Taking too long? Close loading screen.

สุขภาพ

ค้นหา
Generic filters

การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม

ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม พบว่า ภาวะร้อนเย็นไม่สมดุลทำ ให้เกิดโรคทุกโรค เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมัน รวมทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อต่างๆ การปรับสมดุลร้อนเย็น จะส่งเสริมให้ สุขภาพแข็งแรงขึ้น ช่วยลดโรคทุกโรค

 

แก่นหลักของการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม คือ สานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส เครื่องกังวล เครื่องเบียดเบียน ช่วยเหลือผู้อื่น และ เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด)

การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม เพื่อการพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง


มนุษยชาติทั่วโลกประสบกับปัญหาสุขภาพ 3 ประการหลัก ได้แก่

  1. ปริมาณผู้ป่วย ชนิดและความรุนแรงของความเจ็บป่วยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
  2. ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น
  3. ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพด้วยตนเองน้อยลง การบริหารจัดการองค์ความรู้และการดำเนินการที่มีอยู่ในระบบปกติ ช่วยลดปัญหาได้เพียงบางส่วน ยังมีปัญหาอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิ่งไปกว่านั้นกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นๆ องค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธหรือการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อสร้างสุขภาวะช่วยลดหรือแก้ปัญหาดังกล่าว และวิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู้โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะตามหลักพุทธศาสนา การสร้างสุขภาวะตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาสุขภาวะตามหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์พื้นบ้าน ทฤษฎีสสารและพลังงาน และทฤษฎีขั้วตรงกันข้ามเชิงสุขภาพ

 

พบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค/อาการเจ็บป่วย ตามหลักแพทย์วิถีพุทธเกิดจาก 5 ประการใหญ่ๆ ได้แก่

  1. ความร้อนเย็นไม่สมดุลด้านวัตถุ
  2. ทำบาป/อกุศลกรรม
  3. การไม่บำเพ็ญบุญกุศล
  4. ความกลัว/ความใจร้อน/ความกังวล/ความเศร้าหมอง
  5. การคบมิตรที่ไม่ดี การอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ดี

สาเหตุความเจ็บป่วย 9 ข้อย่อย

  1. อารมณ์เป็นพิษ เช่น ความเครียด ความเร่งรีบ/ เร่งรัด/ เร่งร้อน ความกลัว ความวิตกกังวล ความไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่สบายใจ ความไม่พอใจ ความมุ่งร้าย อาฆาต พยาบาท ความโลภ โกรธ หลง ยึดเกิน เอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น
  2. อาหารเป็นพิษและไม่สมดุล พิษจากอาหาร เช่น พิษจากอาหารมีสารพิษสารเคมี อาหารมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์มากเกินไป อาหารปรุงรสจัดเกินไป สัดส่วนและชนิดของอาหารไม่สมดุล ไม่รู้เทคนิคการปรุงอาหาร พิษจากของเสียและความร้อนจากขบวนการย่อยและเผาผลาญอาหาร ไม่รู้เทคนิคในการรับประทานอาหารสุขภาพอย่างสมดุลและผาสุก และไม่รู้วิธีปฏิบัติในการลดละล้างความอยากในจิตต่ออาหารที่เป็นพิษอย่างถูกตรง
  3. พิษจากการไม่ออกกำลังกาย หรือการออกกำลังกายและอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง
  4. พิษจากมลพิษต่างๆ ในโลกเพิ่มมากขึ้น เช่น มิตรสหายที่ไม่ดี อุณหภูมิบรรยากาศโลกที่ร้อนขึ้น ควันพิษ และสารพิษต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
  5. พิษจากการสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้ามากเกินความสมดุล
  6. ไม่พึ่งตน ด้วยวิธีที่ประหยัดเรียบง่าย ในการลดความรุนแรงของพิษหรือระบายพิษออกจากร่างกาย
  7. การเพียรการพักที่ไม่พอดี
  8. บาปอกุศลและความกังวล จะทำให้ความเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้นมีโรคมากและอายุสั้น บุญกุศลและความไร้กังวล จะทำให้แข็งแรงอายุยืน ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้” (ขุ.ขุ.25/30), “ผู้ผิดศีลย่อมตกนรก(เดือดเนื้อร้อนใจ)” (องฺ.สตฺตก.23/130), “การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ (ขุ.ขุ.25/59), “ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้” (ขุ.ขุ.25/30), “เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้, เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นอันหวังได้” (ม.มู.12/64), “ทุกข์ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล”(สํ.ส.15/122)
  9. การบูรณาการองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ คือ ไม่สามารถลดปัญหาสุขภาพด้วยการแก้การแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนใหญ่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ มีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สูง และ คนพึ่งตนเองในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพตนเองได้น้อยลง

      กลุ่มอาการเจ็บป่วย ตามหลักแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม 5 กลุ่มอาการ

  1. กลุ่มอาการของภาวะร่างกายร้อนเกิน (ยุคนี้ 80% มักจะร้อนเกิน ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความเครียด อาหารรสจัด อาหารเนื้อสัตว์ อาหารมีสารพิษ การสัมผัสเครื่องยนต์/เครื่องไฟฟ้า/เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โลกร้อนขึ้น และมลพิษต่างๆ เป็นต้น)

    อาการหลัก (อาการที่ถูกต้อง) เมื่อกระทบอากาศร้อน อาหารหรือสมุนไพรหรือสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนแล้วรู้สึกไม่สบายไม่เบากายไม่มีกำลัง(อ่อนเพลียหนักตัว) เมื่อกระทบอากาศเย็น อาหารหรือสมุนไพรหรือสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นแล้วรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

    อาการเด่น (อาการที่มักเป็นในลำดับแรกเมื่อกระทบสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนเกิน แต่อาจเป็นสภาพไม่สมดุลร้อนเย็นแบบอื่นได้) ปากคอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำแล้วรู้สึกสดชื่น ปวด บวม แดง ร้อน ตึง แข็ง มึน ชา แผลพุพอง ผื่น คัน ปัสสาวะเข้มปริมาณน้อย อุจจาระแข็ง กำลังตก อ่อนเพลีย หนักตัว ชีพจรเต้นแรง เส้นเลือดขยายตัวกรณีเป็นภาวะร้อนเกิน แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์เย็นลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน เท่าที่รู้สึกสุขสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

  2. กลุ่มอาการของภาวะร่างกายเย็นเกิน (ยุคนี้ 5% มักจะเย็นเกิน ซึ่งมีสาเหตุตรงกันข้ามกับภาวะร้อนเกิน)
    อาการหลัก (อาการที่ถูกต้อง)
     เมื่อกระทบอากาศเย็น อาหารหรือสมุนไพรฤทธิ์หรือสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นแล้วรู้สึกไม่สบายไม่เบากายไม่มีกำลัง(หนักตัวอ่อนเพลีย) เมื่อกระทบอากาศร้อน อาหารหรือสมุนไพรหรือสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนแล้วรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

    อาการเด่น (อาการที่มักเป็นในลำดับแรกเมื่อกระทบสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นเกิน แต่อาจเป็นสภาพไม่สมดุลร้อนเย็นแบบอื่นได้) ปากคอชุ่ม ไม่กระหายน้ำ รสของน้ำจืดผิดปกติ ปวด เหี่ยว ซีด เย็น ตึง แข็ง มึน ชา ท้องอืด หัวตื้อ มือเย็น เท้าเย็น หนาวสั่น ปัสสาวะใสปริมาณมาก อุจจาระเหลว กำลังตก อ่อนเพลีย หนักตัว ชีพจรเต้นเบา เส้นเลือดหดตัวกรณีเป็นภาวะเย็นเกิน แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน ลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น เท่าที่รู้สึกสุขสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

  3. กลุ่มอาการของภาวะร่างกายร้อนเกินและเย็นเกิน เกิดขึ้นพร้อมกัน (ร้อนเย็นพันกัน) 15 % ของคนยุคนี้ มักจะมีทั้งภาวะร้อนเกินและเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน
    อาการหลัก(อาการที่ถูกต้อง)
     กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน อย่างเดียวก็รู้สึกไม่สบายไม่เบากายไม่มีกำลัง(หนักตัวอ่อนเพลีย) กระทบสิ่งที่มีฤทธิ์เย็นอย่างเดียวก็รู้สึกไม่สบายไม่เบากายไม่มีกำลัง(หนักตัวอ่อนเพลีย) แต่เมื่อกระทบทั้งสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็นผสมกันแล้วรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

    อาการเด่น อาการที่มักเป็นในลำดับแรกเมื่อกระทบสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะร้อนเกินและเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่อาจเป็นสภาพไม่สมดุลร้อนเย็นแบบอื่นได้) ไข้สูง (เป็นร้อน) แต่หนาวสั่น(เป็นเย็น) ปวดศีรษะ(เป็นร้อน)ร่วมกับท้องอืด(เป็นเย็น) ตัวร้อน(เป็นร้อน)ร่วมกับมือเท้าเย็น(เป็นเย็น) เป็นต้นกรณีเป็นภาวะร้อนเย็นพันกัน แก้ไขด้วยการใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนและเย็นผสมกัน เท่าที่รู้สึกสุขสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง

  4. กลุ่มอาการของภาวะร่างกายที่มีสาเหตุเกิดจากร่างกายร้อนหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการเย็นเกิน (เย็นหลอก) เมื่อใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนแก้ อาการจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม แต่พอใช้สิ่งที่มีฤทธิ์เย็นกลับรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง ก็ให้ใช้สิ่งที่มีฤทธิ์เย็น เพราะต้นเหตุเกิดจากร้อน ถ้าใช้ร้อนเย็นผสมกันแล้วรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง ก็ให้ใช้ร้อนเย็นผสมกัน แสดงว่าต้นเหตุเกิดจากร้อนเย็นพันกัน
  5. กลุ่มอาการของภาวะร่ายกายที่มีสาเหตุเกิดจากร่างกายเย็นหรือร้อนเย็นพันกันเกินตีกลับเป็นอาการร้อนเกิน (ร้อนหลอก) เมื่อใช้สิ่งที่มีฤทธิ์เย็นแก้ อาการจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม แต่พอใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อนกลับรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง ก็ให้ใช้สิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน เพราะต้นเหตุเกิดจากเย็น ถ้าใช้ร้อนเย็นผสมกันแล้วรู้สึกสบายเบากายมีกำลัง หรือไม่สบายแต่เบากายมีกำลัง ก็ให้ใช้ร้อนเย็นผสมกัน แสดงว่าต้นเหตุเกิดจากร้อนเย็นพันกัน

อาการเจ็บป่วยแก้ไขได้ด้วยการปรับสมดุลร้อนเย็น ใช้แก่นหลักของการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม – เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ดังนี้

 

เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด)
เม็ดที่ 8,9 (เม็ดเลิศ)
เม็ดที่ 7,6 (เม็ดหลัก)
เม็ดที่ 1-5 (เม็ดเสริม)

เม็ดเลิศ (แต่ละชีวิตควรพากเพียรทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นการดูแลสุขภาพด้านนามธรรมมีฤทธิ์เลิศยอดที่สุดกว่าทุกวิธีในโลก ซึ่งด้านนามธรรมของพุทธะนั้น มีฤทธิ์ประมาณ 70 % + เกิน 100 % ส่วนด้านรูปธรรมหรือด้านวัตถุ มีฤทธิ์ประมาณ 30 %)

เม็ดที่ 8 ใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส
คบมิตรดีสหายดีสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี คือ สานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส และช่วยเหลือผู้อื่น

เม็ดที่ 9 คือรู้เพียรรู้พักให้พอดี

เม็ดหลัก (แต่ละชีวิตควรทำเป็นหลัก ทำเป็นประจำ ให้สม่ำเสมอ จนเป็นปกติของชีวิต เพราะเป็นการดูแลสุขภาพที่มีฤทธิ์สูงที่สุดด้านรูปธรรมหรือด้านวัตถุ ซึ่งต้องทำเป็นหลักควบคู่กับด้านนามธรรม)

เม็ดที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย

เม็ดที่ 6 การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที่ถูกต้อง

เม็ดเสริม (ใช้เสริมในการปรับสมดุลร้อนเย็น เมื่อเกิดโรคหรืออาการไม่สบาย โดยเลือกใช้เฉพาะวิธีที่ใช้แล้ว สบาย เบากาย มีกำลัง เป็นอยู่ผาสุก ต่อผู้นั้น ณ เวลานั้น ซึ่งก่อนหน้านี้อาจเคยใช้แล้วถูกกันหรือไม่ถูกกันก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบันใช้แล้วถูกกัน โดยใช้ในปริมาณที่พอดีสบาย ไม่ใช้มากไปหรือน้อยไป ถ้าใช้วิธีการใดแล้ว รู้สึกเท่ากันกับไม่ใช้หรือแย่กว่าไม่ใช้ ควรหยุดใช้วิธีนั้น เพราะเป็นอาการแสดงที่บ่งบอกว่า วิธีนั้นไม่สมดุล ไม่ถูกกันกับผู้นั้น ณ เวลานั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาอาจเคยถูกกันหรือไม่ถูกกันก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบันนั้น ไม่ถูกกัน ต้องพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนไปสู่สภาพที่รู้สึกสบาย)

เม็ดที่ 1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น

เม็ดที่ 2 การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง)

เม็ดที่ 3 การสวนล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน (ดีท็อกซ์)

เม็ดที่ 4 การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายในน้ำสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย

เม็ดที่ 5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย

การปรับสมดุลร้อนเย็นตามหลักการแพทย์วิถีธรรมหรือการดูแลสุขภาพแผนใดๆ จะมีฤทธิ์มากถ้าสานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส (บุญ) ช่วยเหลือผู้อื่น (กุศล) ปรับอาหาร กายบริหารให้สมดุลจะทำให้ยาเม็ดอื่น ๆ หรือวิธีการอื่นๆ ที่ใช้แล้วถูกกัน แม้ใช้เพียงนิดเดียวหรือวิธีเดียวหรือไม่กี่วิธี (ใช้น้อยวิธี) ก็มีฤทธิ์มากขึ้นและมีความยั่งยืน แต่ถ้าไม่สานพลังกับหมู่มิตรดี ไม่ลดกิเลส ไม่ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ปรับอาหาร ไม่กายบริหารให้สมดุล

ไม่ว่าจะใช้ยาเม็ดไหน ๆ หรือวิธีการใดๆ แผนใดๆ จะไม่มีฤทธิ์คือไม่ได้ผล หรือมีฤทธิ์น้อย หรือได้ผลชั่วคราว จากนั้นก็จะได้ผลน้อยลง จะเสื่อมฤทธิ์ไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ผล หรือมีโรคหรืออาการแทรกซ้อนในที่สุด

วัตถุมีฤทธิ์แค่ 30%
ส่วนใจมีฤทธิ์ 70% + เกิน 100% (ยาเม็ดที่ 8-9)

ใจที่ไร้ทุกข์และดีงาม จึงเป็นสิ่งที่มีฤทธิ์มากที่สุดที่ทำให้หายหรือทุเลาจากโรค

ใจที่เป็นทุกข์ เป็นกิเลส ทำให้เสียพลังไป กลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว
อยากให้หายตามที่อยาก กลัวจะไม่หายตามที่อยาก ทำให้ไม่หายโรค หรือโรคทุเลาได้น้อย

ทุกอย่างไม่เที่ยง ณ เวลานั้น

วิธีใดถูกกัน คือ ใช้แล้วสบาย ก็ควรใช้ในปริมาณที่สบาย ไม่มากไป ไม่น้อยไป

ถ้าใช้วิธีใดแล้วไม่สบายก็ควรหยุด ควรพร้อมปรับเปลี่ยนหาวิธีที่สบาย (อุปปัฏฐากสูตร อนายุสสสูตร จูฬกัมมวิภังคสูตร กกจูปมสูตร อาพาธสูตร)

จะเป็นแผนแพทย์วิถีธรรมหรือแผนอื่นก็ได้ ถ้าถูกกัน คือใช้แล้วสบาย

คนลดกิเลส (เข้าถึงธรรม) จะทำให้วิธีการต่างๆที่ถูกกัน มีฤทธิ์มากขึ้น

คนไม่ลดกิเลส (ไม่ได้เข้าถึงธรรม) จะลดฤทธิ์ของวิธีต่างๆ และพลิกกลับเป็นโทษในที่สุด

ก็จะไม่ศรัทธา ถือสา เพ่งโทษ

อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ศรัทธา

เพราะคนไม่ศรัทธาจะหาเรื่องค้านแย้งได้ทุกเรื่อง

แพทย์วิถีธรรมจึง ไม่กดดัน ไม่บังคับ ไม่หว่านล้อม ไม่โน้มน้าว

แพทย์วิถีธรรม จะให้ปัญญาว่า อะไรเป็นประโยชน์ อะไรเป็นโทษ แล้วให้แต่ละชีวิตเลือกเอาตามวิจารณญาณของตน ให้เป็นไปตามธรรม คือ ศรัทธา ปัญญา และวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต

ตรงตามที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า

ธรรมทั้งหลายมีฉันทะเป็นมูล

เราเป็นเพียงผู้ชี้ทางเท่านั้น ส่วนการเดินทางเป็นเรื่องของท่าน

ตรงตามที่ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่า

ดอกไม้จะบานก็ให้เขาบานของเขาเอง

ตรงตามที่ อาจารย์ ดร.ใจเพชร กล้าจน กล่าวว่า
ทำความผาสุกที่ตน ช่วยคนที่ศรัทธา

จึงจะถูกต้องตามธรรม
เอาตามความสมัครใจของแต่ละชีวิต เพราะ

  1.  แต่ละคนมีวิบากเข้าแทรกได้ตลอดเวลา ให้แต่ละคนตัดสินชีวิตของแต่ละชีวิต
    อย่าไปแบกรับชีวิตคนอื่น หากเขาไม่ได้รับสิ่งที่หวังไว้ เขาจะโทษเราได้
  2. คนไม่เต็มใจ ไม่ศรัทธา จะหาเรื่องแย้งได้ทุกเรื่อง

อย่างไรก็ตาม เวลาวิบากเข้า แม้ลดกิเลส แม้ทำความดี จะใช้วิธีการใด ๆ ก็ไม่ดีขึ้นก็มี

จนกว่าวิบากชุดนั้นจะเบาบางลง

ต้องอดทน รอคอย ให้อภัย ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ

ตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนไข้มี 3 กลุ่ม

  1. รักษาก็ไม่หาย ไม่รักษาก็ไม่หาย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มมีเวรมีกรรมออกฤทธิ์แรงมาก ไปหาหมอไหน รักษาหรือไม่รักษาแบบไหนก็ไม่หาย จึงไม่มีการแพทย์แผนใดที่จะทำให้คนไข้หายหมดทุกคน
  2. รักษาก็หาย ไม่รักษาก็หาย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มหมดเวรหมดกรรม ไม่ว่าจะไม่ไปหาหมอไหน ไม่รักษาแบบไหน หรือไปเจอหมอไหน รักษาแบบไหน ก็หาย เพราะหมดเวรหมดกรรม วิบากหมดแล้ว
  3. รักษาจึงหาย ไม่รักษาไม่หาย กลุ่มนี้ไปหาหมอหรือรักษาด้วยวิธีที่ถูกกันจึงหาย ไม่ไปหาหมอหรือไม่รักษาด้วยวิธีที่ถูกกันก็ไม่หาย  (พระไตรปิฎก เล่ม 20 ข้อ 461)

การจัดอบรมค่ายสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมและค่ายพระไตรปิฎกทั่วประเทศของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม

ในวันแรกๆ ให้เน้นไปที่ยาเม็ดที่ 8,9 เป็นเม็ดเลิศ โดยใช้บททบทวนธรรมเพื่อสร้างจิตวิญญาณให้ผาสุกที่สุดในโลก เพื่อให้ผู้เข้าค่ายได้รับยาเม็ดเลิศคือธรรมะ เป็นยาที่มีฤทธิ์เร็วและแรงที่สุดในการรักษาโรคทุกโรค ให้ข้อมูลและพาปฏิบัติ ยาเม็ดที่ 7 (อาหาร) และ 6 (กายบริหาร) เป็นเม็ดหลัก ส่วนเม็ดอื่นๆ เป็นเม็ดเสริม ทยอยสอนไปเรื่อยๆในวันถัดๆ ไป

สาระสำคัญอื่นๆเกี่ยวกับสุขภาพ

รวมวีดีโอสุขภาพ
การวิเคราะห์โรคภัยตามวิถีสุขภาพทางเลือกแนวบุญนิยม
ผักสมุนไพรปรับสมดุล
ครัวหมอเขียว
ประสบการณ์รักษาโรค
ธรรมะ
กสิกรรมไร้สารพิษ
ดาวน์โหลดและรีวิวหนังสือ
ภูมิปัญญาปัสสาวะบำบัด
ชมรมภูมิปัญญาปัสสาวะบำบัด

วีดีโอน่าสนใจ

ยา 9 เม็ด

บททบทวนธรรม

บทความน่าสนใจ

สุขภาพพึ่งตน กับการสู้โควิด 19

สุขภาพพึ่งตน กับการสู้โควิด 19   หลักการสำคัญทางวิทยาศาสตร์หัวใจสำคัญคือภูมิต้านทานที่แข็งแรงในการต่อสู้กับเชื้อโรคโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวที่แข็งแรง เม็ดเลือดขาวที่แข็งแรงจะสลายเชื้อโรคได้ วิธีการที่จะทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 1....

ดาวน์โหลดหนังสือ

แก่นหลัก ของการดูแลสุขภาพ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม (PDF) การจะดูแลสุขภาพให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักการแพทย์วิถีธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่า สิ่งใดมีผลต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน ผู้ดูแลสุขภาพจะได้พากเพียรปฏิบัติในสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดให้เป็นเลิศ...

เพิ่มภูมิต้านตนเอง ด้วยการปรับสมดุล สุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม

วิธีการใดที่จะป้องกันตัวจากเชื้อโควิด ๑๙

ยาเม็ดเลิศ เม็ดหลัก เม็ดเสริม โดย อจ หมอเขียว

กลไกเกิดหายโรคทุกโรค เบาหวาน ความดัน มะเร็ง หัวใจ ฯลฯ ค่ายสวนป่านาบุญ ๑

การบริหารร่างกาย

แบ่งปันประสบการณ์

รักษาโรคต้อ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน หายด้วยปัสสาวะบำบัด (คุณธนพร ต้นจาน)

ประสบการณ์จากคุณธนพร ต้นจาน ผู้ช่วยแพทย์แผนไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์ ป่วยเป็นโรคต้อ ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตาจนหาย ใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรคต้อ หยอดต่อเนื่องจนกระทั้งหาย และได้เผยแพร่ต่อให้สมาชิกในครอบครัว...

หายจากโรคเบาหวาน ด้วยน้ำปัสสาวะ ใครๆก็ใช้

คุณวณิชชา จันทร์จรัสวัฒนา อดีตเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำเมาและน้ำดื่ม รายใหญ่ในอำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร อาชีพเสริมทำหวยออนไลน์ อดีตป่วยเป็นโรคเบาหวาน รักษาแผนปัจจุบันทายามาตลอด แต่ก็ไม่หาย เลยมาลองใช้การดูแลตัวเองแบบแพทย์วิถีธรรม (ดร.ใจเพชร...

รักษาภูมิแพ้ ต้อเนื้อ ใช้ทากันแดด แก้ผมหงอก หายด้วยวิธีนี้ (คูณจิตรา พรหมโคตร)

คุณจิตรา พรหมโคตร อดีตข้าราชการครู ได้ลาออกเนื่องจากความเจ็บป่วย เป็นโรคภูมิแพ้ ริดสีดวงทวาร ซึ่งเกิดจากความเครียด ต้องใช้เสียงมาก ในอดีตใช้การรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยการใช้ยาแก้ภูมิแพ้ ทำให้ง่วงนอนซึ่งมีผลกับการทำงาน ส่วนโรคริดสีดวงทวารนั้น เป็นตั้งแต่อายุ 18 ปี...