Taking too long? Close loading screen.

น้ำผลไม้ปั่นปรับสมดุล สูตร 4

น้ำปั่นผลไม้ปรับสมดุล-สูตร-4 ครัวหมอเขียว แพทย์วิถีธรรม

วัตถุดิบ

  • ฤทธิ์เย็น
    • กล้วยน้ำว้า 1 ลูก
    • มะม่วงดิบ (เปรี้ยว) ¼ ลูก
    • มะละกอดิบขูด ½ ถ้วย
    • น้ำสะอาด
  • ฤทธิ์ร้อน
    • มะม่วงสุก 1 ลูก
    • ส้มเขียวหวาน 4 ลูก

วิธีทำ

  1. นำผลไม้ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่โถปั่นเติมน้ำสะอาด แล้วปั่นให้ละเอียด
  2. เทใส่แก้วพร้อม เสิร์ฟ

หมายเหตุ

  1. เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และผู้ที่มีปัญหาทางช่องปากเคี้ยวอาหารไม่ได้ หรือผู้ป่วยที่กินอาหารไม่ได้
  2. น้ำผลไม้ปั่นนี้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย และร่างกายก็ไม่ต้องเสียพลังงานในการย่อยมาก
  3. ท่านสามารถปรับเปลี่ยนผักผลไม้ตามที่ท่านหาได้ง่ายและสะดวก หรือตามสภาวะร่างกาย ณ เวลานั้น ๆ (ร้อน-เย็น)
  4. เวลาดื่มควรดื่มก่อนอาหารหรือท้องว่าง ไม่เหมาะกับการดื่มหลังอาหารเพราะจะทำให้ระบบย่อยเสีย

สรรพคุณของมะละกอ

  1. มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มารดามีน้ำนมมากขึ้น
  2. มะละกอมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  3. มะละกอมีเอนไซม์ที่เป็นยาช่วยย่อยอาหาร
  4. ช่วยป้องกันลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟันได้
  5. ช่วยรักษาอาการขัดเบา ด้วยการใช้รากสดประมาณ 1 กำมือ รากแห้งอีกครึ่งกำมือ หั่นแล้วนำมาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหาร
  6. เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก ด้วยการกินเนื้อมะละกอสุก
  7. ช่วยในการย่อยอาหาร
  8. ใช้ฆ่าพยาธิ ด้วยการใช้ยางจากผลดิบซึ่งเป็นยาช่วยย่อยโปรตีน
  9. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา จากรากมะละกอ
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  11. ช่วยรักษาอาการเท้าบวม ด้วยการนำใบมะละกอสด ๆ มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับเหล้าขาว นำมาพอกบริเวณนั้น ๆ
  12. ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก ด้วยใช้รากมะละกอนำมาตำให้แหลกแล้วผสมกับเหล้าขาว นำมาทาบริเวณนั้น ๆ
  13. ใช้รักษาอาการผดผื่นคันขึ้นตามลำตัว ด้วยใช้ใบมะละกอ 1 ใบ เกลือ 1 ช้อนชา น้ำมะนาวจำนวน 2 ผล นำมาตำรวมกันให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่น
  14. ช่วยรักษาโรคกลาก เกลื้อน เท้าเปื่อย ด้วยการใช้ยางมะละกอดิบมาทาวันละ 3 ครั้ง จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อราได้
  15. ช่วยรักษาอาการคันอันเกิดมาจากพิษของหอยคัน ด้วยการใช้ยางมะละกอดิบ ๆ นำมาทาทั้งเช้าและเย็น
  16. หากโดนเสี้ยนหรือหนามตำหรือหนามหักคาเนื้อใน หากนำยางมะละกอดิบมาทา หนามจะหลุดออกมา แต่ให้บ่งเปิดปากแผลก่อน
  17. หากโดนตะปูตำเท้าเป็นแผล ให้นำผิวของลูกมะละกอดิบมาตำแล้วนำมาพอกแผล โดยเปลี่ยนใหม่วันละ 2 ครั้ง
  18. ช่วยรักษาแผลพุพอง อักเสบ ด้วยการใช้ใบมะละกอที่แห้งกรอบนำมาบดให้เป็นผง นำไปผสมกับน้ำกะทิผสมให้พอเหนียว แล้วนำมาทาแผลวันละ 3 ครั้ง
  19. ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้เนื้อมะละกอดิบ ๆ ต้มจนเปื่อย นำมาตำแล้วพอกบริเวณบาดแผล
  20. ใช้รักษาอาการปวดหลังปวดข้อต่าง ๆ ด้วยการรับประทานมะละกอสุกอย่างต่อเนื่องจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้
  21. ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อไม่มีแรง ด้วยการใช้รากมะละกอตัวผู้นำมาแช่เหล้าขาวทิ้งไว้ 7 วัน และกรองเอาน้ำมาทาบริเวณที่กล้ามเนื้อหรือบริเวณที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  22. ช่วยลดอาการปวดบวม ด้วยการนำใบมะละกอสด ๆ ไปย่างไฟหรือใช้น้ำร้อนลวก แล้วนำมาประคบบริเวณที่มีอาการ หรือนำมาตำให้พอพยาบแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง นำมาทำเป็นลูกประคบก็ใช้ได้เหมือนกัน
  23. ช่วยป้องกันการเกิดอาการตับโตหรือโรคที่เกี่ยวกับตับ
  24. เป็นยาช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
  25. มีงานวิจัยมะละกอพบว่าการรับประทานมะละกอเป็นประจำมีส่วนช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็งได้

สรรพคุณของมะม่วง

  1. รับประทานมะม่วงก็ช่วยทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาได้เหมือนกัน
  2. มะม่วงมีวิตามินซีสูง จึงช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
  3. มะม่วงมีวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอและเบตาแคโรทีน
  5. เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย
  6. ช่วยทำให้ผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น
  7. ช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ ปรับสมดุลภายใน
  8. ผลมะม่วงดิบมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  9. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ
  10. มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ รวมไปถึงต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
  11. ช่วยเยียวยาและรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ใบมะม่วงประมาณ 15 ใบ นำมาล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ถ้วย โดยใช้ไฟอ่อน ๆ นาน 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำแห้งก็เติมเรื่อย ๆ เมื่อเสร็จแล้วนำมาตั้งทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน พอเช้าก็นำมากรองเอาแต่น้ำดื่มติดต่อกันประมาณ 3-4 วัน
  12. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  13. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  14. ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  15. ช่วยแก้โรคคอตีบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  16. แก้ซางตานขโมยในเด็ก ด้วยการใช้ใบมะม่วงพอประมาณนำมาต้มรับประทาน
  17. ช่วยรักษาอาการเยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  18. เปลือกมะม่วงของผลดิบ นำมาคั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนและอาการปวดเมื่อยช่วงมีประจำเดือน
  19. เปลือกต้นมะม่วง นำมาต้มเอาน้ำดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน
  20. ไฟเบอร์จากมะม่วงเป็นตัวช่วยสำหรับการย่อยอาหารและเผาผลาญพลังงาน
  21. แก้อาการท้องอืด ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  22. ช่วยแก้อาการบิด ถ่ายเป็นเลือด ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  23. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  24. แก้อาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม
  25. มีส่วนช่วยในการขับถ่าย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ด้วยการรับประทานมะม่วงสุก
  26. ช่วยขับปัสสาวะ ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  27. ช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  28. น้ำต้มกับใบมะม่วงสดประมาณ 15 กรัม ใช้ล้างบาดแผลภายนอกได้
  29. ใช้เป็นยาสมานแผลสด ด้วยการใช้ใบมะม่วงสดล้างให้สะอาดแล้วนำมาตำและพอกบริเวณที่เป็นแผล

Credit: สรรพคุณของกล้วยน้ำว้า มะละกอ และมะม่วง นำมาจาก เว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

เรื่องน่าสนใจ