อาจารย์หมอเขียวยกศิริมันทชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 ข้อที่ 2084-2089 โดยนำข้อ 2089 มาขยายความ คนมีปัญญาน้อยมีเหตุการณ์สุขหรือทุกข์ก็สร้างความหวั่นไหวให้กับตัวเองได้
ในช่วงท้ายอาจารย์หมอเขียวแนะนำวิธีคิดที่ไม่ทุกข์ ในเหตุการณ์การระบาดของโควิด ไม่ว่าเราจะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ ซึ่งหลักการดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทุกปัญหาในชีวิต
รับฟังเสียงได้ที่

เนื้อหาโดยย่อ
พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 ข้อที่ 2089 คนมีปัญญาน้อย ได้รับความสุขแล้ว ย่อมมัวเมา แม้ถูกความทุกข์กระทบแล้ว ย่อมถึงความหลง อันสุขทุกข์ที่จรมากระทบเข้าแล้ว ย่อมหวั่นไหว ดุจปลาที่ดิ้นรนอยู่ในที่ร้อนฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า.
คนมีปัญญาน้อย ได้รับความสุขแล้ว ย่อมมัวเมา แม้ถูกความทุกข์กระทบแล้ว ย่อมถึงความหลง อันสุขทุกข์ที่จรมากระทบเข้าแล้ว ย่อมหวั่นไหว ดุจปลาที่ดิ้นรนอยู่ในที่ร้อนฉะนั้น คนมีปัญญาน้อย ท่านใช้ภาษาสุภาพจริง ๆ คือคนโง่ เวลามีสุขทุกข์เข้ามาแล้วย่อมหวั่นไหวดุจปลาที่ดิ้นรนอยู่ในที่ร้อน คือคนมีปัญญาน้อยเวลามีสุขทุกข์กระทบเข้ามาก็จะหวั่นไหว ถ้ามีสุขเข้ามาก็กลัวว่าจะหมดไป พอมันหมดไปก็กลัวมันจะไม่เข้ามา ถ้ามีทุกข์เข้ามาก็กลัวจะไม่หมดไปเมื่อมันหมดไปแล้วก็กลัวมันจะเข้ามาในชีวิต ชีวิตจะมีแต่ความหวั่นไหวกลัวกังวลตลอด คนมีปัญญาน้อยมีเหตุการณ์สุขหรือทุกข์ก็สร้างความหวั่นไหวให้กับตัวเองได้ ยิ่งตอนนี้โควิดระบาด คนมีปัญญาน้อยจะหวั่นไหว พระพุทธเจ้าท่านรู้สัจจะนี้ตั้งแต่ท่านเป็นโพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นใครมีสุขทุกข์เข้ามาในชีวิตแล้วมีความหวั่นไหว แปลว่าปัญญายังน้อยอยู่ ดุจปลาที่ดิ้นรนอยู่ในที่ร้อนฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า
คนโง่เจออะไรก็ทุกข์ทั้งนั้น เจอสิ่งที่เป็นสุขก็เป็นทุกข์ เจอสิ่งที่เป็นทุกข์ก็เป็นทุกข์ทุกข์และทุกข์ คนมีปัญญาแม้ตกทุกข์ก็ยังหาสุขพบ คนมีปัญญาอยู่ในสภาพที่เป็นสุขหรือเป็นทุกข์สามารถที่จะเป็นสุขได้ตลอด แต่คนโง่นี้ได้สภาพที่ดีหรือไม่ดีเข้ามาก็มีแต่ความกลัวความหวั่นไหวอยู่ตลอด ความกลัวความหวั่นไหวที่มีตลอดนั่นแหละจึงเป็นความไม่ประเสริฐ
คนที่ไม่ว่าสุขทุกข์ไม่ว่าสิ่งดีสิ่งร้ายๆเข้ามาในชีวิตก็ยังสบายใจไร้กังวลได้ตลอดเวลา เป็นผู้มีปัญญามาก เป็นวิบากดีของเราและคนที่เกี่ยวข้องที่ให้ได้อาศัยก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป เข้าใจความจริงเวลาร้ายเข้ามาในชีวิต เข้าใจว่าเป็นวิบากร้ายของเราและคนที่เกี่ยวข้องให้ชดใช้รับแล้วก็หมดไปก็โชคดีขึ้นแล้วก็สบายใจไร้กังวลโชคดีอีกแล้วร้ายหมดอีกแล้วรับเต็มๆ เป็นไงเป็นกันรับเท่าไหร่หมดเท่านั้น เข้าใจกรรมวิบาก อยากหมดเร็วก็ทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ ก็สบายไม่มีความทุกข์ใจใดๆ สุดท้ายก็ไม่มีใครได้อะไร ทุกอย่างก็เป็นมายาทั้งนั้นเกิดดับๆ เป็นต้น
ผู้มีปัญญามาก ย่อมไม่หวั่นไหวกับโควิด
คนที่เข้าใจธรรมะเขาจะไม่หวั่นไหว เกิดโควิดเข้ามา เขาก็พยายามปฏิบัติตัวเองให้มันถูกต้อง ด้านร่างกาย ชีวิตเราก็สร้างภูมิต้านทานให้ดีแล้วก็ไม่ไปรับเชื้อเข้ามา ไม่ไปในปัจจัยเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้ามา ถ้าเราปลอดภัยดี ก็สบายใจดี เป็นกุศลของเราและคนที่เกี่ยวข้องให้ได้อาศัยก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป แต่ถ้าเราเกิดติดโควิดขึ้นมา เราก็ทำใจดีเหมือนกันเพราะว่าเราก็พยายามดูแลตัวเองเต็มที่แล้ว
แต่ถ้าเราติดโควิดขึ้นมาก็ดีเหมือนกันถ้าเราทำดีเต็มที่แล้ว ดูแลตัวเองเต็มที่ทำบุญกุศลก็ปฏิบัติเต็มที่แล้ว ก็แปลว่าเป็นวิบากของเรา มันดีก็ไปเป็นวิบากของเราให้เราได้ชดใช้ รับแล้วก็หมดไปก็โชคดีขึ้น อยากหมดเร็วก็ทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ แล้วก็ทำสมดุลร้อนเย็นให้ดีเพิ่มภูมิต้านทานให้ดี มันก็หมดได้เร็ว ถ้ามันหายได้ก็หายก็ดี วิบากร้ายหมดสิ่งดีเกิด ถ้ามันไม่หายมันต้องตายต้องเสียชีวิตก็ดี ใช้เวรใช้กรรมไป จะได้หมดเวรหมดกรรม แล้วก็ทำใจของเราแบบนี้ ก็ต้องพยายามคิดให้มันไม่ทุกข์ คิดให้มันสบายใจ เบิกบานแจ่มใสก็คือใจไร้กังวล แล้วก็มีความดีงามเข้าไปด้วย คนเราควรจะมีความเบิกบานแจ่มใส ความดีงามในแง่เชิงต่าง ๆ รวมทั้งความสมดุลด้วยก็มีความดีงาม อันนี้แหละเป็นที่พึ่งของชีวิตของชีวิต เป็นเวทนาของชีวิต
เราทำอย่างไรใจเราจะสบายไม่ว่าเราจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย เมื่อเราได้พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว เราทำให้ดีที่สุดแล้วในแต่ละด้านแต่ละด้านที่เรามีความรู้ ด้านใด ๆ ก็ทำให้มันดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าเราปฏิบัติทั้งทางโลกและทางธรรมก็ปฏิบัติตัวดีที่สุดแล้ว ไม่ประมาทแล้วระมัดระวังแล้ว แต่ถ้ามีวิบากเรายังติดโควิดอีก ก็มีปัญญาเต็มใจใช้วิบาก เรามีทุกข์เข้ามาก็ไม่กลัว
เพราะเราเป็นคนมีปัญญาก็เต็มใจ ก็เต็มใจรับวิบาก ถ้าเราไม่ทำดีไว้หนักกว่านี้แน่ ๆ โชคดีอีกแล้วร้ายหมดอีกแล้ว ทำใจรับไปเลย รับเต็ม ๆ หมดเต็ม ๆ เป็นไงเป็นกัน ทำใจแบบนี้ ใจเราก็สบายไร้กังวล แล้วเราก็ทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ มีดีอะไรที่มันทำได้ก็ทำ อย่าไปแพร่เชื้อให้ใครต่อ พยายามดูแลตัวเองให้ดี ทำความดีไป อะไรเป็นประโยชน์ก็ทำไป ดูแลตัวเองสมดุลร้อนเย็นไป มันก็มีโอกาสที่จะหายจากโรคได้ คนหายจากโรคก็มาก
ถ้าเราดูแลตัวเองให้ดี โอกาสหายก็มีได้ ถ้าหายก็ดี มันเป็นวิบากดีออกฤทธิ์ให้เราได้อาศัย เป็นวิบากดีใหม่ วิบากดีเก่าก็แล้วแต่ แต่ถ้ามันไม่หาย ต้องเสียชีวิต มันหนักมาก ก็ถือว่าวิบากร้ายของเรา ในเมื่อเราทำวิบากดี ดีที่สุดแล้ว ดันวิบากร้ายออกได้มากที่สุดแล้ว มันก็ยังเข้ามาเล่นงานเราอีก ก็เต็มใจรับเต็มใจให้หมดไป รับเต็ม ๆ หมดเต็ม ๆ เป็นไงเป็นกัน รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น ๆ เราแสบสุด ๆ เราก็ต้องรับสุด ๆ มันจะได้หมดไปสุด ๆ เราจะได้เป็นสุขสุด ๆ เราก็พิจารณาแบบนี้ ใจเราก็จะสบาย
แม้เราจะต้องเสียชีวิตไป มันก็ได้ใช้วิบากชุดใหญ่ไป ข้างหน้ามันก็จะดีขึ้น ถ้าใจเราถูกต้องใจเราดีงาม มันหมดวิบากร้ายชุดใหญ่ไป ดีก็จะออกฤทธิ์ได้มากขึ้น ๆ ในภายภาคหน้าของชีวิตเราก็มีความผาสุกมากขึ้น ๆ นี่คือสัจจะ เราก็ตั้งจิต ทำสิ่งที่ดี ตายก็เกิดใหม่ไปทำดีต่อ อยู่ก็ทำหน้าที่ต่อไป ทำดีต่อ ตั้งจิตแบบนี้ให้มันเด็ดขาด มันก็จะสบายใจไร้กังวลแล้วก็จะเกิดผลดีต่อเรามากที่สุด 1) ใจเราจะผาสุกที่สุด 2) โอกาสฟื้นก็จะฟื้นได้ดีที่สุด และ3) ถ้ามันจะเสื่อมมันก็จะเสื่อมได้ดีที่สุด ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ไม่ว่าเราจะมีปัญหาเกี่ยวกับโควิดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งใด ๆ ก็ตามนั้นก็ใช้หลักการนี้ได้เลย
ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
รายการธรรมะพาพ้นทุกข์
วันที่ 4 เมษายน 2563