ความเจ็บป่วยที่หายช้าเพราะชีวิตทำชั่วมากกว่าดี

ค้นหา
Generic filters
ป่วยหายช้าเพราะทำชั่วมากกว่าดี ธรรมะพาพ้นทุกข์

งานถอดเทปเสียง รายการธรรมะพาพ้นทุกข์

ชั่วมีมากกว่า ปวดฟันที่ยังหายเร็ว ปวดเหงือก ปวดฟันหายเร็วเลย ไม่ใช่หายง่าย ๆ หรอก ชั่วมากกว่าดี จะบอกให้ ต่อให้มียาดี หมอดี รักษาก็ไม่ใช่ง่าย ๆ ชั่วมากกว่าดี โรคก็หายยาก บางจังหวะ ความดีมาก ๆ นาน ๆ ทีหาย นาน ๆ ทีจะหาย ส่วนใหญ่เป็นไง จะหายช้า ทางโลกโลกียะ เขาก็มีดีของเขาบ้าง ส่วนใหญ่กินยา เขาไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เขาก็ไปเสพชั่วมา เสพกิเลสมา แล้วเขาก็มากินยารักษา มาใช้วิธีการต่าง ๆ รักษา แผนปัจจุบันบ้าง แผนไหนก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่มีโรคแทรกซ้อน มีทั้งนั้นเลย เพราะอะไร เพราะชั่วมากกว่าดี

คุณทำชั่วไปเรื่อย เสพกิเลสไปเรื่อย ๆ  เสพอร่อยไปเรื่อย ๆ เสพอบายมุข ชอบเล่น ชอบเที่ยว ชอบอะไรก็แล้วแต่ กาม รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส โลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อัตตา อยากได้ดั่งใจหมาย  แง่นั้นเชิงนี้ อยากได้ดีดั่งใจหมายได้ แบบได้แล้วสุข ไม่ได้แล้วทุกข์ มันยังเป็นบาปอยู่เลย ยังเป็นทุกข์อยู่เลยใช่ไหม แล้วความรู้สึกแบบนี้ เหนี่ยวนำกันง่าย  เกิดเป็นสุขดี  ไม่เกิดเป็นทุกข์ เหนี่ยวนำง่าย กลัวจะไม่ได้  กลัวหมดไป เหนี่ยวนำให้ทุกข์ ง่าย มันเยอะไปหมด เหนี่ยวนำด้านอบายมุข กาม โลกธรรม อัตตา มันเยอะ ง่าย แต่เหนี่ยวนำให้ทำดี แบบไม่เอาอะไร  มันยาก ขนาดทำดีแล้ว ยังอยากเอานั่น เอานี่ตอบแทน  ยังยากเลยใช่ไหม มันขอทำชั่ว แล้วได้นู่นได้นี่ตอบแทน ยังดีกว่าใช่ไหม ขอได้สภาพดี ๆ ตอบแทน ขอทำชั่วดีกว่า ทำดี แล้วได้ดีตอบแทนยาก เพราะฉะนั้น พอเจ็บป่วยมาทีหนึ่ง ได้ยาได้วิธีการรักษา  ก็เอาความดีของตัวเองนี่แหละมารักษา ทำความดีมาก ๆ รักษาหายโดยไม่ต้องมีโรคแทรกซ้อนเลย แต่ความดีที่ใช้ไปหมด  แท้ที่จริง เอาความดีมา ความดีไปได้วัตถุ ได้ของได้วิธีการมา ดันวิบากร้ายออก เบื้องหลัง คือ วิบากดีดันวิบากร้ายออกไปจากชีวิต เลยไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ถ้า ไม่ได้ชำระกิเลส ๆ ก็ยังเหนี่ยวนำคนให้ทำชั่วอยู่ ได้ตั้งเยอะ กิเลสที่มี แม้แต่ทำดี ก็ทำดีแบบมีทุกข์

แค่ว่าทำดีได้สำเร็จ คนเราจะทำดีได้ สำเร็จได้มากไหม ซึ่งไม่ได้มากเท่าไหร่หรอก ดีเกิดเป็นสุขแล้ว กลัวดีจะไม่เกิด แล้วกลัวจะหมดไป ความกลัวกับความสุขที่ได้ อะไรมากกว่ากัน คือความกลัวมากกว่าใช่ไหม ตกลงความสุขกับความทุกข์ อะไรมากกว่า ฟังให้ชัด ๆ ความทุกข์มากกว่าใช่ไหม แม้แต่เป็นคนดี ๆ ที่เบิกบานตลอดเวลา กับคนดีที่หน้าดำคร่ำเครียด  คนดีแบบไหนเยอะกว่า คนดีที่หน้าดำคร่ำเครียดเยอะกว่าใช่ไหม  แสดงว่าเป็นคนดีแบบโลกียสุข หรือทุกข์มากกว่ากัน ทุกข์มากกว่าสุขใช่ไหม เคยเป็นไหมเคยเป็นคนดีแบบโลกีย์ เคยเป็นไหมสุขกับทุกข์อะไรเยอะกว่า  ทุกข์เยอะกว่าใช่ไหม คนดีแบบโลกียะ จะอยากให้ดีเกิดทั้งนั้น ดีเกิดเป็นสุข ดีไม่เกิดเป็นทุกข์  แล้วส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ มันดีกับชั่วเกิดอะไรเยอะกว่ากัน  ชั่วเกิดเยอะกว่าใช่ไหม แล้วจะสุขหรือทุกข์เยอะกว่า ก็ทุกข์เยอะกว่าใช่ไหม ต่อให้คุณเป็นคนดี คุณก็เป็นคนดีแบบเหนี่ยวนำ ให้คนอื่นทุกข์ ๆ  ต่อให้เหนี่ยวนำให้มาเป็นคนดี ซึ่งก็เหนี่ยวนำมายาก ทำชั่วมาทีเดียวก็เหนี่ยวนำคนทำชั่วมาตั้งเยอะ คุณทำชั่วเหนี่ยวนำคนมาตั้งเยอะ แล้วคุณมาเป็นคนดี แต่คุณยังไม่ใช่คนดีโลกุตระ คุณเป็นแค่คนดี โลกียะ คุณไม่ใช่คนดีพุทธะ คนดีที่ไม่มีทุกข์

เฉพาะตัวคุณเองนี่แหละเป็นคนดี แต่ตัวคุณเอง เป็นคนดีมีสุขกับมีทุกข์ มีอะไรมากกว่ากัน ทุกข์มากกว่าใช่ไหม ทำไมทุกข์มากกว่า เพราะทำดีสำเร็จกับไม่สำเร็จ อะไรเยอะกว่า  ไม่สำเร็จเยอะกว่าใช่ไหม ทำดีไป สำเร็จชื่นใจ ๆ สุขแวบเดียวแล้วก็หมดใช่ไหม  แต่ชั่วที่อยู่ในโลก ที่คุณไม่อยากให้เกิดเยอะไหม เยอะมาก แล้วคุณกลัวมันจะเกิดไหม เมื่อกลัวมันจะเกิด ๆ แล้วคุณเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ๆ  ที่มันจะเกิด ๆ แล้วทุกข์แก้ก็ไม่ได้ กลุ้มใจ คนดีจะบ้าตาย ทุกข์ตาย เครียดหน้าดำคร่ำเครียด  ต่อให้คุณเหนี่ยวนำคนมาเป็นคนดีได้  ตกลงมีความสุขหรือมีทุกข์มากกว่ากัน มีทุกข์มากกว่าสุขใช่ไหม ๆ  ทุกข์เป็นบาปหรือเป็นบุญ  เป็นบาปวิบากร้าย แน่นอน  ดีที่คุณทำสำเร็จเป็นความสุข ก็เป็นวิบากดีใช่ไหม เป็นวิบากดีไม่ใช่วิบากร้าย เป็นวิบากดี แต่ที่คุณทุกข์ที่ดี ไม่เกิด ที่ร้ายมันเกิด กลัวดีจะไม่เกิด  เมื่อเกิดก็กลัวจะหมดไป กลัวร้ายมันจะเกิด ๆ กลัวร้ายจะไม่หมดไป ความกลัวเยอะไหม กลัวจะเยอะ ความกลัว กังวลหวั่นไหว ความทุกข์เยอะ ตกลง คุณเป็นคนดี สุขกับทุกข์อะไรเยอะกว่า  ทุกข์เยอะกว่า  ไม่ต้องพูดถึงคนชั่ว ทุกข์เยอะกว่าอยู่แล้ว คนชั่วกลัวชั่วจะไม่เกิดดั่งใจหมาย มันทำชั่วไป ต้องสู้กันอะไรกัน ไม่ใช่ง่ายๆหรอก เกิดได้ก็กลัวจะหมดไป  คนชั่วก็ทุกข์กว่าอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ทุกข์  คุณมาเป็นคนดีก็สุขมากกว่าคนชั่ว แม้สุขมากกว่าคนชั่ว แต่คุณยังมีทุกข์มากกว่าสุขใช่ไหม ยังมีทุกข์มากกว่าสุข คนชั่วมีทุกข์มากกว่าสุขอยู่แล้ว เพราะมันชั่วมีเรื่องร้าย ๆ เยอะแยะ  กลัวจะทำชั่วไม่สำเร็จ ๆ ก็กลัวจะหมดไป ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เหมือนกัน  มันกลัว มันทุกข์กว่าคนชั่ว พอมาเป็นดี คุณจะมีความสุขแต่จริง ๆ บางทีคนชั่วก็สุขกว่าคนดี

เพราะว่าจังหวะนั้นจริง ๆ มันเป็นคนดีมาก่อนแต่ปางไหน ๆ ก็แล้วแต่ เสร็จแล้วก็เอาความดีมาทำชั่วสำเร็จ มันสุขกว่า แต่ถึงกระนั้น กลัวอยู่นั่นแหละ แต่สุขกับทุกข์ อะไรเยอะกว่า ทุกข์ก็เยอะกว่าอยู่ดี กลัวจะไม่ได้ตามที่อยาก ได้ก็กลัวจะหมดไป ต้องรักษาระแวงอยู่ดี  ไม่ผ่องใสไปตลอด  ก็ทุกข์กว่าอยู่ดี เป็นคนดีนี่แหละก็ยังมีทุกข์มากกว่าสุขใช่ไหม  ตกลงมีบาปกับมีวิบากร้ายกับวิบากดี ทุกข์ คือ วิบากร้าย สุข คือ วิบากดี ตกลงวิบากร้ายกับวิบากดี อะไรเยอะกว่า วิบากร้ายเยอะกว่าอยู่ดี ใช่ไหม  พอวิบากร้ายเยอะกว่า เวลามารักษาโรคส่วนใหญ่ ถ้าคุณเป็นโรคแล้ว คุณก็ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เพราะต้นเหตุ คือ ความเครียด ความทุกข์ คือบาป คุณไม่ได้มาเป็นพุทธะ คุณไม่ได้กำจัดความอยาก ความกลัวที่จะไม่ได้ตามที่อยากใช่ไหม กิเลสตัณหาราคะ มันคือความอยาก ความสุขที่ได้สมใจ อยากกลัวจะไม่ได้ตามที่อยาก  ความกลัวนี่คุณไม่ได้กำจัดตัวนี้ เป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหมดทั้งมวล คุณไม่ได้กำจัด มันก็อยู่อย่างนั้น มีเหตุแห่งทุกข์อยู่อย่างนั้น มันก็ทุกข์กลัวนี่แหละ กลัวจะไม่ได้ตามที่อยาก ๆ เจ็บป่วยมา ๆ รักษาโรคก็กลัวจะไม่หาย  กลัวจะตาย กลัวจะไม่ได้เสพสิ่งนั้นสิ่งนี้ ดั่งใจหมาย ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม

ตกลงยังเพิ่มบาปอยู่ ต่อให้คุณเป็นคนดี คุณก็ยังเพิ่มบาป เหนี่ยวนำตัวเอง เหนี่ยวนำคนอื่นมากกว่า  บาปมากกว่าดีที่คุณทำ วิบากร้ายมากกว่าวิบากดีที่คุณทำ คุณทำดีให้ตายขนาดไหน  ต่อให้คุณไม่ทำชั่วเลย ดีขนาดไม่ทำชั่วเลย  กดข่มได้ไม่ทำชั่วเลย เอาแต่ทำดีอย่างเดียวเลย กดข่มได้ไม่ทำชั่ว ทำแต่ดี ทำดีมีสุข  ถ้าได้ดีสุขใจชอบใจ  ถ้าไม่ได้ดีทุกข์ใจไม่ชอบใจ ได้ดีสุขใจชอบใจ  ดีไม่เกิดทุกข์ใจไม่ชอบใจ กลัวดีจะไม่เกิด ๆ แม้จะอย่างนั้นก็ตาม สุขกับทุกข์ อะไรเยอะกว่า  ทุกข์ก็ยังเยอะกว่าใช่ไหม ทุกข์เยอะกว่า ระหว่างบาปกับกุศล  อะไรเยอะกว่า  บาปเยอะกว่าใช่ไหม บาปคุณเยอะกว่า  บาปคุณก็ยังเยอะกว่ากุศลอยู่ดี ฟังชัด ๆ บาปคุณก็ยังเยอะกว่ากุศลอยู่ดี  นี่ คือ สัจจะอย่างนี้

สรุปแล้ว เป็นคนดีธรรมดา คนดีทั่วไปที่ไม่ใช่คนดีพุทธะ ไม่ใช่ดีที่กำจัดกิเลสตัณหา  ความอยาก ความกลัวที่จะไม่ได้ตามที่อยาก ก็ยังมีทุกข์มากกว่าสุขอยู่ดี ใช่ไหม ทุกข์มากกว่าสุขอยู่ดี โดยภาพรวม มันก็ยังเหนี่ยวนำให้คนอื่น ต่อให้คุณมีสุข แต่คุณก็ยังเหนี่ยวนำให้คนอื่น เป็นทุกข์มากกว่าใช่ไหม สมมติว่ากุศลคุณมาก ชนิดที่ว่าคุณสุขอย่างเดียวเลย  อะไรก็ได้ดั่งใจตลอด เป็นเทวดาอยู่ในนั้น  ได้ดั่งใจตลอดเลย  เทวดาติดแป้นอย่างนั้น เหนี่ยวนำอยากให้คนอื่นทำตาม อยากได้แบบคุณไหม อยากได้แล้วคนอื่นทำแบบคุณมันได้ไม่ง่าย พอเขาไม่ได้ เขาสุขเขาทุกข์ไหม เขาทุกข์เขากลัวจะไม่ได้อยู่นั่นแหละ เขากลัวจะไม่ได้ ๆ  ได้ก็กลัวจะหมดไปอยู่นั่นแหละ

ตกลงคุณได้ทำให้คนอื่นมีสุขกับมีทุกข์ ทำอะไรให้เกิดได้มากกว่ากัน  มีทุกข์มากกว่าอยู่ดีใช่ไหม ระหว่างบาปกับกุศลอะไรเยอะกว่า บาปก็เยอะกว่าอยู่ดี  เข้าใจไหม ฟังให้เข้าใจชัด ๆ บาปกับกุศลก็ยังเยอะกว่า ต่อให้คุณได้ดีตลอด ๆ ทำดีสำเร็จตลอด ๆ แต่คนอื่นจะสำเร็จเหมือนคุณตลอดไหม ไม่บารมีเขายังไม่มากใช่ไหม เขายังไม่ได้แล้วใจเขาก็ยัง ถ้าได้จะสุขใจไม่ได้ก็ทุกข์ใจ คุณก็เหมือนกันได้ก็สุขใจ ไม่ได้ก็ทุกข์ใจ แต่ตอนนี้คุณได้ ๆ คุณก็สุข ๆ ๆ แต่ลึกๆ คุณก็ไม่ได้พาคนอื่นพ้นทุกข์ เพราะคนอื่นก็ยังได้สุขใจ ไม่ได้ทุกข์ใจเหมือนคุณนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนั้น คุณได้ดั่งใจคุณก็สุข ๆ คุณก็ไม่เปลี่ยนอย่างอื่นแล้ว เอาอันนี้แหละ แต่คนอื่นเขาก็ได้สุขใจแบบคุณ สุขใจไม่ได้ทุกข์ใจ เขาก็ยังทุกข์อยู่ดีนั่นแหละ ตกลงคุณได้เหนี่ยวนำให้คนอื่นพ้นทุกข์ไหม คุณยังเหนี่ยวนำให้คนอื่นทุกข์อยู่ดี แล้วระหว่างเหนี่ยวนำให้คนอื่นทุกข์กับเหนี่ยวนำให้คนอื่นสุข  อะไรเยอะกว่าทุกข์เยอะกว่าใช่ไหม กลัวจะไม่ได้ ๆ เยอะกว่า กลัวทุกเวลา แต่สุขที่ได้สมใจ มันได้บ่อยไหม ไม่ค่อยบ่อยเลยใช่ไหม  นี่คือ สัจจะอย่างนี้ กว่าจะได้สุขยาว ๆ เหมือนคุณ ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ใช่ไหม เพราะกว่าจะได้สุขยาว ๆ เหมือนคุณเป็นศาสดาองค์ใดองค์เหมือนกัน คือ สุขนาน ๆ อย่างนั้นเทวดาติดแป้นก็ไม่ใช่ง่าย ๆ ศาสดาของศาสนานั้นศาสนานี้ หรือคฤหบดีศาสนานั้นศาสนานี้ ศาสนาไหนก็แล้วแต่ ของพุทธหรือของอะไรก็แล้วแต่ คือ คนที่มีฐานะดีแล้ว มีฐานะดีนั้นนาน ๆ ได้ดั่งใจมาก ๆ นาน ๆ มีเยอะไหมในโลกใบนี้  เยอะไหม ไม่เยอะเท่าไหร่ใช่ไหม คนจะได้แบบนั้นนาน ๆ ไม่ใช่เยอะเท่าไหร่ ระหว่างคนได้ดั่งใจนาน ๆ กับคนไม่ได้ดั่งใจนาน ๆ อย่างไหนเยอะกว่า ไม่ได้ดั่งใจนาน ๆ เยอะกว่าใช่ไหม นี่คือสัจจะอย่างนี้ กว่าจะพัฒนาไปได้ดั่งใจนาน ๆ มันไม่ใช่ง่าย ๆ ต้องทำความดีมาก ๆ

ถึงกระนั้นตัวคุณเองก็ไม่ได้พ้นทุกข์อะไร คุณก็ไปเหนี่ยวนำให้คนอื่นเป็นทุกข์อยู่ดีนั่นแหละ พอคุณไปเหนี่ยวนำให้คนอื่นเป็นทุกข์อยู่ดีเป็นไง พอวิบากร้ายซัด คุณก็ไปไม่รอดเวลา คุณจะตาย คุณจะอยากจากสภาพนั้นไปไหม ไม่อยากจากหรอก คุณก็ทุกข์แรงอยู่ดี ๆ ไม่ใช่สุขนะ ทุกข์แรงนะแล้ว พอวิบากนั้นไล่ล่า คุณจะทำดีได้ไหม วิบากร้ายที่คุณทำให้คนอื่นทุกข์ใจ ทั้งวิบากร้ายเก่า ที่ไปทำให้คนอื่นทำชั่วแบบชั่ว ๆ วิบากร้ายที่ทำให้คนติดดีแบบทุกข์ ๆ มันมีวิบากร้ายแทรก ไม่ใช่ไม่มี ติดดีแบบทุกข์ ๆ ไม่ใช่ไม่มีวิบากร้าย กลัวจะไม่ได้ดี ๆ ได้ก็กลัวจะหมดไป ทุกข์ไหม ทุกข์ แล้วสุขที่ได้นานไหม ไม่นานแวบเดียวหมด ๆ ใช่ไหม แต่ทุกข์นานไหน จะนาน พอวิบากร้ายไล่ล่า ชุดเหนี่ยวนำให้คนทำชั่ว กับวิบากร้าย ชุดเหนี่ยวนำ ให้คนอยากได้ดี กลัวไม่ได้ดี ทุกข์เรื่องนี้ ทุกข์ ๆ จนเขาเจ็บ เขาป่วย เขาทรมาน แล้วยังอยากได้มาก ๆ ทำชั่วได้ทุกเรื่อง มันวนไปกดดันคนนั้น คนนี้ อยากให้เกิดดีมากๆ คนเครียด บางคนเครียดจนตาย ผูกคอตายก็มี และการเหนี่ยวนำคนมาทำดี มันยาก เหนี่ยวนำมาเสร็จก็ใช่ว่าจะทำดีอย่างมีสุขใช่ไหม เหนี่ยวนำมาทำดีแบบมีทุกข์มันมีวิบากร้ายซ้อนใช่ไหม เพราะฉะนั้นดีไม่มีค่ามาก เข้าใจไหม ระหว่างค่าของดีที่ได้ความสุขที่ได้จากความดี  กับความทุกข์ที่ไปทำชั่วมา กับความทุกข์ที่กลัวดีจะไม่เกิด อะไรมันเยอะกว่ากัน  ความทุกข์มันเยอะกว่าเข้าใจไหม พอความทุกข์มันเยอะ มันซัดเปรี้ยงระหว่างทุกข์มันเยอะ ดีที่ใช้ไปก็จะหมดไปด้วย  ไม่ใช่ไม่หมด ใช้ไปก็หมดไปได้ด้วย แต่ทุกข์เพิ่มขึ้น ๆ วิบากร้ายเพิ่มขึ้น ๆ เพราะความทุกข์ที่เหนี่ยวนำคนอื่นเพิ่มขึ้น  เหนี่ยวนำตัวเองก็เพิ่มขึ้น กลัวจะไม่ได้ดั่งใจหมาย ไม่ใช่ว่าไม่เกิด กลัวจะไม่เกิดดีดั่งใจหมาย

ถ้าดีไม่เกิดดั่งใจหมายก็ทุกข์ใจ ไม่ใช่ตัวเองไม่ทุกข์ใจที่เห็นคนเขาทุกข์อยู่ในโลก  เห็นเขาไม่มาทำดีตามไม่ใช่ตัวเองจะไม่ทุกข์ ตัวเองก็ทุกข์ กลัวเขาจะไม่มาทำดีตาม ๆ กลัวเขาจะไม่นับถือ คนมีกิเลส กลัวเขาจะไม่นับถือ  บางทีออกกฎเลย อย่าไปนับถือศาสนาอื่น อย่าไปฟังคนอื่น ออกกฎเลย จะบอกให้ไม่ใช่ธรรมดา กลัวเขาจะไปฟังคนอื่นใช่ไหม นั่นแหละคือความกลัว กิเลสสอนว่าอย่าไปฟังคนอื่น  ฟังเราคนเดียวเท่านั้น  อย่าไปฟังคนอื่น อย่าไปฟังศาสนาอื่น  ถ้าไปฟังจะลงโทษอย่างนี้ อะไรต่าง ๆ นานา ในโลกมีไม่ใช่ไม่มี เพราะฉะนั้นตัวเองทำดีไป แท้ที่จริงยังมีความกลัวอยู่ไหม กลัว ๆ คนจะไม่นับถือ กลัวคนจะไม่มาทำดี กลัวจะไม่มาทำดีมากพอ กลัวจะมาไม่มาก อยากให้คนมาทำดีมาก ๆ พอเขาไม่มา ทุกข์ใจ เพราะฉะนั้น จะไม่ผ่องใสตลอด ตัวเองก็มีความทุกข์อยู่ในนั้นไม่น้อย  เหมือนกัน มีดีได้สมใจอยากอยู่  แต่ก็มีทุกข์ไม่น้อย  ตัวเองก็ไมได้ผ่องใสเต็มร้อย แต่จะให้ไปเอาอย่างอื่นก็ไม่เอา ต่ำกว่านี้ก็ไม่เอา ขอได้ดีมาก ๆ ตัวเองทำดีได้มากกว่าคนอื่นเขาเท่านั้นเอง ทำดีได้มากกว่าคนอื่น

เขามีบริวารมากกว่าคนอื่นเท่านั้น  ได้สมใจอยากกว่าคนอื่น แต่จริง ๆ ตัวเองมีทุกข์แทรกซ้อนไหม ทุกข์แทรกซ้อนอยู่เยอะแล้ว ทุกข์นั้นอยู่เท่าเดิมหรือไม่ หรือมันแตกตัว ความกลัวแตกตัวไปเรื่อย ๆ ไม่อยู่กับที่ แล้วก็เห็นคนโน้นคนนี้  ไม่ได้ทำดีดั่งใจหมาย กลัวเขาจะไม่ทำดีดั่งใจหมาย ทำแล้วกลัวจะหมดไปก็เพิ่มไปเรื่อย ๆ ความกลัวตัวเองก็เพิ่ม และเหนี่ยวนำคนอื่น ก็เพิ่มแง่นั้นเชิงนี้ มันเพิ่ม กลัวจะไม่ได้ตามที่อยากในแง่เชิงต่าง ๆ ก็เพิ่ม ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ อันนี้เป็นทุกข์ไหม เป็นทุกข์เป็นบาปไหม เป็นบาปมันเป็นทุกข์ มันเป็นบาป ไปเหนี่ยวนำคน พอวิบากชุดนี้กับชุดก่อน เหนี่ยวนำคนทำชั่ว มีเหนี่ยวนำคนทำดีได้เหมือนกัน  ระดับหนึ่งเท่าที่เหนี่ยวนำได้ แต่เป็นไง ก็ยังมีความกลัวอยู่ กลัวจะไม่ได้ตามที่อยาก มันเหลื่อมล้ำมุมนั้น มุมนี้อยู่เป็นไง ซึ่งมันทุกข์แรงกว่าสุข จะอยากได้สมใจอยากใช่ไหม พอชุดนั้นแรงเข้า ๆ  เป็นไง ออกฤทธิ์แรงกว่าดีที่ทำได้ จะทำดีต่อได้ไหม ไม่ได้ ตกกระป๋อง ตกนรกเลย ทำดีต่อไม่ได้ ทุกข์  ทุกข์แรงเลย ทำดีต่อไม่ได้ แล้วทุกข์อย่างแรงเลยมันขวางไม่ให้ทำดีได้ คุณก็จะต้องเจ็บ ต้องป่วย จะต้องเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน จะต้องทำดีไม่ได้จะต้องถูกทำร้ายเพราะ คุณก็ไปเหนี่ยวนำให้คนอื่นทำร้ายกัน ฆ่ากัน เพื่อจะให้ได้สมใจอยาก ตั้งแต่สมใจอยากในชั่ว กับ สมใจอยากในดี ทำร้ายกันทำให้คนตายไปก็มี กดดันให้ทำดี จนคนฆ่าตัวตายก็มี ไม่ใช่ว่ามันไม่มีชั่ว มันแทรกอยู่ในนั้น มีบาปเยอะแยะไปหมด พอบาปมาถึง ดันดีของคุณออก  ร้ายออกฤทธิ์แทนเลย ดีก็ดีนั่นแหละที่คุณทำนั่นแหละ แต่ร้ายมันเยอะกว่า มันดันดีออก ร้ายออกฤทธิ์เป็นไง เล่นงานหมด เป็นโรค มีเรื่องร้ายโหมกระหน่ำ มีคนข่มแหง มีคนฆ่า มีคนทำร้าย  อย่างโน้นอย่างนี้ หรือตาย

เสร็จเป็นไง คุณก็ตกนรกไป ลงนรกไป เพราะคุณเองก็เหนี่ยวนำให้คนทุกข์มากกว่าสุข ๆ ก็ตกนรกไป มันไม่ใช่สูงสุดอย่างนั้นจะอยู่ได้ตลอด ต้องดิ่งหัวลงนรก ดิ่งลงนรก ทรมานๆ ใช้วิบากไป ทรมานตกนรก ทรมานไป ไม่ใช่สนุกนักหนา ทรมานไปอย่างนั้นแล้ว ก็มาตั้งหลักทำความดีขึ้นมาใหม่ พอตกนรก ก็มาตั้งหลักทำความดีขึ้นมา ก็ไม่ใช่ว่าจะดีขึ้นมาได้ง่าย ๆ แน่นอน คุณมีดีหนุนอยู่ แต่ตกนรกไปยาวนานเลย เพราะวิบากร้ายมันแรงกว่า วิบากร้ายมันดันดีไปเก็บไว้ก่อน ยังไม่เอามาใช้ เพราะมันร้ายมากไง มันทุกข์มากแล้ว มันสะสมร้ายมามาก ๆ แล้ว ไม่ให้เอาดีนั้นมาใช้เลย เพราะมันแรง มันก็ดันวิบากดีออก คุณก็ต้องรับร้ายอย่างเดียวทรมาน เป็นศาสดาก็ถูกฆ่าได้ ถูกฆ่า ถูกทรมาน ถูกทำร้ายต่าง ๆ นานา เพราะเป็นศาสดาที่ไม่ใช่พุทธะ ศาสดาพุทธะไม่มีใครฆ่าได้ แต่ศาสดาอื่นมีคนฆ่าได้ เพราะศาสดาพุทธะมีพลังพุทธะคุ้มครอง มีพลังกำจัดบาปมาร ผู้มีบาปกิเลส ทำดีไปจนไม่มีใครฆ่า ท่านได้ศาสดาพุทธะไม่มีใครฆ่าได้ แต่ศาสดาโลกียะมีคนฆ่าได้ ถึงที่สุดมีคนฆ่าทั้งนั้น ศาสดาโลกียะ เพราะความดีไม่มีฤทธิ์เท่ากับบาปเท่ากับความทุกข์  กลัว ๆ จะไม่ได้ตามที่อยาก มันทำให้เกิดชั่วได้ทุกเรื่อง มันจะเป็นบาปที่แรงกว่า

มันจะกดดีเอาไว้เลย ไม่ให้มาใช้เลย บาปที่แรงกดเอาไว้เลยตกนรกทรมาน จนใช้วิบากหมด เป็นไงใช้วิบากหมด นั้นแหละชั่วกัปชั่วกัลป์  ตกนรกนานแล้ว ดีนั้นค่อยออกฤทธิ์มาให้ใช้ ๆ ได้องค์ประกอบดี ๆ เป็นไง ใช้องค์ประกอบดี ๆ ทำดีไป แต่เป็นไง ทำดีไปได้มาก ๆ ใช้องค์ประกอบดี ๆ ทำดีไปเป็นไง ทำดีได้มากด้วย วนขึ้นมาแต่เสร็จแล้ว เป็นไง ตัวเองยังมีกิเลสเยอะอยู่ แล้วกิเลสมันหนาขึ้นเรื่อย ๆ นะไม่ได้บางลง เป็นไง เอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่ว  ไม่ได้จะกลับมาเป็นศาสดาได้ง่าย  มันได้องค์ประกอบดี ๆ จะเอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่วก่อน เพราะอะไร เพราะมันอยากได้มาก ก็มันมีกิเลสอยาก อยากได้ มันได้องค์ประกอบดี ๆ  เพราะทำดีมาเยอะ ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด แล้วคนยังมีกิเลสอยู่ คุณว่าจะเอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำดีหรือไปทำชั่ว ก็ไปทำชั่ว ไปทำชั่ว ทำชั่วทั้งนั้นแหละ คนมีอำนาจวาสนาที่ไม่ลดกิเลส ผู้นำแต่ละประเทศที่ไม่ลดกิเลสอย่างนี้เป็นต้น เอาองค์ประกอบดี ๆนั้นไปทำดีหรือทำชั่ว จะทำชั่วทั้งนั้นแหละ หรือคนร่ำรวย คนมีความสามารถแง่นั้น เชิงนี้มีชื่อเสียงมีอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ได้ลดกิเลส เอาองค์ประกอบดี ๆ ไปลดกิเลสหรือเพิ่มกิเลส  ส่วนใหญ่ไปเพิ่มกิเลสทั้งนั้น อยากเสพสิ่งนั้น สิ่งนี้ดั่งใจหมาย เอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่ว โลกถึงได้เดือดร้อน จะว่าไปที่โลกเดือดร้อนหนัก เพราะคนที่เอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่ว พวกที่ไม่มีองค์ประกอบดี ไปทำชั่วได้ไม่มาก ทำแป๊บเดียวถูกวิบากร้ายซัดตาย  ฉิบหายหมดแล้วจริง ๆ

คนที่ไม่ได้มีความสามารถมาก ทำชั่วได้ไม่มาก คนที่ทำชั่วได้มาก คือคนที่มีความสามารถมาก มีองค์ประกอบดีๆ คุ้มครอง คือ ทำชั่วแล้วก็ไม่โดนอะไร ๆ ทำชั่วแล้วไม่โดนอะไร คือความดีคุ้มครองคนนี้ ทำชั่วได้มาก ๆ น่ากลัว ทำชั่วได้มากกว่าคนที่ไม่ค่อยได้มีความดีคุ้มครอง เพราะอะไร คนไม่มีความดีคุ้มครองทำชั่วแป๊บเดียว มันโดนแป๊บเดียว ฉิบหายแล้ววิบากร้ายซัด มันก็ทำต่อไม่ได้ แต่คนที่ทำชั่วได้มาก คือ พวกที่มีความดีคุ้มครอง มันทำดีมาหลายภพหลายชาติ ๆ แต่ไม่ลดกิเลสเลย ซวย เอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่ว ทุกข์แสนสาหัส เข็ดขี้อ่อน ขี้แก่ จึงทำดีขึ้นมา ได้องค์ประกอบดี ก็วนกลับไปทำชั่วอีก เพราะมันไม่ลดกิเลสก็วนกลับไปทำชั่วอีก อย่างนี้แล้วกว่าจะตะเกียกตะกายมาเป็นศาสดาอีกทีไม่ใช่ง่าย ๆ นะรอบ 2 แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะอะไร เพราะว่าองค์ประกอบดี ๆ ที่ตัวเองมีเอาไปทำชั่วอย่างมาก  องค์ประกอบดี ๆ ที่ตัวเองมีเอาไปทำชั่วมาก กลับมาเป็นศาสดานี่ยากมาก ๆ กว่าจะตะเกียกตะกายกลับมาเป็นอีกที  ยากมาก เพราะเอาองค์ประกอบดี ๆ ไปทำชั่วยากมาก  ที่จะเป็นศาสดาอีกต่อ  ให้ชิงบัลลังก์ได้กลับมาเป็นได้อีก เป็นไงก็ต้องกลับไปอีก  เพราะไม่ได้ลดกิเลส  ต่อให้กดข่มกิเลสก็กลับไปอีก แต่จะยากมากรอบ 2 เพราะว่าอะไร เพราะกิเลสมันหนา

จากตัวเองเป็นสัตว์เซลล์เดียว กิเลสยังไม่หนา ก็เพิ่มกิเลสหนาไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ แล้วก็กลับไปทำความดี ทำความดีจนได้เป็นศาสดาองค์ใดองค์เหนึ่ง มันไม่ใช่ง่ายเลย พอได้เป็นเสร็จ เป็นไงแต่กิเลสหนามากขึ้น กลับไปตกนรกอีกที  กิเลสมันไม่ได้ลด กลับมาทำดีอีกที กิเลสก็ไม่ได้ลดนะ มันเพิ่มขึ้นไป กิเลสมันหนาไปมากๆ  มันจะเครียดมาก มันจะทุกข์มาก มันจะแย่มาก มันจะเป็นศาสดาอีกที ยากมากเลย เพราะความเครียด ความทุกข์ทำลายร่างกายพังหมดแล้ว กิเลสทำได้ เพราะฉะนั้น จะกลับไปเป็นศาสดาอีกหลายรอบยาก ๆ  รอบเดียวก็แสนสาหัสแล้ว  จะกลับไปอีกสักรอบยากมาก เพราะว่ากิเลสมันขวางไว้ มันยาก แต่จะเป็นคนดีที ทำชั่วที วนอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวดีเดี๋ยวชั่ว ๆ  อยู่อย่างนั้นแหละ วนไปวนมา ๆ จนเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ ทำดีมากจริง ๆ เลย นับล้านปีไม่ถ้วน พระพุทธเจ้าบอกหาที่ต้นที่สุดไม่ได้ จนทำดีมากๆ แล้วมีพุทธะ มีพระพุทธเจ้า มีพุทธสาวกมาแล้ว ความดีนั้นมากพอจึงจะได้ ไปพบ ทำความดีมากพอแล้ว ได้ไปพบ จึงได้มาเป็นพุทธะออกจากทุกข์ได้ สรุปก็ คือ เวลาจะรักษาโรคหายก็คือ เอากุศลมาดัน เอาอกุศลออก ผ่าน ยา วัตถุ ข้าวของวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ ดันออกได้ก็หายเกลี้ยง โดยไม่ต้องมีโรคแทรกซ้อน แต่ถ้าดันออกไม่หมด จะมีโรคแทรกซ้อน

สุดท้ายล้มเหลวในการรักษาโรค อย่างที่อาจารย์อธิบายทั้งหมด อาจารย์จะอธิบายความล้มเหลวในการรักษาโรคเป็นอย่างนี้  เรื่องร้ายต่าง ๆ ก็เหมือนกัน สุดท้ายก็ล้มเหลว ในการแก้เรื่องร้ายเพราะอันเดียวกันกับโรคอกุศลไว้เท่านั้นเอง หมดกุศลเรื่องร้ายมันก็ซัดเหมือนเดิม  บวกวิบากร้ายใหม่ ที่เพิ่มกิเลสใหม่กิเลสมารอันใหม่ ความอยากความกลัวอันใหม่ มันก็เพิ่มก็ทำลายกุศลทิ้งหมด สรุปแล้ว ก็ทั้งแก้โรคและเรื่องร้ายทั้งหมดทั้งมวล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมทุกอย่างล้มเหลวหมด แก้ปัญหาทุกปัญหาในโลก ถ้าไม่กำจัดกิเลส ความอยากความกลัว ที่จะไม่ได้ตามที่อยาก ทุกอย่างล้มเหลวหมด เมื่อถึงที่สุด ไม่มีทางชนะ แต่ของพุทธะ กำจัดความอยากสำเร็จไปเรื่อย ๆ  ชนะไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชนะไม่มีแพ้ของพุทธะ ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ๆ เลย ไปเรื่อย ๆ มีแต่ก้าวหน้า ๆ ตราบปรินิพพานของพุทธะเป็นเช่นนั้น เพราะกำจัดรากเหง้าของความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลได้ เพราะฉะนั้น ไม่มาเอาพุทธะแท้ ที่ไม่เป็นอริยศีล อริยสัจ4 ที่แท้จริงนะแพ้อย่างเดียว

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า เราไม่สอนวิชาอื่นหรอก เราสอนแต่วิชาอริยสัจ4  วิชาพ้นทุกข์เท่านั้นเพราะวิชาอื่นไม่มีประโยชน์  มีแต่โทษ ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียน เราสอนแต่วิชาอริยสัจ4 เท่านั้น พอพ้นทุกข์ได้เสร็จก็ไปเรียนอะไรช่างหัว  อยากไปเรียนอะไรก็ไปเรียน เพราะคุณได้วิชานี้ไป คุณไปเรียนอะไร คุณก็ไปเอาวิชาพุทธะไปกำจัดทุกข์ให้กับทุกคนที่เรียนวิชานั้น ๆ คุณก็จะทำทุกวิชาเก่งหมด ถ้าคุณพ้นทุกข์แล้ว และคุณก็พาคนอื่นพ้นทุกข์ คุณจะทำวิชาอะไร มันก็ดีหมด เก่งหมด คุณจะแก้ปัญหาอะไร มันก็เก่งหมดแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมอะไรคุณเก่งหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่คุณจะไม่เก่ง เพราะคุณกำจัดทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลได้ที่ต้นเหตุ และพาคนอื่นกำจัดทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลตลอดกาลได้ มันเป็นมหากุศล ๆ ที่สุดยอด มหากุศลที่ทำให้เอาชนะวิบากร้ายต่าง ๆ ได้ทั้งหมด มันมีพลังมหาศาล ที่สามารถดันวิบากร้ายออกไปได้มากที่สุด สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดูดสิ่งดีได้มากที่สุด ดันวิบากร้ายไปได้มากที่สุด เพราะฉะนั้น คุณจึงแก้ปัญหาได้มากที่สุด ปัญหาใหม่ไม่เกิดเลย พฤติกรรมใหม่ไม่เกิดเลย ยังดันปัญหาเก่าได้มากที่สุดดันปัญหาเก่าให้เข้าโครงการพักชำระหนี้ได้มากที่สุด ขังไว้ตลอดกาลเลย แล้วคุณก็เอาดีที่สุด สุดยอดดีมากั้นไว้ ๆ ตราบปรินิพพานเข้าใจไหม ชั่วที่พลาดทำมาแล้ว มันจะเข้าโครงการพักชำระหนี้ถาวรได้มากที่สุด ไม่ต้องมา ไปเลยเข้ากรุเลย ใส่กุญแจปิดประตูตอกฝาโลงกี่ชั้น ๆ เอาวิบากร้ายนี่ไป ๆ เก็บไว้นั่นแหละ ไปขังคุกไว้ ไปเก็บไว้ในเซฟนั่นแหละ ในตู้นิรภัยชนิดออกมาไม่ได้เลย เยอะที่สุด เอาเข้าไปแล้วออกมาไม่ได้ เยอะที่สุดเลยพุทธะเอาวิบากร้ายเข้าไปตู้นิรภัยออกมาไม่ได้เลย เยอะที่สุดเลยเอาเข้าไปไว้เยอะที่สุดที่เหลือออกมาก็แวบ ๆ ๆ เหมือนกับพระพุทธเจ้าหน่อยเดียวนั่นแหละ มันมาไม่มากมันมาได้เท่านั้น เห็นไหมมันออกมาได้น้อยแต่ดีเยอะกว่า ๆ ใจไร้ทุกข์แล้ว สิ่งดีเยอะกว่าสิ่งดี เยอะกว่า แข็งแรงทุกภพทุกชาติ สิ่งดีมากขึ้น ทุกภพทุกชาติ สิ่งดี ๆ เยอะกว่าแล้วไปดันร้ายได้มากกว่า

เพราะฉะนั้น ร้ายจำนวนมาก เข้ามาไม่ได้ในชีวิต ตราบปรินิพพานของพระพุทธเจ้าก็มาแวบ ๆ เท่านั้น น้อย ๆ ไม่ได้มากมาก็ทำอะไรท่านไมได้ แต่ดีซิเยอะกว่าเห็นไหม นี่แหละพุทธะ จึงแก้ปัญหาได้ทั้งหมดเลย ทุกปัจจุบันได้หมด แม้แต่ปัญหาที่พลาดทำมาแล้ว ในหลายชาติดันออกไปได้เยอะเหลือก็น้อยมาก็เพื่อหมดไป ๆ สุดท้ายก็ต้องหมดไป ปัญหาไม่มีอยู่ สุดท้ายก็ต้องหมดไปนี่ คือ สัจจะอย่างนี้แล้วสุดท้าย ท่านก็ไม่อยู่แล้ว ท่านเก่งที่สุดในโลกแล้ว ท่านสอนคนทำศาสนาต่อ แล้วไปดีกว่า เราพอแล้วเมื่อยแล้วก็ปรินิพพานได้สุดยอด  ใครไม่อยากไปถึงก็ปรินิพพานก่อนได้ เป็นอรหันต์ก็ปรินิพพานได้ ใครจะไปถึงพระพุทธเจ้าก็ปรินิพพานได้สูญจากปัญหาไปเลยได้ ไม่มีปัญหาอะไร

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
ค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 33 วันที่ 9 ตุลาคม 2564
หลักสูตรแพทย์แผนไทยวิถีธรรมค้ำจุนโลกรุ่นที่ 2
ณ พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

เรื่องน่าสนใจ

รวมคำถามคำตอบรายการสุขภาพดีวิถีธรรม ตอบปัญหาเพิ่มปัญญากับหมอเขียว

รายการสุขภาพดีกับแพทย์วิถีธรรม ตอบปัญหาเพิ่มปัญญากับหมอเขียว ออกอากาศเวลา 9:30 -11:30 น. ทุกวัน ทางหมอเขียวทีวี ทางทีมสื่อแพทย์วิถีธรรมได้จัดทำวิดีโอแยกแต่ละคำถาม เพื่อสะดวกในการสืบค้นต่อไป

ถ้าใครมีธรรมะ จะไม่หวั่นไหวในสถานการณ์โควิด 19

ถ้าใครมีธรรมะ จะไม่หวั่นไหวในสถานการณ์โควิด 19

อ.หมอเขียวยกศิริมันทชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 ข้อที่ 2084-2089 โดยนำข้อ 2089 มาขยายความ คนมีปัญญาน้อยมีเหตุการณ์สุขหรือทุกข์ก็สร้างความหวั่นไหวให้กับตัวเองได้ ในช่วงท้ายอ.หมอเขียวแนะนำวิธีคิดที่ไม่ทุกข์ ในเหตุการณ์การระบาดของโควิด ไม่ว่าเราจะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ ซึ่งหลักการดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทุกปัญหาในชีวิต

อ่านรายละเอียดที่
https://morkeaw.net/?p=3742&preview=true

Playlists-Youtube แนะนำแพทย์วิถีธรรมกับโควิด-19

#เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ถึงวันนี้การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงดำเนินไป ความกลัว ระแวง หวั่นไหวเพิ่มขึ้นทั่วโลก แพทย์วิถีธรรม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และขอส่งลิงค์แนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ให้ทุกท่านได้พิจารณา

3 สิ่งสำคัญที่สุดในโลกของชีวิต

3 สิ่งสำคัญที่สุดในโลกของชีวิต

ฟังเสียงอ.หมอเขียวกล่าวถึงเรื่อง 3 สิ่งสำคัญของชีวิต ที่เป็นหัวใจของความแข็งแรง มั่นคง มีคุณค่า และผาสุกที่สุดในโลก คือปัจจัย4 มิตรดี มีศีล

การปฎิบัติของพระโพธิสัตว์ยามพบภัย

การปฎิบัติของพระโพธิสัตว์ยามพบภัย

อ.หมอเขียวเน้นย้ำว่า เมื่อเกิดวิกฤต ชาวพุทธจะตั้งและปฏิบัติอริยศีลที่ถูกตรง เพื่อเพิ่มพลังกุศล ครั้งนี้ อ.หมอเขียวยกตัวอย่างการปฎิบัติของพระโพธิสัตว์เมื่อเจอภัยพิบัติ ซึ่ง มีทีมจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมทำการตัดต่อเสียง และเผยแพร่ใน Morkeaw Podcast

เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เท่าที่เราจะพึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับไปเท่านั้น

ขยายความบททบทวนธรรม เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เท่าที่เราจะพึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับไปเท่านั้น

เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่างให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่าที่เป็นไปได้ตามภูมิ เท่าที่จะทำได้ คือ ตามภูมิตามบารมีที่มีตามภูมิตามบารมีที่มี มีเท่าไหร่ก็สุดฝีมือเท่านั้นแหละจบ ก็ปรารถนาให้เกิดดีแล้วก็จบ ให้โลกแล้วเราได้อาศัยก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับไปเท่านั้น ก็เมื่อเราทำดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว โลกก็จะได้อาศัย คนในโลกก็จะได้อาศัย เราก็จะได้อาศัยดีที่เราทำนั้น ก็ได้อาศัยเพราะชีวิตอยู่ก็ต้องอาศัยสภาพดีๆ นั่นแหละ เท่าที่มันจะเป็นไปได้ดีเท่าที่จะเป็นไปได้ก็ได้อาศัย ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นแหละดีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ที่จะได้อาศัย แม้อาศัยแล้ว แต่มันก็จะดับไปนะ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่ามันจะอยู่ไปตลอด สิ่งใดมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นมีการดับไปเป็นธรรมดา แม้ดีก็ต้องดับไปนะ แม้ร้ายก็ต้องดับไปน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่ามันจะอยู่ตลอด เกิดแล้วมันก็ดับๆ หมดฤทธิ์เขาก็ดับๆ อย่างนี้เป็นต้น เมื่อเราไม่ยึดมั่นถือมั่นเราก็ไม่ทุกข์
…ฝึกทำดีแล้วก็วางดีๆ ให้ฝึกไว้ ให้ทบทวนไว้ว่า มันไม่ได้อยู่ไปตลอดนะ แม้ดีแค่ไหนเกิดแล้วก็ดับๆ บอย่างนี้เป็นต้น ก็จะได้ไม่ทุกข์ จิตเราก็เป็นอิสระจากทุกข์