โรคมะเร็งและเนื้องอก

ค้นหา
Generic filters

กลไกการเกิดโรค

โรคมะเร็งหรือเนื้องอก มีต้นเหตุจากภาวะร้อนเกิน ซึ่งมีกลไกการเกิดโรคดังต่อไปนี้ เมื่อมีภาวะร้อนเกินมาก ๆ พลังงานความร้อนจะกระจายไปสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายเหมือนไฟสุมขอน สุมถ่านหรือชาทต์ไฟแบทเตอรี่ อวัยวะใดของคน ๆ นั้น ที่อ่อนแอที่สุด หรือมีไฟ มีพลังงานความร้อนไปสะสมมากที่สุด ก็จะถูกเผาจนน้ำแห้ง เนื้อเยื่อจะเริ่มร้อนแข็งเกรียมไหม้ เหมือนเนื้อที่ต้มหรือย่างไฟ น้ำจะเริ่มระเหยออกจากเนื้อ เนื้อจะเริ่มร้อนแข็งตัว เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ก็จะเริ่มสูญเสียสภาพที่ปกติ เริ่มเสียหน้าที่ เป็นอัมพาตหรือตายไป

ร่างกายก็จะผลิตเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทำงานทดแทน แต่ด้วยต้นเหตุของความร้อนที่ใส่เข้าไปในร่างกาย ยังมีอยู่อย่างเดิมหรือมักจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ด้วยความไม่รู้ ไฟร้อนจากพลังงานความร้อน ดังกล่าว จึงเผาไหม้ทำร้าย เนื้อเยื่อที่พึ่งผลิตขึ้นมาใหม่ ให้ร้อนแข็งหมดสภาพของเนื้อเยื่อปกติหรือตายลงไปอีก และร่างกายก็ผลิตเนื้อเยื่อขึ้นมาแทนอีก ก็ถูกเผาอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเกิดเป็นเนื้องอก เป็นมะเร็งขยายใหญ่ขึ้น ๆ

ส่วนมะเร็งอีกลักษณะหนึ่ง เป็นแบบ ถูกเผาทำลายให้เจ็บปวดแสบร้อนเสียรูปร่างและหน้าที่ที่ปกติหรือเปื่อยเน่าผุพังไปเรื่อย ๆ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ทัน ความจริงแล้ว เนื้องอกหรือมะเร็งไม่ใช่เนื้อร้าย แต่เป็นเนื้อดีปกติที่ถูกไฟพลังงานความร้อนที่เราใส่หรือรับเข้าไปในร่างกาย แล้วเผาทำร้าย จนเซลล์เนื้อเยื่อร้อนแข็งเสียรูปร่างและเสียหน้าที่ที่ปกติไปเวลาตรวจหาเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็ง จึงพบรูปร่างลักษณะแตกต่างไปจากปกติ ความจริงเขาไม่ใช่เนื้อร้ายหรอก คนที่ร้ายก็คือตัวเราเอง ที่ใส่ไฟพลังความร้อนไปเผาทำร้ายเขา เม็ดเลือดขาวก็ไม่สามารถไปสลายเซลล์เนื้อเยื่อที่ผิดปกตินั้นได้เพราะทั้งแข็งและมีพลังความร้อนที่มากฝังอยู่

ดังนั้น วิธีการแก้ไขตามแนวสุขภาพทางเลือกหรือธรรมชาติบำบัด ก็คือ เติมหม้อน้ำ(ความเย็น) ลดพลังงาน(ความร้อน) เป็นการดำเนินการลดความร้อนลงมาให้อยู่ในขีดที่สมดุล ร่างกายก็จะทำงานตามปกติ เมื่อเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกายเย็นลง น้ำในร่างกายไม่ถูกเผา เนื้อเยื่อก็จะอ่อนตัว คลายตัว เหมือนเนื้อที่ย่างไฟจนไหม้เกรียมแข็ง พอเอาไปแช่น้ำ ก็จะยุ่ย อ่อน นิ่ม ในส่วนที่ผิดปกติ ใช้การไม่ได้ เม็ดเลือดขาวในร่างกายเรา ก็จะสามารถทำการย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกายได้ กลไกดังกล่าวคล้ายๆกับในขณะที่คนกำลังมีไข้ตัวร้อน เราเอาผ้าชุบน้ำเย็นไปเช็ดหรือไปวางไว้ที่ตัวผู้ป่วย อีกสักพักผ้าและน้ำที่เอาไปเช็ดหรือวางไว้ที่ตัวผู้ป่วยนั้นก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แสดงว่าความร้อนถ่ายออกจากตัวผู้ป่วยไปสู่น้ำเย็น ส่วนความเย็นจากน้ำเย็นก็เคลื่อนเข้าไปในร่างกาย ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อเย็นลง ความร้อนของไข้จึงลดลงและรู้สึกเย็นสบาย หรือถ้าเราทดลองเอาแก้วที่ใส่น้ำร้อนวางชิดกันกับแก้วที่ใส่น้ำเย็น อีกสักพักน้ำเย็นก็จะอุ่นขึ้น เพราะความร้อนจากแก้วน้ำร้อนกระจายมายังน้ำเย็น ส่วนน้ำในแก้วน้ำร้อนก็จะเย็นลง เพราะความเย็นจากแก้วน้ำเย็นกระจายมา ซึ่งเป็นหลักการเคลื่อนของพลังงานเพื่อปรับสภาพให้เกิดความสมดุลบนโลก การที่ผู้ป่วยมะเร็งกินผักผลไม้สมุนไพรฤทธิ์เย็นเข้าไปในร่างกาย ความร้อนจากเซลล์มะเร็งก็จะถ่ายเทมาที่ผักผลไม้สมุนไพรฤทธิ์เย็น ส่วนความเย็นจากผักผลไม้สมุนไพรฤทธิ์เย็นก็จะถ่ายเทเข้าไปที่เซลล์เนื้อเยื่อมะเร็ง ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งเย็นลงและอ่อนตัวลง เหมือนเราทำงานหนักตากแดดร้อน จนกล้ามเนื้อร้อนแข็งเกร็งค้าง พอเราเข้าพักในที่ร่มเย็น กล้ามเนื้อก็ผ่อนคลายอ่อนตัวลงและเย็นสบาย เซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกที่ได้รับความเย็นก็เป็นลักษณะเดียวกัน ก็คือความร้อนลดลงและอ่อนตัวลง

เม็ดเลือดขาวในร่างกายเราจึงสามารถทำการย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกายได้   เพราะถ้าเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกมีความร้อนมากและแข็งตัวมาก เม็ดเลือดขาวก็ไม่สามารถสลายเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกนั้นได้ ซ้ำร้ายเม็ดเลือดขาวนั้นแหละจะถูกทำลายจากความร้อนของเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกที่มีความร้อนสูง ถ้าไม่ถอนพิษร้อนนั้นออกเสีย ดังนั้นในผู้ป่วยที่ตั้งใจปฏิบัติและแก้ไขได้ทัน ก็สามารถหายจากมะเร็งได้ หรือช่วยยืดอายุออกไปได้

ผู้เขียนพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จและได้ผลดีดังกล่าว แต่กรณีที่แย่ที่สุดแก้ไขไม่ทัน เนื่องจากผู้ป่วยปล่อยให้ไฟความร้อนไหม้บ้าน (ร่างกาย) ของตัวเอง จนแทบจะกลายเป็นขี้เถ้าหมดแล้ว (อาการหนักเกินไป) การใช้วิธีธรรมชาติบำบัดหรือสุขภาพทางเลือกดังกล่าว ก็ยังมีประโยชน์ทำให้ผู้ป่วยทิ้งร่างเสียชีวิตโดยไม่ทรมานมากเกินไป และประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาด้วย

ซึ่งจะมีความแตกต่างกันกับการรักษาโดยการผ่าตัด ฉายแสงหรือให้เคมีบำบัด แม้จะผ่าตัดเนื้องอกหรือมะเร็งออกไปแต่ต้นเหตุยังทำอยู่เช่นเดิม ส่วนใหญ่เนื้องอกหรือมะเร็งก็มักจะก่อตัวปะทุขึ้นมาอีก ภายใน 5 ปี ส่วนการฉายแสงหรือให้เคมีบำบัดนั้น เป็นการส่งไฟความร้อนที่รุนแรงมาก เข้าไปในร่างกายโดยหมายฆ่าเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งให้ตาย ซึ่งก็มักจะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อปกติตายไปด้วย ผู้ป่วยจึงมักจะมีอาการร้อน แสบ ทุกข์ทรมาน ทุรนทุราย ไหม้เกรียม ตามร่างกาย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนแรง ผมร่วงและอาการข้างเคียงอื่นแทรกซ้อน อีกมากมาย บางคนทนทุกข์ทรมานจากไฟร้อนของการรักษาไม่ไหว ก็ใจขาดตาย ส่วนคนที่ยังพอทนได้ ก็ทนทุกข์ทรมานใช้เวรใช้กรรมต่อไป

ไฟร้อนเดิมที่มีอยู่ในร่างกายก็มากเกินจนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานจนแทบจะปลิดชีวิตผู้ป่วยอยู่แล้ว แถมโถมไฟร้อนจำนวนมากและแรงจากการฉายแสงและเคมีบำบัดสู่ร่างกายซ้ำเข้าไปอีก ซึ่งไฟจากการฉายแสงและเคมีบำบัดนั้นมีฤทธิ์ร้อนแรงร้ายกว่าไฟที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่มีอยู่ในร่างกายหลายเท่าตัว ผู้ป่วยจึงมักได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากจากวิธีการบำบัดดังกล่าวและมะเร็งก็มักกระจายไปที่อื่นภายหลังจากการฉายแสงหรือให้เคมีบำบัด เพราะเป็นการเติมไฟที่ร้ายยิ่งกว่ามะเร็งเข้าไปในร่างกายและเป็นการเติมไฟที่เป็นต้นเหตุของมะเร็งอยู่แล้วซ้ำเข้าไปอีก ท่านผู้อ่านสามารถไปพิสูจน์ความจริงได้ที่ศูนย์บำบัดมะเร็งทุกแห่ง ว่าส่วนใหญ่ผลจากการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวเป็นเช่นไร แล้วตัดสินใจเลือกกำหนดชะตาชีวิตของท่านตามที่ท่านเห็นควรเถิด  ส่วนตัวผู้เขียนเองถ้าหากจะต้องเป็นมะเร็ง ก็ขอเลือกตายแบบเย็น แบบไม่ทรมานดีกว่า

ผู้เขียนเองไม่ได้ต่อต้านการรักษาในระบบสุขภาพแผนปัจจุบันไปเสียทุกอย่าง ในส่วนที่ให้ผลดี เป็นประโยชน์ ไม่เกิดผลเสีย ไม่ทรมานผู้ป่วย ประสบความสำเร็จมาก ผู้เขียนเห็นดีด้วย แต่ในส่วนที่ประจักษ์แจ้งว่าเป็นโทษภัย เป็นความเสียหาย เป็นความทรมานกับผู้ป่วย ประสบความสำเร็จน้อย ผู้เขียนไม่เห็นดีด้วย ควรที่จะหาทางอื่นที่เป็นโทษภัยเป็นความเสียหายเป็นความทรมานที่น้อยกว่า หรือให้ผลดีในการรักษามากกว่า แต่ถึงกระนั้นก็ตามผู้เขียนก็ไม่ได้ห้ามถ้าผู้ใดยังประสงค์จะใช้วิธีดังกล่าวนั้นอยู่  ความจริงผู้เขียนรู้เจตนาผู้ดูแลสุขภาพ ด้วยการบำบัดทางสุขภาพแผนปัจจุบันดี ว่าก็มีเจตนาดีต้องการให้ผู้ป่วยหายหรือบรรเทาเบาบางจากโรค เช่นเดียวกับผู้บำบัดสุขภาพแผนสุขภาพทางเลือกหรือธรรมชาติบำบัดนั้นแหละ เพียงแต่วิชาการและองค์ความรู้ที่มี แตกต่างกันเท่านั้น ดังนั้นท่านจะเลือกใช้วิธีการบำบัดแบบใดแบบหนึ่ง หรือจะใช้ผสมผสานกัน ก็ควรจะเก็บข้อมูล การพิสูจน์หลักฐาน ความจริง ในทุก ๆ ด้าน แล้วตัดสินใจเลือกด้วยตัวของท่านเองเถิด

อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน

อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน ซึ่งสามารถใช้อาหารปรับสมดุลและการฝึกจิตบำบัดหรือบรรเทาได้ มีดังต่อไปนี้

1. ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียว หรือไม่ค่อยมีขี้ตา หนังตาตก ขนคิ้วร่วง ขอบตาคล้ำ

2. มีสิว ฝ้า

3. มีตุ่ม แผล ในช่องปากด้านล่าง ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ

4. นอนกรน ปากคอแห้ง ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย

5. ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย รังแค รูขุมขนขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

6. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว

7. มีเส้นเลือดขอด ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง พบรอยจ้ำเขียวคล้ำ

8. ปวดบวม แดง ร้อน ตามร่างกายหรือตามข้อ

9. กล้ามเนื้อเกร็งค้าง กดเจ็บ เป็นตะคริวบ่อย ๆ

10. ผิวหนังปกติคล้ายมีรอยไหม้ เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสียตามร่างกาย

11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย

12. ท้องผูก อุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายขี้แพะ บางครั้งมีท้องเสียแทรก

13. ปัสสาวะปริมาณน้อย สีเข้ม ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมาก ๆ จะเป็นสีน้ำล้างเนื้อหรือมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะด้วย มักลุกปัสสาวะช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 (คนที่ร่างกายปกติสมดุล จะไม่ลุกปัสสาวะกลางดึก)

14. ออกร้อนท้อง แสบท้อง ปวดท้อง บางครั้งมีอาการท้องอืดร่วมด้วย(ท้องอืดแต่เดิมโดยทั่วไปแล้วเป็นภาวะเย็นเกิน แต่ปัจจุบันมักเกิดจากภาวะร้อนเกิน)

15. ผิวหนัง มีผื่น ปื้นแดง คันหรือมีตุ่มใสคัน

16. เป็นเริม งูสวัด สะเก็ดเงิน โรคหนังแข็ง

17. หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่นสีเหลืองหรือสีเขียว บางทีมีเสมหะพันคอ ไอ

18. โดยสารยานยนต์ มักอ่อนเพลียและหลับขณะเดินทาง

19. เลือดกำเดาออก

20. มักง่วงนอนหลังกินข้าวอิ่มใหม่ ๆ

21. เป็นมากจะยกแขนขึ้นไม่สุด ไหล่ติด

22. เล็บมือ เล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย มีสีน้ำตาลหรือดำคล้ำ อักเสบบวบแดงที่โคนเล็บ เล็บขบ

23. หน้ามืด เป็นลม วิงเวียน บ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน มักแสดงอาการเมื่ออยู่ในที่อับหรืออากาศร้อนหรือเปลี่ยนอริยบทเร็วเกินหรือทำงานเกินกำลัง

24. เจ็บเหมือนมีเข็มแทงหรือไฟฟ้าช๊อตหรือร้อนเหมือนไฟเผาตามร่างกาย

25. อ่อนล้า อ่อนเพลียแม้นอนพักก็ไม่หาย

26. รู้สึกร้อนแต่เหงื่อไม่ออก

27. เจ็บปลายลิ้น แสดงว่าหัวใจร้อนมาก ถ้าเป็นมาก ๆ จะเจ็บแปล๊บที่หน้าอก อาจร้าวไปแขน

28. เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง

29. หิวมาก หิวบ่อย หูอื้อ ตาลาย ลมออกหู หูตึง

30. สะอึก

31. ส้นเท้าแตก ส้นเท้าอักเสบ เจ็บส้นเท้า รองช้ำ ออกร้อน บางครั้งเหมือนไฟช๊อต

32. เกร็ง ชัก

33. โรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน เช่น โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อน ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วไต นิ่วกระเพาะปัสสาวะ นิ่วถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโต โรคเกาต์ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เนื้องอก มะเร็ง พิษของแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น

อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกิน

สำหรับภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกินนั้น ปัจจุบันพบได้น้อย ถึงแม้พบอาการของภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกินก็มักจะเป็นสภาพที่มีสาเหตุจากภาวะร้อนเกินแล้วตีกลับเป็นเย็น ซึ่งก็ต้องแก้ที่สาเหตุร้อนเกินเป็นหลักอยู่ดี และการแก้ภาวะเย็นเกินที่เกิดจากการตีกลับจากร้อนนั้น มีความแตกต่างจากการแก้ภาวะเย็นที่เกิดจากเย็นเกิน  ซึ่งผู้เขียนจะได้ชี้แจงรายละเอียดในตอนต่อไป สำหรับตอนนี้ขอบอกลักษณะอาการที่บ่งถึงภาวะเย็นเกิน ดังนี้

1. หน้าซีดผิดปกติจากเดิม

2. ตุ่มหรือแผลในปากด้านบน

3 .ตาแฉะ ขี้ตามาก ตามัว

4. เสมหะมาก ไม่เหนียว สีใส

5. หนักหัว หัวตื้อ

6. ริมฝีปากซีด

7. ขอบตา หนังตาบวมตึง

8. เฉื่อยชา เคลื่อนไหวช้า คิดช้า ยิ่งเคลื่อนไหวยิ่งกระปรี้กระเปร่า

9. ไอ อาการมักทุเลาเมื่อถูกภาวะร้อน

10. ผิวหน้าบวมตึง แต่ไม่ร้อน

11. เจ็บหน้าอกด้านขวา

12. หายใจไม่อิ่ม

13. ท้องอืดจุกเสียดแน่น

14. ปัสสาวะสีใส ปริมาณมาก

15. อุจจาระเหลวสีอ่อน มักท้องเสีย

16. มือเท้า มึนชา เย็น สีซีดกว่าปกติ

17. ตกกระสีขาว

18. มักมีเชื้อราขาวตามผิวหนังหรือที่เล็บมือ เล็บเท้า

19. เล็บยาวแคบกว่าปกติ (มีความยาวของเล็บมากกว่าความกว้างมาก) ตัวเล็บและโคนเล็บมีสีขาวซีดกินพื้นที่มากเกินปกติ

20. เท้าบวมเย็น

ที่มา: หนังสือถอดรหัสสุขภาพ เล่ม 2 ความลับฟ้า หน้า 36-41

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)

ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย, ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมสำนักการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

วีดีโอ

ข้อมูลที่น่าสนใจ

กลไกการเกิดการหายของโรคมะเร็ง คือ วิบากร้ายจะสังเคราะห์กับภาวะร้อนเย็นไม่สมดุล ทำ ให้เกิดโรคต่าง ๆ ส่วนวิบากดีจะสังเคราะห์กับภาวะสมดุลร้อนเย็น ทำให้โรคต่าง ๆ ลดลงและร่างกายแข็งแรงขึ้น ซึ่งโรคมะเร็งเกิดจากวิบากร้ายสังเคราะห์กับพิษร้อนเย็นไม่สมดุล ทำให้พลังชีวิตสั่งให้ร่างกายผลิตเนื้อเยื่อเพิ่ม เพื่อมาช่วยกันบีบเกร็งเอาพิษร้อนเย็นไม่สมดุลออกจากร่างกาย จึงเกิดเป็นเนื้องอกและเมื่อเนื้องอกดังกล่าวงอกไม่หยุดก็เป็นมะเร็ง ดังนั้นการรักษาโรคมะเร็งหรือโรคอื่น ๆ หรืออาการอื่น ๆ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม จึงใช้วิธีแก้ที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลร้อนเย็นกายใจ โดยใช้เทคนิค 9 ข้อ ได้แก่

  1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น
  2. การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง)
  3. การสวนล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกสมดุล ร้อนเย็น (ดีท็อกซ์) 
  4. การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายในน้ำสมุนไพรตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย
  5. การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย
  6. การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที่ถูกต้อง
  7. การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย
  8. ใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดี สหายดี สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และ
  9. รู้เพียร รู้พักให้พอดี

เทคนิค 9 ข้อ ดังกล่าว เป็นการระบายพิษร้อนเย็นไม่สมดุลออกไป ใส่สิ่งที่สมดุลร้อนเย็นเข้าไป เพื่อให้เซลล์ทุกเซลล์ถูกซ่อมสร้างให้แข็งแรงตามหลักสมดุลร้อนเย็น ทำให้เซลล์ทุกเซลล์ทำงานตามปรกติและเกิดการขจัดโรคหรืออาการไม่สบายต่าง ๆ ตามกลไกธรรมชาติของชีวิตที่มีอยู่แล้ว คือ เมื่อระบายพิษร้อนเย็นไม่สมดุลออก ก็จะไม่มีพิษตกค้างในร่างกาย

เนื้องอกหรือมะเร็งซึ่งเป็นเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ชีวิตผลิตขึ้นมา เพื่อช่วยกันบีบเกร็งเอาพิษออก เมื่อไม่มีพิษที่จะต้องบีบเกร็งออก ก็ไม่ได้ทำหน้าที่หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรแล้ว พลังชีวิตก็จะสั่งให้ร่างกายสลายเนื้องอกหรือมะเร็งทิ้ง

โดยพลังชีวิตจะสั่งให้เม็ดเลือดขาวซึ่งแข็งแรงเพราะได้รับสารและพลังงานที่สมดุลร้อนเย็น ไปโอบและหลั่งเอนไซม์มาย่อยสลายเนื้องอก หรือมะเร็ง หรือเชื้อโรค หรือสารพิษ หรือตัวก่อโรคต่าง ๆ ด้วยกระบวนการฟาโกไซโตซีส จากนั้นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงก็จะเกิดกลไกรีเฟล็กซ์ เกร็งตัวขับโรคและเหตุก่อโรคมะเร็งและโรคต่าง ๆ ที่สลายโดยเม็ดเลือดขาวออกจากร่างกายตามช่องทางระบายพิษต่าง ๆ เช่น ทางหู ตา จมูก ปาก ผิวหนัง ปัสสาวะ อุจจาระหรืออวัยวะระบายพิษตามปรกติของร่างกาย ก็จะทำให้โรคมะเร็งหรือโรคต่าง ๆ ลดลงหรือหายไป ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น

แต่ถ้ากลไกโดยธรรมชาติยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ก็ใช้ควบคู่กับวิธีการอื่น ๆ ตามการแพทย์แผนต่าง ๆ เช่น อาจใช้ควบคู่กับการผ่าตัด การรับประทานยาแผนปัจจุบันบางชนิด การดัดปรับกระดูกโครงสร้างกล้ามเนื้อเส้นเอ็น การฝังเข็ม หรือวิธีอื่น ๆ ตามความเหมาะควรในบางครั้ง บางบุคคลเท่านั้น

ซึ่งควรสังเกตว่าเหมาะควรกับตนเองหรือผู้อื่นได้จากหลังใช้วิธีนั้นแล้วทำให้เกิดสภาพสบาย เบากาย มีกำลัง และเป็นอยู่ผาสุก โดยมีตัวชี้วัดที่ทำให้ชีวิตปลอดภัยได้จากเมื่อโรคภัยไข้เจ็บลดลงแล้วสามารถค่อย ๆ ลดหรืองดการรักษาที่ไม่จำเป็นหรือที่มีผลแทรกซ้อนลงไป

การแพทย์วิถีธรรมจึงมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ เมื่อได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริงที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยแล้วจะให้อิสระกับผู้ป่วยในการเลือกใช้วิธีการรักษาด้วยตัวของผู้ป่วยเอง

มะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเต้านม+ต่อมน้ำเหลือง

โรคมะเร็งเต้านม ระยะที่ 3 รักษากับอาจารย์หมอเขียวควบคู่กับแผนแพทย์ปัจจุบัน โรคมะเร็งเต้านม ผ่าตัดแล้ว คีโม 8 ครั้ง ฉายแสง 18 ครั้งให้ยาต้านฮอร์โมน 16 ครั้ง เริ่มใช้การรักษากับอาจารย์หมอเขียวตั้งแต่ผ่าตัด 4ก.พ59 เป็น งูสวัด ใช้น้ำปัสสาวะทา ใช้สะเลดพังพร...

มะเร็งเต้านมระยะที่ 3 แผนปัจจุบันควบคู่กับแพทย์ทางเลือก

คุณภริตา (มะเร็งเต้านมระยะที่3) ต่อมน้ำเหลือง ชนิด เฮอทูมีฮอร์โมนเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง คีโม 8 ครั้ง ฉายแสง 18 ครั้ง เข้าค่ายหมอเขียวแล้วทนรงกดดันของญาติพี่น้องไม่ไหว จึงตัดสินใจไปหาหมอ หมอให้ผ่าตัดแต่ไม่ผ่าตัดหนีหมอ 1 ครั้ง แล้วไปเข้าค่ายของอาจารย์หมอเขียวแทน...

คุณต้นหลิว (มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก) คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด)

แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตจิตอาสาคุณต้นหลิว (มะเร็งมดลูก)คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด)โดย จิตอาสา ค่ายสุขภาพและพระไตรปิฏก สวนป่านาบุญ1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ครอบครัวแพทย์วิถีธรรม คุณต้นหลิว (มะเร็งมดลูก) คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด) หมอบอกว่าโอกาสรอด...

ปริมาณชีวิตไม่เท่าคุณภาพชีวิต

ทำงานสปามา 10 ปี ด้วยความเครียด กินอาหารดึก และได้ไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม หมอบอกว่าไม่ต้องห่วงอีก 1 ปีมาตรวจใหม่ พฤติกรรมการกินที่ไม่เลือก ยังไม่ถึงปี ก้อนเนื้อโตมาก จะทำยังไงดีถ้าเราเป็นเราจะทำยังไงไม่อยากเป็นภาระของใคร ได้พบหมอเขียวจาก youtube...

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาด้วย ยา 9 เม็ด

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และผ่าตัดกระเพาะ ม้ามทิ้งหมด มีปัญหาเรื่อง การกินอาหาร กินไม่ค่อยได้ ทรมารมา 30 ปีมีอาการแทรกซ้อนและการอยู่ลำบากมากเสี่ยงทุกอย่าง โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ดีขึ้นเพราะใช้สิ่งนี้ แพทย์วิถีธรรม เทคนิค 9 ข้อ ยา 9...

โรคมะเร็งเต้านม+ต่อมน้ำเหลือง

โรคมะเร็งเต้านม ระยะที่ 3 รักษากับอาจารย์หมอเขียวควบคู่กับแผนแพทย์ปัจจุบัน โรคมะเร็งเต้านม ผ่าตัดแล้ว คีโม 8 ครั้ง ฉายแสง 18 ครั้งให้ยาต้านฮอร์โมน 16 ครั้ง เริ่มใช้การรักษากับอาจารย์หมอเขียวตั้งแต่ผ่าตัด 4ก.พ59 เป็น งูสวัด ใช้น้ำปัสสาวะทา ใช้สะเลดพังพร...

มะเร็งมดลูก

โรคมะเร็งมดลูก

คุณ จินปวดมาก “อยู่ที่นิวยอร์คค่ะ ป่วยมากเลยนะคะ ตั้งแต่ก่อนท้องน่ะค่ะ จนกระทั่งไปตรวจว่าตั้งท้องหมอก็แนะนำให้ทำแท้ง เพราะว่ามีทูเมอร์ (tumor) อยู่ในมดลูกใหญ่มากประมาณ 16.5 เซ็นติเมตรแล้วก็ที่อื่นที่เจ็บปวดมามาก ๆ ก็จะมีที่กระดูกเต้านม เต้านมจะมีซีสต์ 22-23 เม็ด...

โรคไวรัสบี มะเร็งมดลูก

แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตจิตอาสา -คุณพลังพุทธ ( ไวรัสบี /มะเร็งมดลูก) ป่วยตั้งแต่ปี 2551 ป่วยด้วยหลายโรคเคยผ่าตัดด้วยโรคริดสีดวงทวาร ผ่าตัดแล้วก็กับมาเป็นอีก ต่อมาป่วยด้วยโรค ตับไวรัสอักเสบ B จะขึ้น C หมอบอกว่าถ้าขึ้น C จะเป็น มะเร็งตับ...

มะเร็งเม็ดเลือดขาว

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

คุณรัตน์ อาจารย์พยาบาลจาก รพ.ศิริราช ดูแลผู้ป่วย โรคมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยลำบากและมีกลิ่นเหม็นมาก บุญที่เราได้ทำมาได้ส่งผลเมื่อเราเจอวิบากกับตัวเอง เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (MML)...

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

คุณต้นหลิว (มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก) คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด)

แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตจิตอาสาคุณต้นหลิว (มะเร็งมดลูก)คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด)โดย จิตอาสา ค่ายสุขภาพและพระไตรปิฏก สวนป่านาบุญ1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ครอบครัวแพทย์วิถีธรรม คุณต้นหลิว (มะเร็งมดลูก) คุณแม่คุณต้นหลิว (ติดเชื้อในกระแสเลือด) หมอบอกว่าโอกาสรอด...

กลไกการเกิดและการหายของโรคมะเร็งตามหลักการแพทย์วิถีธรรม

[dsm_text_notation notation_text="กลไกการเกิดและการหายของโรคมะเร็งตามหลักการแพทย์วิถีธรรม" notation_width="3" _builder_version="4.14.2" _module_preset="default" header_font_size="25px" notation_font="|600|||||||" hover_enabled="0" global_colors_info="{}"...

การเผชิญความเครียด ของครอบครัวผู้ให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

[dsm_text_notation notation_text="ความเข้มแข็งในการมองโลก ความเครียดและการเผชิญความเครียด ของครอบครัวผู้ให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จังหวัดอุบลราชธานี" notation_width="3" _builder_version="4.14.2" _module_preset="default" header_font_size="25px"...

ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่

[dsm_text_notation notation_text="ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง" notation_width="3" _builder_version="4.14.2" _module_preset="default" header_font_size="25px"...

  • ห้องไลน์ สายด่วนสุขภาพพึ่งตน วิถีธรรม วิถีไทย เข้าห้องเพื่อพบกับพี่น้อง จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมทั่วโลก ท่านสามารถถามคำถาม ปัญหาต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม (เรื่องธรรมะ กสิกรรมไร้สารพิษ ปัญหาสุขภาพ) เพื่อเรียนรู้การเป็นหมอดูแลตนเอง ห้องไลน์ OPENCHAT สายด่วน สุขภาพพึ่งตน วิถีธรรม วิถีไทย

หนังสือน่าสนใจ