สำรวจความต้องการ 1. เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า กดที่นี่  2. ชุดไฟแดด กดที่นี่

มะระมีฤทธิ์ร้อนดับร้อน

ต้นมะระจัดเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยเขตร้อน เป็นพืชผักอาหารที่อยู่คู่กับคนเอเชียมาช้านาน โดยมะระแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ มะระขี้นก และ มะระจีน ซึ่งเป็นที่นิยมนำมารับประทานมากกว่ามะระขี้นก

สรรพคุณของมะระ

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็งต่าง ๆ (เบตาแคโรทีนในผลมะระ)
  • ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีสาร Momodicine ที่ช่วยทำให้น้ำย่อยหลั่งออกมามาก
  • ช่วยทำให้ดวงตาสดใส
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แคลเซียม)
  • ช่วยบำบัดและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ผลมะระมีสรรพคุณในการช่วยฟอกเลือดได้
  • สามารถต้านเชื้อไวรัสและมะเร็งได้
  • มีงานวิจัยในสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าสารสกัดจากมะระจะช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมได้ แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ
  • ช่วยขับพิษเสมหะ ขับเสมหะ (ใช้ร่วมกับกะเม็งตัวเมีย)
  • น้ำคั้นจากมะระจีนใช้อมแก้อาการปากเปื่อยได้
  • ผลมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน
  • ช่วยในการย่อยอาหาร
  • ช่วยแก้ตับ ม้ามพิการ บำรุงน้ำดี
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยแก้ท่อน้ำดีอักเสบ ด้วยการใช้ใบนำมาคั้นเอาแต่น้ำดื่มเพื่อแก้อาการ
  • รากมะระมีฤทธิ์ฝาดสมาน
  • ผลมะระใช้เป็นยาทาภายนอก ช่วยลดอาการระคายเคือง ผิวหนังแห้ง และผิวหนังอักเสบ
  • ช่วยแก้ลมเข้าข้อ ลดอาการปวดบวมที่เข่า
  • ช่วยแก้กระหายน้ำ ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยบรรเทาอาการหวัด ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยลดอาการฟกช้ำบวมตามร่างกาย (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการผดผื่นคัน (ใบ)
  • ช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย (เถา)
  • ช่วยแก้อาการบิด (ราก, เถา)
  • ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักได้ (ราก)
  • ช่วยขับพยาธิตัวกลม (เมล็ด)
  • ผลสุกของมะระ คั้นเอาแต่น้ำใช้ทาหน้าเพื่อช่วยรักษาสิวอักเสบ (ผลสุก)

การเลือกซื้อมะระ

ถ้าไม่อยากได้มะระแก่ ๆ มาทำเป็นอาหาร เราควรสังเกตที่หนามของมะระให้ดี ถ้าหนามมีลักษณะแข็ง แสดงว่ามะระนั้นแก่เต็มที่แล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทานเพราะจะมีรสขมมาก ๆ ให้เลือกซื้อที่หนามมีลักษณะอ่อนนิ่ม เพราะจะเป็นมะระที่มีอายุน้อยและไม่ขมมากจนเกินไป สามารถนำมาประกอบอาหารได้

วิธีลดความขมของมะระ

ก่อนนำไปประกอบอาหารให้นำมาแช่น้ำเกลือก่อนในอัตราส่วนเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำ 1 ลิตร โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เสร็จแล้วให้เทน้ำทิ้ง แล้วนำมาแช่น้ำเปล่าอีกครั้งประมาณ 10 นาทีก่อนจะนำไปประกอบอาหาร ก็จะช่วยลดความขมของมะระลงได้ และที่สำคัญก็คือในขณะที่กำลังประกอบอาหารด้วยการทำต้มอย่างจืด ไม่ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้หรือคนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้มะระขมได้นั่นเอง

ปกติแล้วมะระมีรสขมมาก (เนื่องจากมีสาร Momodicine) จึงไม่ควรรับประทานมะระที่ผลสุก (โดยผลสุกจะมีสีแดง แตกต่างกับผลแก่ที่เรารับประทานซึ่งเป็นสีเขียว) เพราะการรับประทานผลสุกอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย และที่สำคัญไม่ว่าจะสุกหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้ เพราะผลมะระมีฤทธิ์เป็นยาระบาย

แหล่งข้อมูล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ร่วมด้วยช่วยกันหยุดยั้งโควิดด้วยแพทย์วิถีธรรม

ร่วมด้วยช่วยกันหยุดยั้งโควิดด้วยแพทย์วิถีธรรม

นโยบายแพทย์วิถีธรรม ขอชี้แจงประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องจิตอาสาและประชาชนทั้งในและต่างประเทศที่ติดตามเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม...