยู่ ก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกเราศึกษามาอาจารย์สอน 3 วันนี่เรารู้สึกว่าเรามั่นใจเราเชื่อมั่นในศาสตร์นี้แล้วจากที่เรากินน้ำย่านางมาแล้วแก้วเดียวนี่ มันทำให้เราสามารถเดินมาที่ค่ายได้ ซึ่งแต่ก่อนน่ะเธอต้องพยุงดูแลทุกอย่าง แต่เดี๋ยวนี้เธอไปทำงานกรุงเทพ ฯ ได้แล้วเราอยู่กับลูกได้แล้วก็อยู่ได้ เราคิดว่าเราน่าจะรอดได้นะด้วยศาสตร์นี้ ก็เลยทิ้งเลยค่ะแล้วพอเข้าค่ายครบ 7 วัน ก็โล่งเลยค่ะ แล้วไอ้หนอกที่ขึ้นข้างหลังตรงคอค่ะที่เกิดจากยาเพนนิซิโลน และก็คางที่ย้อย ๆ เหมือนชวลิตแล้วก็หน้าที่บวม ๆ มันก็เริ่มยุบเริ่มหาย เพื่อนที่มาเข้าค่ายด้วยกัน เขาก็บอกว่าหน้ายุบลงนะ ลูกสาวก็บอกแม่ ๆ หน้ายุบลงนะ

หนอกที่คอแม่มันก็หายนะ แม่เราก็ยิ่งมีกำลังใจ ใช่แล้ว เรามาถูกทางแล้ว ทีนี้ก็น้ำปัสสาวะค่ะ เป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด คือมันไม่มีอาการเจ็บ อาการปวด มันสบาย มันโล่ง ข้าวก็กินอร่อยขึ้นกลับไปถึงบ้านก็ปฏิบัติตัวศาสตร์นี้ตลอดมา แต่ที่ต้องกลับมาที่ค่ายในครั้งนี้ก็ เพราะว่าตกไป 2-3 ข้อเหมือนกันนะคะ ก็รู้เพียรรู้พัก อาหารบ้าง แล้วก็ธรรมค่ะ ก็เลยต้องชุดใหญ่เลยค่ะ ต้องกลับมานี้ มาด้วยอาการของการมีประจำเดือนเรื้อรัง แล้วก็มีการตกเลือดถึงขนาดช๊อคหมดสตินะคะ แต่ว่าลูกสาวให้สามีกัวซาที่ศีรษะ ก็เลยฟื้นขึ้นมา ก็มาหาค่ายเรานี่ค่ะ เพราะว่าทางลูกสาว ที่เรียนหมอเขาก็ต้องการให้เราไปทางโน้น เราก็เลยบอกว่าแม่คิดว่าแม่ขอมาทางนี้ก่อน เพราะว่าแม่มั่นใจ มาศาสตร์นี้แล้ว แม่คิดว่าแม่มาถูกทาง ถ้าไปทางโน้นก็ไม่รู้ว่าจะจัดยัดยาอะไรให้แม่ ถ้าพลังชีวิตแม่ตกอย่างนี้ แม่ก็อาจจะรับไม่ไหว แต่พอมาถึงที่นี่ วันแรกจากการที่นั่งรถมาก็ทำให้ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะมันขัด ๆ มา 2 อาทิตย์แล้ว ถ้าไม่กัวซาตรงหัวหน่าวนี่มันจะไม่ออกเลยค่ะปวดมาก ทรมานมาก ก็คิดถึงแต่ว่า วิบากเรามันคงเยอะ ทีนี้อาจารย์ทางทีมงานพี่ ๆ น้อง ๆ ทางนี้เขาก็เลยช่วยเหลือ ศาสตร์ที่สามารถดูแลตนเอง สามีก็เป็นคนทำให้พี่น้องก็เป็นคนบอก ตรงนั้นตรงนี้ ก็เลยฉี่ออกได้เองตามปกติตั้งแต่เมื่อคืนเลยค่ะ ก็ถือว่าสบายตัวขึ้นเยอะเลย

ถาม: ค่ะ ก็โดยข้อมูลที่ให้มานะคะก็คือคร่าว ๆ ว่ามาที่นี่ในวันนี้ค่ะด้วยอาการก็คือประจำเดือนเรื้อรังตกเลือดนะคะ และช็อคหมดสติ แต่ก็ได้แก้ไขเบื้องต้นโดยกัวซาที่หัวแล้วก็ฟื้นขึ้นมา แล้วก็อันนี้ก็คือข้อมูลที่เล่ามานะคะ ทีนี้เดี๋ยวจะเจาะข้อมูลนิดหนึ่งค่ะว่าอาชีพค่ะเป็นอาชีพค้าขายนะคะ ค้าขายเป็นพวกประเภทไหนคะค้าขายอะไรคะ

ภาพร: ค้าขายพวกน้ำปั่นชานมไข่มุก น้ำสเลอบปี้แล้วก็ผลไม้สดค่ะ

จิตอาสา: แล้วก็มีลักษณะของการขายค่ะขายที่ไหนแล้วเวลาเปิดปิดเป็นอย่างไรบ้าง

ภาพร: ขายที่โรงเรียนประจำอำเภอค่ะเป็นโรงเรียนประถมค่ะ แต่ว่าเวลาขายน่ะไม่เยอะแต่ว่าเวลาเตรียมของต้องใช้เวลาเยอะมากค่ะ ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 แล้วก็นอนประมาณ 

5-6 ทุ่ม ต้องจัดเตรียมของที่จะขายในวันรุ่งเช้า ซึ่งเป็นงานที่บั่นทอนสุขภาพเหมือนกันนะคะ ด้วยความที่เราประมาทก็เลยเราไหวมาตลอด ก็เลยคิดว่าบุญคงช่วยรักษาเราอยู่หรอก เพราะว่าเราก็ช่วยเป็นที่ปรึกษาช่วยงานทางโรงพยาบาลเป็นจิตอาสาของจังหวัดมาก็เยอะเหมือนกันคงไม่เอาเราไป ๆ ณ ช่วงเวลานี้หรอก

ผู้สัมภาษณ์พูดเสริม บุญยังอุ้มไว้อยู่

ภาพร: บุญยังอุ้มไว้อยู่แต่ประมาทเกินไปค่ะเกือบจะไม่รอดเหมือนกันนะคะ

จิตอาสา: ก็คือสามารถประเมินได้ว่า ในครั้งนี้ที่ป่วยขึ้นมานะคะ รู้ว่าขาดข้อ 9 ไปนะคะรู้เพียรรู้พัก แล้วก็ข้อของอาหารนะคะที่ได้บอกเอาไว้ อาหารนี่ยังรับประทานอาหารเนื้อสัตว์อยู่ใช่ไหมคะ

ภาพร: เป็นบางครั้งที่มีความรู้สึกว่า กินอาหารอาจารย์แล้วมีอาการฝืนมาก ๆ ก็จะไปหาปลาบ้าง

จิตอาสา: โอเคโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ กินมังสวิรัติสักประมาณ กี่เปอร์เซ็นต์คะ

ภาพร: ประมาณสัก 60 เปอร์เซ็นต์ 

จิตอาสา: 60 เปอร์เซ็นต์ นะคะเป็นการกินมังสวิรัติ ก็คือการที่เราไปกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่มังสวิรัตินี่ อาจมีความจำเป็นในเรื่องของความเร่งรีบใช่ไหมคะ

ภาพร: ค่ะ

จิตอาสา: มีความจำเป็นในเรื่องที่ว่ากินอาหารสุขภาพแล้วมันอาจจะกำลังตกหรือปล่าวแล้วทำให้เรารู้สึกว่ามันโหยหาอาหารบางอย่างที่เป็นเนื้อสัตว์

ภาพร: ค่ะ เพราะใช้พลังงานในการขายของเยอะเหมือนกันค่ะ รบกับเด็ก ๆ 

จิตอาสา: รบกับเด็ก ๆ นะคะ เจี๊ยวจ้าวนะคะ แล้วอาหารที่เราไปกินค่ะ ส่วนใหญเป็นเนื้ออะไรคะ

ภาพร: เนื้อปลาค่ะเป็นปลา กับไก่หมูกับเนื้อวัวไม่

จิตอาสา: อ๋อ ก็ยังเป็นสัตว์เล็กอยู่

ภาพร: เน้นปลาค่ะ

จิตอาสา: ค่ะเน้นปลานะคะก็ขาดข้อ 9 นะคะ ขาดข้อ 7 อาหารเห็นบอกว่าขาดข้อ 8 ด้วยค่ะธรรมะค่ะไม่ทราบว่าขาดยังไงค่ะ

ภาพร: บางทีอยู่ในลักษณะแม่ค้ามันก็มีการชิงดีชิงเด่น แก่งแย่งกัน เด็ก ๆ อย่างนี้บางทีเขาก็มีการขโมยของกัน มันก็มีความรู้สึกตุ๊บขึ้นไปเหมือนกัน

จิตอาสา: มีอารมณ์ขัดเคืองขุ่นเคือง

ภาพร: ค่ะแล้วสภาพอย่าง เช่น ด้านครอบครัวก็มีบ้างบางอย่างบางสิ่งเราก็ปลง ๆ กับสิ่งใกล้ ๆ ตัวเราไม่ได้เหมือนกันประมาณนั้นแหล่ะค่ะ แต่ว่าที่มาที่นี่ค่ะคิดว่าข้อนี้จะหนักที่สุดแต่ที่ได้มาวันนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้นะเราก็คงไม่รอดแน่แล้วเราจะปล่อยให้เขาเป็นเหรอให้มันทำร้ายเราเหรอ พอนึกขึ้นได้ตรงนี้ก็พูดกับแฟนที่ห้องน้ำเมื่อคืนจะวาง จะปลง จะปล่อย ปลดทุกอย่างมันเป็นไปตามครรลองของเขาขนาดใจเรายังบังคับไม่ได้เลยแล้วจะไปบังคับคนอื่นได้ยังไง ก็เลยบอกกับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่ให้ตัวนี้มาทำร้ายเราอีกแล้ว เพราะว่ารอบที่ 2 แล้วเราเกือบตายก็เลยหลุดล่ะค่ะทีนี้มันก็เลยหายปวด ๆ บ้างคล้าย ๆ เขาไม่เกร็งแล้ว

ผู้สัมภาษณ์พูดเสริม อันนี้ชัดเลยนะ ใจเป็นยาที่เร็วและแรงที่สุดในโลก คือเมื่อเราปล่อยปุ๊บกล้ามเนื้อมันก็จะคลายตัวทันที

ภาพร: ที่ฉี่ไม่ออกที่ปวดมาก ๆ เพราะมันเกร็งต้องเบ่งเหมือนคนใกล้จะคลอดนี่ มันเลิกปวด ปวดเหมือนกันค่ะแต่มันไม่ปวดหนักมันเริ่มออก ๆ (ฉี่) ก็ทั้งคืนแทบจะไม่ได้นอน เพราะมันปวดบ่อยใส่แพมเพอร์สแล้วนอนปล่อยแบบสบาย ๆ ไม่ต้องลุกถ้าลุกแล้วเกร็ง แล้วจะเริ่มออกน้อยค่ะ แต่วันนี้ก็ออก 80 เปอร์เซ็นต์ ของคนปกติค่ะ

จิตอาสา: มันชัดเจนนะ พวกนี้มันเกี่ยวกับจะเรียกว่าอะไรนะ จะแบกก็หนักจะวางก็เบา

ภาพร: ใช่ค่ะ ใช่

จิตอาสา: ปลดล็อกให้กับตัวเองได้ คือสามารถไขรหัสตัวเองได้ด้วยว่า คืออย่างน้อยก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ไม่สบายนี่เป็นเพราะว่าสาเหตุข้อไหน ขาดข้อไหนไปก็มาชาร์ตแบต ข้อนั้นไปนะค่ะ อยู่บ้านนี่ยา 9 เม็ด ที่ทำเป็นประจำนี่ ทำเม็ดไหนบ้างเป็นประจำ ดื่มย่านางเป็นประจำหรือปล่าว

ภาพร: Detox ประจำเลยค่ะ กัวซา ย่านาง 3 ตัวนี้ เป็นประจำไม่ขาดเลย

จิตอาสา: อันนี้ที่เป็นหลัก ๆ เลยนะตอนที่ ๆ ไม่สบายค่ะตั้งแต่ปี 2549 เดือนธันวาคม แล้วมาถึงมกราคม 2550 นะคะที่บอกเป็นภูมิแพ้ SLE พัฒนาการของเขาก่อนที่เขาจะมาเป็นไตวายนี่นานไหมคะ มกราคม 2550 นี่เป็น SLE แล้วกว่าจะไปเป็นไตวาย นี่ปีไหนคะ

ภาพร: ปีกว่า

จิตอาสา: ปีกว่าหรือคะ ปีกว่า ก็จะเป็นไตวายเลยนะคะ แล้วก็หลังจากไตวายแล้วมีโรคไหนอีกไหมคะ หรือมี 2 โรค

ภาพร: ภูมิแพ้ SLE แล้วก็ความดันสูง แล้วก็ไตวาย แล้วก็ตามมาด้วยนิ่วในท่อไต แล้วก็ตามมาด้วยงูสวัด งูสวัดกินกระดูกค่ะ เน่าเฟะ

จิตอาสา: แล้วรักษาอย่างไรคะ

ภาพร: ใช้แผนปัจจุบันนะค่ะที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ค่ะ ประมาณ 5 วัน

จิตอาสา: งูสวัดหรือคะ 5 วัน

ภาพร: ค่ะ 5 วัน

จิตอาสา: แล้วนิ่วในท่อไตล่ะคะ

ภาพร: ไม่ทำอะไรเลยค่ะ หมอจะผ่าแต่ไม่ยอมให้ผ่า

จิตอาสา: แล้วตอนไตวายหมอให้ทำอะไรบ้าง

ภาพร: เขาก็ให้เคมีผ่านหลอดเลือดดำนี่ละค่ะ แล้วก็เขาก็สวนฉี่ค่ะ เพราะว่าฉี่ไม่ออกอยู่ (โรงพยาบาล) 10 วัน

จิตอาสา: แล้วก็โรคความดันสูงนี่เป็นภูมิแพ้แล้วเป็นความดันสูงต่อเนื่องกันเลยไหมคะ

ภาพร: ยังค่ะ ยังประมาณซักเกือบปีเหมือนกัน

จิตอาสา: เกือบปีนะคะถึงจะเป็นความดันสูง พอเป็นความดันสูงเสร็จปุ๊บ อีกนานไหมจึงจะเป็นไตวายคะ

ภาพร: เป็นความดันสูงแล้วประมาณ 2 อาทิตย์คะ จึงเป็นไตวายเขาส่งจากยโสธรไปอุบลราชธานี

จิตอาสา: โอ้ 2 อาทิตย์นะคะ

ภาพร: เขาบอกว่าเขาคุมความดันไม่ได้เขาจะให้ยาเม็ดเล็ก ๆ สีขาวก็คือยาเพนนิซิโลนแต่ถ้ากินแล้วคุณจะตัวบวม ๆ เสร็จปุ๊บมันจะฉี่ไม่ออก ก็ส่งต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์เลยค่ะ

จิตอาสา: แล้วเบ็ดเสร็จนี่ตั้งแต่มกราคม 2550 จนถึงปัจจุบันนี่ 2556 แล้ว 5 ปีกว่าเลยนะกับโรคพวกนี้ใช้เงินไปเยอะไหมคะ

ภาพร: กับโรคพวกนี้ก็ถึงปี 2553 ก็เป็นแสนเหมือนกันค่ะ เอ่อไม่ใช่ว่าเงินส่วนตัวเราหมดนะคะ เงินกู้หนี้ยืมสินมาด้วยค่ะ เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นภาระหนี้ก็อยู่ในข้อไม่รู้เพียรไม่รู้พัก

จิตอาสา: ประมาณสักกี่แสนคะ

ภาพร: รวมประมาณ ๆ ก็ แสน 2 แสนนี่ละประมาณ 1.8 แสน

จิตอาสา: อันนี้รวมถึงค่าเดินทางค่ายา 

ภาพร: รวมถึงค่าเดินทางค่ายายาอยู่นอกบัญชีก็ต้องเสียนะคะ

จิตอาสา: อืมก็ใช้โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นหลักแล้วตั้งแต่ปี 2553 ตอนนั้นนี่เป็นทั้งภูมิแพ้เป็นทั้งความดัน ทั้งไตวาย แล้วก็นิ่วในท่อไต แล้วก็รวมถึงงูสวัดด้วยหรือปล่าวคะที่อยู่ในช่วง 2550-2553 แล้วตั้งแต่ปี 2554 อาการเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

ภาพร: อาการเหล่านี้ มาใช้ศาสตร์ของอาจารย์ ทิ้งยาหมดทุกตัวมาเข้าค่ายปี 2553 คอร์ส1-7 สิงหาคม 2553 ค่ะ แล้วก็มาอีกคอร์สหนึ่ง แฟนพันธุ์แท้เดือนเมษายน 2554 

จิตอาสา: ค่ะ คอร์ส 1-7 สิงหาคม 2553 (ค่ายสุขภาพ) แล้วก็มาแฟนพันุ์แท้เดือนเมษายน 2554 นะคะ คือมา 2 คอร์สนี้นี่ มาปฏิบัติตนในศาสตร์นี้แล้วอาการอะไรที่ดีขึ้น หรือแย่ลงหรือว่าเหมือนเดิมคะ

ภาพร: เหมือนคนแทบจะปกติเลยค่ะ นอกจากบางเวลาที่เราจะไปกินของตามใจปากบ้าง หรืออารมณ์ถ้าอารมณ์ปุ๊บ งูสวัดมันปั๊บรัดตัวเรา แม้กระทั่งอาหารที่จะเป็นตัวคอยเตือนว่าอย่านะ ไม่ได้แล้วนะ ประมาณนั้นล่ะค่ะ ทีนี้เขาก็จะเตือนตลอด

จิตอาสา: แล้วช่วงที่ตั้งแต่ 1-7 สิงหาคม (ค่ายสุขภาพ) ที่เข้ามายาไม่ต้องใช้เลยทิ้งเลย

ภาพร: ทิ้งเลยทิ้งที่นี่เลยค่ะ

จิตอาสา: ก็คือ เป็นชีวิตปกติเลยเพียงแต่ว่าจะมีตัวเตือน เมื่อเราจะไปกินอาหารแสลงนะคะหรือว่าอารมณ์ที่มันคุกรุ่นขึ้นมามันก็จะแสดงอาการไม่สบายขึ้นมา

ภาพร: ย่านางก็จะปั่นแบบเข้มข้น จะขาดไม่ได้เราจะใช้กินแทนน้ำเลยค่ะ เพราะรู้สึกกินแล้วมันสบาย

จิตอาสา: ถ้างี้ ก็คือกินแบบเข้มข้นนะคะ ตอนนี้ที่มาเข้าค่ายนะคะ ก็คือเข้าค่ายมา 2 ครั้งปี 2553 นะคะคือ 1-7 สิงหาคม 2553 (ค่ายสุขภาพ) และแฟนพันธ์แท้ 2554 นะคะแล้วก็ครั้งนี้ก็

ภาพร: มาชาร์ตแบตอีกครั้งหนึ่งก็ได้มาเข้าคอร์สเมื่อ 26-30 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาพาคนป่วยมาจากลำปางมาอยู่ 3 วันก็ต้องกลับบ้าน

จิตอาสา: ก็เป็นพระพี่เลี้ยงนะคะ

ภาพร: เป็นพี่เลี้ยงแต่ตอนนี้มาลักษณะของคนป่วยแทน

จิตอาสา: วันนี้เราก็ได้มีโอกาสมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ที่จะดูแลรักษาร่างกายได้ แล้วก็ปกติแล้วค่ะแบบแผนการใช้ชีวิตนี่การกิน เมื่อกี้ก็บอกแล้วตอนนี้กินอาหารรสจัดอยู่หรือปล่าวคะ

ภาพร: เบาลงมาก

จิตอาสา: เบาลงมากนะคะการนอนก็มีเวลานอนน้อยทำงานเยอะนะคะออกกำลังกายได้ออกกำลังกายบ้างไหมคะ

ภาพร: โยคะไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่ค่ะแต่เดินเร็วได้ทำแทบทุกวันถ้ามีวันไหนที่ฝนไม่ตก

จิตอาสา: พักผ่อนนอนหลับเพียงพอหรือไม่คะคิดว่าไม่เพียงพอนะ

ภาพร: อ๋อโรงเรียนหยุดเสาร์อาทิตย์จะได้พักเต็มที่ก็วันเสาร์วันอาทิตย์ก็ต้องเตรียมของ

จิตอาสา: ในปัจจุบันรู้สึกว่ามีความวิตกกังวลหรือว่ามีความทุกข์ใจอะไรบ้างหรือปล่าวคะ

ภาพร: ก็มีบ้างถึงขนาดเยอะเลยล่ะค่ะ มาอยู่ ณ ตรงนี้แล้วก็ไอ้ที่เราเป็นอยู่ แล้วทำให้เราเจ็บปวดมันเลยทำให้เรามีความรู้สึกว่าเราหยุดได้แล้ว เราทรมานมากเกินพอแล้ว เราไม่ได้ทรมานแต่ตัวเรา เราทรมานคนรอบข้างคือลูกและสามีพ่อแม่พี่น้อง

จิตอาสา: พูดเสริม คือเราจะหยุดทำร้ายตัวเราเอง

ภาพร: จะหยุดทำร้ายตัวเราเองจะข้ามตรงนี้ไปให้ได้พอตรงนี้มันหลุดปุ๊บรู้สึกว่าอาการเจ็บปวดมันก็ทุเลาลง

จิตอาสา: ก็ในโอกาสนี้นะคะก็ได้ข้อมูลในเบื้องต้นนะคะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยแล้วก็อาจจะต้องที่จะสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดูแลสุขภาพนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ และต่อเนื่องไปอีกหลายวัน แล้วก็สามารถคลี่คลายปัญหาได้ด้วยตัวเองไหม และ 3 ข้อที่ติดขัดเราแก้ไขข้อไหนได้แล้วด้วยธรรมะข้อไหน ด้วยการทำอย่างไรนะคะ คงจะต้องรบกวนสอบถามอีกทีหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณมากค่ะ ยังไงก็อาจรบกวนพี่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมอีกนะคะ ในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบหรือว่าติดขัดค่ะ ค่ะขอบคุณมากค่ะ

จิตอาสา: เมื่อกี้นะคะที่เราสัมภาษณ์นะคะลืมหัวข้อหนึ่งไปค่ะ ก็อยากจะสัมภาษณ์พี่ศิไลต่อนะคะว่าตั้งแต่ปี 2553 ในเดือนสิงหาคมค่ะที่ได้มาเข้าค่ายคุณหมอเขียวค่ะแล้วก็ได้บอกว่าได้เลิกยาไปทั้งหมดเลยนะคะและก็สามารถอยู่ได้อย่างผาสุกนะคะ ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่ปี 2553 ณ ขณะนั้นจนถึงปัจจุบันค่ะได้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเองตามศาสตร์ของคุณหมอเขียวนะคะด้วยเทคนิค 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ดเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ประเมินเป็นตัวเลขได้ไหมว่าใช้เงินไปเท่าไหร่อย่างไรค่ะ เชิญเลยค่ะ 

ตอบ: ค่ะถ้าจะประเมินจริง ๆ ก็ไม่น่าจะเกิน 2-3 พันนะคะ เพราะว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2553 ถึงปี 2556 ไม่ได้เคยไปหาหมออีกเลยค่าใช้จ่ายส่วนมากจะไปอยู่ที่เดินทางแล้วก็ ค่าที่ต้องนอนรักษาตัวเราก็ต้องกินต้องใช้ช่วงนั้นน่ะเราต้องใช้ตังค์เยอะมากค่ะ เพราะมันก็มียานอกบัญชีหลักแต่พอมาใช้ศาสตร์ของอาจารย์มันก็มีบ้างอย่าง เช่น ย่านางเราปลูกเองมันก็ไม่ทันกินนะคะเขาก็โตช้าอย่าง เช่น พวกยาน้ำมันเขียวน้ำมันกัวซาผงถ่านพวกเครื่อง Detox ต่าง ๆ คือที่บ้านใช้ทั้ง 3 คนเลยค่ะใช้ศาสตร์ของอาจารย์ก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาบ้างก็ไม่เยอะถือว่าถูกค่ะอย่างมากปีละไม่ถึงพันก็ไม่น่าจะเกินกำลังที่เราใช้จ่าย จากที่เราใช้รักษาตัวเองทางแพทย์แผนปัจจุบันนี่ประมาณแสนสองแสนมาอยู่ที่ระดับ 2-3 พันนี่ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากแล้วก็ไม่เดือดร้อนในการดำรงชีวิตของตนเองนะคะ 

จิตอาสา: ค่ะก็ได้ทราบแล้วนะคะว่าสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายไปอย่างมากเลยนะคะจากหนึ่งถึงสองแสนบาทมาอยู่ที่ 2-3 พันบาท ทีนี้มีอีกข้อหนึ่งค่ะว่าในด้านของร่างกายค่ะไม่ต้องใช้ยาแล้วในเรื่องของใจค่ะ ที่ใจนะคะ ก่อนที่จะมาเข้าค่ายหมอเขียวนะคะกับหลังจากที่มาเข้าค่ายคุณหมอเขียวแล้วค่ะด้านสุขภาพใจนี่เป็นอย่างไรบ้างคะขอเชิญตอบเลยค่ะ

ภาพร: ก็รู้สึกว่าตัวเองรู้สึกว่าถ้ามีใจเป็นทุกข์หรือมีเรื่องกลัดกลุ้ม มีเรื่องที่ต้องข้องแวะ มีปัญหากับเพื่อนพ้องในการขายของเรา จะสามารถดึงจิตใจเราได้เร็วขึ้น บางทีมันก็เผลอไปบ้างค่ะ ปล่อยใจตัวเองปึ้ด ๆ ไปบ้าง แต่มันก็สามารถดึงคืนมาได้เร็วหลังจากที่เคยเป็นคนที่ตั้งมั่นยึดมั่นถือมั่นก็รูสึกว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปเยอะเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ เลยค่ะ ยังเหลืออยู่ก็ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์  ค่ะที่ยังเหลืออยู่ยังได้ไม่ครบเต็ม 100 ค่ะ

จิตอาสา: ค่ะก็นับว่านอกจากว่าจะรักษากายให้ดีขึ้นได้แล้วนะคะ ยังสามารถรักษาใจได้ด้วยนะคะ ก็คือ สามารถที่จะจัดการกับปัญหาใจที่เป็นทุกข์ได้นะคะ ทำให้สามารถดึงจิตใจให้กลับคืนมาได้เร็วขึ้น นะคะคือดีขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์ จากก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นคนที่ใจร้อนนะคะ (ผู้ป่วยพยักหน้า) หุนหันพลันแล่นนะคะ (ผู้ป่วยพยักหน้า) คือมีสติมากขึ้น มีความยับยั้งชั่งใจขึ้นนะคะ (ผู้ป่วยพยักหน้า) ก็พากเพียรต่อไปค่ะที่เหลืออีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ นะ

แบ่งปันประสบการณ์

การดูแลและเทคนิคที่ใช้

กรณีศึกษา 3.81 นายทวีชัย เฉลิมบุญชัยกุล

กรณีศึกษาที่3.81ชื่อนายทวีชัย เฉลิมบุญชัยกุลเพศชายอายุ73 ปีจังหวัดกรุงเทพมหานคร โรคหรืออาการ : โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคเก๊าท์ โรคตาต้อ เท้าบวมบ่อย ๆ รักษาโดยแผนปัจจุบัน ด้วยการฉีดยาบำรุงเลือดมานาน 10 ปี ใช้แพทย์ทางเลือกแผนจีน กินถั่งเช่า-โสม...

กรณีศึกษา 3.43 นายวีรยุทธ แตะกระ

กรณีศึกษาที่3.43ชื่อนายวีรยุทธ แตะกระเพศหญิงอายุ47 ปีอาชีพเดิมขับแท็กซี่จังหวัดนครราชสีมา โรคหรืออาการ : โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดัน วันที่เข้าค่าย 12-18 มีนาคม 2555 (ครั้งที่ 1) ณ สวนป่านาบุญ 1 ดอนตาล มุกดาหาร เก็บข้อมูลวันที่ 17 มีนาคม 2555 เมื่อ 17...

กรณีศึกษา 1.81 ครอบครัวคุณชุมพล ยอดสะเทิน

กรณีศึกษาที่1.81ชื่อครอบครัวคุณชุมพล ยอดสะเทินจังหวัดมหาสารคามโรคโรค SLE ระยะสุดท้าย และโรคไตวาย SLE ระยะสุดท้าย และ ไตวายขณะท้องได้ 3 เดือนท้องขณะที่เป็น SLE ระยะสุดท้าย และไตวาย หมอแนะนำให้ทำแท้ง ปฏิบัติตัวด้วยแพทย์วิถีธรรม :...

กรณีศึกษา 1.73 พี่ชายคุณเรวดี

กรณีศึกษาที่1.73ชื่อพี่ชายคุณเรวดีเพศชายอาชีพพ่อค้าจังหวัดยโสธรโรคโรคเบาหวาน โรคไตวาย โรคต้อหิน โรคเบาหวาน ไตวาย ต้อหิน แต่ไม่ยอมล้างไต เพราะแพง เริ่มมองไม่เห็นกินเค็ม หมอจะให้ล้างไตไม่ยอมฟอกไต ล้างไตปฏิบัติตัวด้วยแพทย์วิถีธรรม ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด น้ำย่านางสกัด...

กรณีศึกษา 1.66 คุณโชคชัย

กรณีศึกษาที่1.66ชื่อโชคชัยเพศชายอายุ26 ปีโรคโรคไตวายระยะสุดท้ายวันสัมภาษณ์22 กุมภาพันธ์ 2558 จิตอาสา: ไม่สบายเป็นอะไรมาคะ โชคชัย: ไตวายระยะสุดท้าย จิตอาสา: ไปหาหมอหมอรักษาอย่างไรคะ โชคชัย: ไปหาหมอ แต่ไม่ได้รักษา...

กรณีศึกษาที่ 1.35 คุณวิราศิณี มณีโรจน์

กรณีศึกษาที่1.35ชื่อวิราศิณี มณีโรจน์เพศหญิงอายุ42จังหวัดกระบี่โรคโรคไตเสื่อมวันสัมภาษณ์2557 คุณอ้อม: ชื่ออ้อมค่ะ วิราศิณี มณีโรจน์ กราบสวัสดีค่ะ จิตอาสา: อายุเท่าไรคะ คุณอ้อม: 42 ปีค่ะ  จิตอาสา: บอกไปเลย หนูมาจากไหน คุณอ้อม: มาจากจังหวัดกระบี่นะคะ  จิตอาสา:...

กรณีศึกษาที่ 1.15 คุณเตือนใจ จันทะ

กรณีศึกษาที่1.15ชื่อเตือนใจ จันทะเพศหญิงจังหวัดมหาสารคามโรคโรคไตวาย เอสแอลอี (SLE)วันสัมภาษณ์21 ธันวาคม 2557 ผมอยู่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ส่วนตัวผมแข็งแรงมาก แต่ภรรยาผมก็ป่วยกระเสาะกระแสะตั้งแต่ต้นปีครับ เป็นโรค SLE หรือโรคพุ่มพวงน่ะครับ ประมาณต้นปี 2554...

กรณีศึกษาที่ 1.11 คุณเตือนใจ ศรีรัตนากร

กรณีศึกษาที่1.11ชื่อเตือนใจ ศรีรัตนากรเพศหญิงประเทศรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวโรคโรคมะเร็ง โรคไตวาย โรคเอสแอลอี (SLE) โรคเจ็บหลังวันสัมภาษณ์29 มกราคม 2556 เมื่อครั้งที่ไปเที่ยวฮาวาย สามีซึ่งเป็นแพทย์แผนปัจจุบันมีอาการขาบวมจะเดินไม่ได้...

กรณีศึกษาที่ 1.5 คุณจรูญ

กรณีศึกษาที่ 1.5ชื่อจรูญเพศหญิงอายุ56 ปีจังหวัดนครราชสีมาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคไทรอยด์เป็นพิษ ความดัน ไตวายอาการอั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะหยดตลอด มีกลิ่นเหม็นวันสัมภาษณ์20 ตุลาคม 2557 ดิฉันชื่อ นางจรูญ ปัจจุบันอายุ 56 ปีค่ะ ทำงานรับจ้างเป็นช่างภาพอิสระค่ะ...

ไตวาย ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

คุณเล็ก (ไตวาย ไตเสื่อมระยะสุดท้าย) โรคไตวาย ไตเสื่อม ระยะสุดท้าย ท้องผูก ถ่ายเป็นขี้แพะเป็นภาวะร้อนมาก รักษากับแผนปัจจุบันคือนอนโทรมอยู่ที่บ้าน นอนให้น้ำเกลือ 4 วัน 4 คืน ให้เลือด อีก 3 ครั้ง ลูกชายได้ดูหมอเขียวจาก ออนไลน์ เคยเป็นมะเร็งปากมดลูกและก็มาเป็น ไตวายอีก...

ไตวาย เรื้อรัง

ไตวาย เรื้อรัง ไม่รักษาไม่หาย ก่อนมาพบแพทย์ทางเลือกคุณจำเนียร ไตวาย เรื้อรัง ไม่รักษาหมอแผนปัจจุบัน มารักษากับแพทย์ทางเลือก หมอแผนปัจจุบัน หมอเขียวแพทย์วิถีธรรม สุขภาพพึ่งตน เทคนิค 9 ข้อ ยา 9 เม็ด กับบ้านไปก็จะทำเหมือนที่อาจารย์สอน ลดละเลิกเนื้อสัตว์ ทานอาหารปรับสมดุล...