Taking too long? Close loading screen.

อยู่ที่ไหนๆบนโลกใบนี้ก็ทำกสิกรรมไร้สารพิษได้

อยู่ที่ไหนๆบนโลกใบนี้ก็ทำกสิกรรมไร้สารพิษได้

 

กินผักที่ปลูกปลูกผักที่กิน
ใจไร้ทุกข์ใจดีงามร่างกายแข็งแรง

 

ติ๊กและขวัญมาพักบ้านพี่หม่วยช่วงเรียนมสธ. มีเวลาว่างก็ช่วยกันทำบารายคัลเจอร์ (ภูเขาน้อยประหยัดน้ำพืชงามดี) ไว้ปลูกผักกินกัน ตอนนี้ทำไป 2 แปลงแล้วค่ะ ช่วยกันทำแปลงแรกเมื่อเดือนที่แล้ว(สิงหาคม 63) โดยใช้เศษกิ่งไม้ใบไม้สดและแห้งรวมทั้งเสื้อผ้าเก่ากระดาษเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง
ผ่านไป 1 เดือนแปลงแรกผักโตเร็วมาก ได้กินผักสลัดแล้ว แตงกวากำลังออกลูกเล็กๆ ฟักทองกำลังทอดยอด เคลแตกยอดแตกใบเร็วมาก ส่วนแปลงที่ 2 กองอินทรีย์วัตถุไว้นานแล้ว แต่เพิ่งปลูก ลงอะไรไปก็งามหมด มีทั้งกูเล่ ผักบุ้ง พริก มะละกอ วอเตอร์เครส และผักสลัด ยังไม่ถึง 1 สัปดาห์เลยแต่ละต้นชูคอตั้งรับแดดรับลมอย่างเบิกบาน ยกเว้นข้าวโพดข้าวเหนียวคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยจึงจะออกใบ

ปัญหาของเราคือ เรามีหน้าดินสำหรับปลูกน้อย ดินในบ้านทั้งหมดเป็นดินเหนียว รัดตัวมาก ปลูกอะไรก็ไม่งาม ผักโตช้ามาก ตอนแรกกังวล…คิดไม่ออกว่าแปลง 2 ของเราใหญ่มาก เพราะได้กิ่งไม้ใบไม้จากการตัดต้นสาละต้นใหญ่ในบ้าน …เราจะไปหาดินจำนวนมากขนาดนั้นได้จากที่ไหน… ดินปลูกเป็นถุงก็พอมี แต่คงไม่พอกับความใหญ่ของแปลง…แต่ก็วางใจทันทีว่า ขอลงมือทำก่อน อย่ามัวกังวลก่อนเลย ลงมือแต่งแปลงไปเรื่อยๆ เราจะเห็นทางออกเองแหละ…แล้วก็ลงมือทำ…ทำไปก็คิดว่าเราจะทำเสร็จก็ได้ ไม่เสร็จก็ได้นะ…ได้ปลูกก็ได้ ไม่ได้ปลูกก็ได้นะ…ทำไปปรับไป…พอวางใจแบบนี้ได้…ก็เห็นทางออก…คิดออกแล้ว…วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น คือ ใช้ดินปลูกที่พี่หม่วยซื้อไว้เป็นถุงๆ โดยเราจะใช้อินทรียวัตถุเยอะ ใช้ดินปลูกให้น้อย ใส่ดินเฉพาะโคนต้นไม้ ไม่ได้ใส่ไปทั่วไป แปลง เออ…แบบนี้ก็ได้ด้วยแฮะ…คราวนี้ช่วยกันปลูกใหญ่เลยค่ะ..
จากนั้นเราก็เจอว่า บารายคัลเจอร์ สามารถประยุกต์มาปลูกในภาชนะอื่นๆได้ เช่น กระถาง กระสอบ ถุงพลาสติกเหลือใช้ในบ้าน ในกรณีที่เรามีอินทรีย์วัตถุแห้ง สด และดินปลูกน้อย วิธีนี้ทดลองแล้วผักงามดี โตเร็วดีเหมือนปลูกในแปลงค่ะ

จากจุดเริ่มต้นที่เราต้องไปขอต้นพันธุ์จากพี่น้องหมู่มิตรดี (อาหมุยและน้องเอเอ) ตอนนี้ตั้งหลักได้แล้วพี่หม่วยก็เริ่มเพาะเมล็ดพืชที่ต้องจำเป็นต้องได้ใช้เองแล้ว มีผักกาดหอม กวางตุ้ง และมะเขือเปราะ ก็ขออนุโมทนากับการลดกิเลสของพวกเราทุกคน รวมทั้งองค์ความรู้ และน้ำใจที่ดีงามจากหมู่มิตรดีผู้มีศีลทุกท่านค่ะ

ข้างแปลง 2 มีปัญหาน้ำท่วมขัง เพราะไม่ได้ขุดใต้แปลงก่อนนำอินทรีย์วัตถุมาวาง ก็เลยขุดเป็นบารายปิด แก้ปัญหาน้ำท่วมขังข้างแปลงได้ค่ะ ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ขุดหลุมแล้วจะเอาอิฐเอาหินที่ไหนใส่ คุยกันกับพี่หม่วยว่าทำยังไงจึงจะไม่ต้องซื้อ สรุปได้ไอเดียว่าออกไปหาเศษอิฐเศษปูนที่เขาทุบทิ้งไหม ก็เลยเริ่มออกตระเวนไปใกล้ๆ บ้านทางซ้ายก่อน ไม่เจอเศษอิฐเศษปูนค่ะ แต่เจอเศษใบไม้แห้งที่จนท.สวนสาธารณะใจดีกวาดใส่กระสอบไว้เต็มเลย ก็เลยได้ขอมาใส่แปลงบารายคัลเตอร์ของเราเพิ่ม แต่สุดท้ายก็คุยกันว่าได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ได้ คือ เราจะได้เจอเศษอิฐเศษปูนก็ได้ ไม่เจอก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้ใจร้อนว่าต้องได้วันนี้ๆ เราแค่หาไปเรื่อยๆ เจอเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น หรือไม่เจอเลยก็ไม่เป็นไร เราจะประยุกต์ใช้ของที่มี คือ อินทรีย์วัตถุแทนเศษอิฐเศษหิน แล้วก็กลบด้วยดิน เหมือนที่อาจารย์พาทำ พอวางใจได้แบบนี้..ก็ตระเวนวนไปทางขวา ก่อนที่จะกลับบ้านวิบากดีก็ออกฤทธิ์ ใกล้ๆ ซอยที่จะเลี้ยวเข้าบ้านนั่นเอง เห็นจนท.กำลังเจาะถนนคอนกรีตเพื่อวางท่ออยู่พอดี ก็ลองเข้าไปขอท่านดู ท่านก็ยินดีให้เราเก็บไปอย่างเต็มที่เลยค่ะ เพราะท่านต้องจ้างรถหกล้อมาขนไปทิ้งอยู่แล้ว นึกถึงคำอาจารย์ นี่ถ้าผู้บริหารบ้านเมืองรู้เรื่องและส่งเสริมการทำบารายและบารายคัลเจอร์ บ้านเมืองเราก็จะเต็มไปด้วยอาหารไน้สารพิษที่ประหยัดที่สุดในโลก

ช่วงนี้ รู้สึกมีความยินดีพอใจเต็มใจสุขใจ (ฉันทะ) ที่ได้ทำกสิกรรมไร้สารพิษแบบพึ่งตนเอง 100% อาจารย์หมอเขียวบอกว่า 6 เดือนที่ผ่านมานี้ อาจารย์แข็งแรงขึ้นกว่าเก่าเยอะมาก เนื่องจากกินผักไร้สารพิษที่ปลูกเอง 100% จากเดิมที่กินผักไม่ไร้สารพิษปนๆบ้าง เสร็จจากบรรยายทุกครั้งอาจารย์ต้องให้ลูกศิษย์ช่วยกัวซาทุกครั้ง แต่ตอนนี้บรรยายเยอะมากกว่าเก่า แต่กลับไม่ต้องทำกัวซาเลย ติ๊กก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองก็เอาพิษออกง่ายและแข็งแรงขึ้นมากกว่าเก่าเหมือนกันค่ะอาจารย์ ชัดเจนเลยว่า ตอนกินอาหารไร้สารพิษร่างกายอตกต่างกับลิบลับกับตอนกินอาหารพิษจริงๆ

จะเห็นว่าเมื่อเราเพิ่มศีลก็จะเกิดปัญญา จากการที่เราเคยทำแปลงขนาดใหญ่ ใช้เครื่องมือหนักๆ และใช้กำลังคนเยอะมาแล้ว แต่เราก็สามารถประยุกต์มาใช้กับพื้นที่เล็ก เครื่องไม้เครื่องมือไม่เยอะ วัสดุอุปกรณ์เท่าที่หาได้ในบ้าน และที่สำคัญทุกคนในบ้านเห็นประโยชน์ร่วมกัน จึงมาช่วยกันทำช่วยกันกิน น้องแปงนำเศษอาหารจากในครัวมาทำปุ๋ย พี่บุ๊งตัดต้นไม้ใหญ่ในบ้าน เราเลยได้เศษกิ่งไม้ใบไม้ที่ตัดแต่งต้นไม้ในบ้านทั้งเล็กทั้งใหญ่มาใช้เป็นอินทรีย์วัตถุ เป็นปุ๋ยของพืชโดยไม่ต้องเสียค่าจ้างรถนำไปทิ้ง พี่หม่วยตัดหญ้าที่สนาม ก็ได้ปุ๋ยพืชสดป้ายแดงเลย ตอนนี้สลัดเก็บกินได้แล้วเจ๊เล็กก็มาช่วยกิน และอาโกก็บอกว่าทำบารายน่ะดีๆ เพราะสวนหน้าบ้านน้ำท่วมหลายจุดทำให้ได้ช่วยกันออกความเห็น เกิดความสมัครสมานสามัคคี เกิดความร่วมไม้ร่วมมือกันในครอบครัวมากขึ้น ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น

หลักการทำงานคือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ทำไปปรับไป ประโยชน์สูงประหยัดสุด และวิธีการนี้สามารถนำไปใช้ที่ไหนๆ บนโลกใบนี้ก็ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น แต่จำเป็นจะต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติศีลที่ถูกตรง คือ การลด ละ เลิกกิเลสโลภโกรธหลง กิเลสกามและอัตตา ทำใจไร้ทุกข์เป็น ซึ่งจะเกิดผลคือปัญญาแก้ปัญหาพาพ้นทุกข์ทางด้านจิตใจ ร่างกาย สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และทุกๆ อย่างในชีวิตได้อย่างยั่งยืนแท้จริงค่ะ

 

จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ดินแสงธรรม สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook แปลงเกษตรพอเพียง จิตอาสาหมอเขียว ตาม  link ด้านล่าง

https://www.facebook.com/groups/1627870050835020/permalink/2696001244021890/

เรื่องน่าสนใจ

ดิน

ดิน

ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของอินทรีย์วัตถุ จะปลูกพืชผักได้ดี พืชจะโตงาม เปรียบเสมือนกับรวงข้าวโน้มลงดินฉันใด...

กสิกรรมไร้สารพิษ เป็นอาชีพที่ไม่เบียดเบียน

กสิกรรมไร้สารพิษ เป็นอาชีพที่ไม่เบียดเบียน

กสิกรรมไร้สารพิษ เป็นอาชีพที่ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ทำลายชีวิตสัตว์ ชีวิตคน เป็นประโยชน์ต่อทุกชีวิต ดร.ใจเพชร กล้าจน...

น้ำ คือ ชีวิต

น้ำ คือ ชีวิต

น้ำ คือ ชีวิต มีน้ำทำอะไรได้ทุกอย่าง น้ำ คือ จุดกำเนิดของทุกอย่าง น้ำ ทำให้การทำกสิกรรมไร้สารพิษได้ผลผลิตที่ดีได้...