สรรพคุณมะระ

มะระมีฤทธิ์ร้อนดับร้อน

ต้นมะระจัดเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยเขตร้อน เป็นพืชผักอาหารที่อยู่คู่กับคนเอเชียมาช้านาน โดยมะระแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ มะระขี้นก และ มะระจีน ซึ่งเป็นที่นิยมนำมารับประทานมากกว่ามะระขี้นก

สรรพคุณของมะระ

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็งต่าง ๆ (เบตาแคโรทีนในผลมะระ)
  • ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีสาร Momodicine ที่ช่วยทำให้น้ำย่อยหลั่งออกมามาก
  • ช่วยทำให้ดวงตาสดใส
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แคลเซียม)
  • ช่วยบำบัดและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ผลมะระมีสรรพคุณในการช่วยฟอกเลือดได้
  • สามารถต้านเชื้อไวรัสและมะเร็งได้
  • มีงานวิจัยในสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าสารสกัดจากมะระจะช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมได้ แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ
  • ช่วยขับพิษเสมหะ ขับเสมหะ (ใช้ร่วมกับกะเม็งตัวเมีย)
  • น้ำคั้นจากมะระจีนใช้อมแก้อาการปากเปื่อยได้
  • ผลมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน
  • ช่วยในการย่อยอาหาร
  • ช่วยแก้ตับ ม้ามพิการ บำรุงน้ำดี
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยแก้ท่อน้ำดีอักเสบ ด้วยการใช้ใบนำมาคั้นเอาแต่น้ำดื่มเพื่อแก้อาการ
  • รากมะระมีฤทธิ์ฝาดสมาน
  • ผลมะระใช้เป็นยาทาภายนอก ช่วยลดอาการระคายเคือง ผิวหนังแห้ง และผิวหนังอักเสบ
  • ช่วยแก้ลมเข้าข้อ ลดอาการปวดบวมที่เข่า
  • ช่วยแก้กระหายน้ำ ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยบรรเทาอาการหวัด ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  • ช่วยลดอาการฟกช้ำบวมตามร่างกาย (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการผดผื่นคัน (ใบ)
  • ช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย (เถา)
  • ช่วยแก้อาการบิด (ราก, เถา)
  • ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักได้ (ราก)
  • ช่วยขับพยาธิตัวกลม (เมล็ด)
  • ผลสุกของมะระ คั้นเอาแต่น้ำใช้ทาหน้าเพื่อช่วยรักษาสิวอักเสบ (ผลสุก)

การเลือกซื้อมะระ

ถ้าไม่อยากได้มะระแก่ ๆ มาทำเป็นอาหาร เราควรสังเกตที่หนามของมะระให้ดี ถ้าหนามมีลักษณะแข็ง แสดงว่ามะระนั้นแก่เต็มที่แล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทานเพราะจะมีรสขมมาก ๆ ให้เลือกซื้อที่หนามมีลักษณะอ่อนนิ่ม เพราะจะเป็นมะระที่มีอายุน้อยและไม่ขมมากจนเกินไป สามารถนำมาประกอบอาหารได้

วิธีลดความขมของมะระ

ก่อนนำไปประกอบอาหารให้นำมาแช่น้ำเกลือก่อนในอัตราส่วนเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำ 1 ลิตร โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เสร็จแล้วให้เทน้ำทิ้ง แล้วนำมาแช่น้ำเปล่าอีกครั้งประมาณ 10 นาทีก่อนจะนำไปประกอบอาหาร ก็จะช่วยลดความขมของมะระลงได้ และที่สำคัญก็คือในขณะที่กำลังประกอบอาหารด้วยการทำต้มอย่างจืด ไม่ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้หรือคนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้มะระขมได้นั่นเอง

ปกติแล้วมะระมีรสขมมาก (เนื่องจากมีสาร Momodicine) จึงไม่ควรรับประทานมะระที่ผลสุก (โดยผลสุกจะมีสีแดง แตกต่างกับผลแก่ที่เรารับประทานซึ่งเป็นสีเขียว) เพราะการรับประทานผลสุกอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย และที่สำคัญไม่ว่าจะสุกหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้ เพราะผลมะระมีฤทธิ์เป็นยาระบาย

แหล่งข้อมูล

เรื่องน่าสนใจ

สาลี่

สาลี่

ข้าวเจ้า

ข้าวเจ้า

มะนาว

มะนาว

แคนตาลูป

แคนตาลูป

ใบหูเสือ

ใบหูเสือ

เห็ดหูหนูขาว

เห็ดหูหนูขาว

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล

สับปะรด

สับปะรด

สตรอว์เบอรรี

สตรอว์เบอรรี

พริก

พริก

แคร์รอต (แครอท)

แคร์รอต (แครอท)

วอเตอร์เครส

วอเตอร์เครส

ลูกหม่อน

ลูกหม่อน

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ

ผักโขม

ผักโขม

ถั่วเหลือง

ถั่วเหลือง

ดอกกะหล่ำ

ดอกกะหล่ำ

ขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่าย

ผักคราดหัวแหวน

ผักคราดหัวแหวน

ฟักทอง

ฟักทอง